One day, I will : 2 - Werewolf
สัปดาห์ก่อนที่จะเจอกันในโรงหนัง

การ์ดรูปทรงสี่เหลี่ยม
บนแอพพลิเคชั่นหาคู่บนมือถือ
ปรากฏรูปภาพผู้ชายคนหนึ่ง ที่ผมคุ้นเคย



ตอนอยู่ด้วยกันผมมักจะตื่นนอนก่อนเขาเสมอ
สิ่งแรกที่ผมทำ คือ สังเกตเขา
เท่าที่ผมจะทำได้


ถึงแม้เปลือกตาจะปิดบังแววตาสดใสนั้น
แต่ผมจดจำมันได้ดีเสมอมา


ผมจะลุกขึ้นไปอาบน้ำก่อน
แล้วจึงค่อยปลุกเขาให้ไปอาบน้ำต่อ
"เสียงนาฬิกาไม่ค่อยมีผลเท่าไหร่ เพราะปกติ[ผม]ปลุกตลอด"


ประโยคที่ผมจำได้
มันมีความหมายกับผมมาก ๆ
เพราะทุกครั้งที่ผมตื่นขึ้นจากความฝัน
เขา จะเป็นคนแรกที่ผมนึกถึง



ขณะนั้นเอง
ช่วงเวลารอบตัวผมเหมือนหยุดไปชั่วขณะ
ผมพยายามกดดูรูปของ เขา ที่เหลืออยู่ทั้งหมด



ผมจำได้ว่า



เมื่อปีก่อน
ผมพยายามขอร้องและอ้อนวอนเขา
เพื่อขอคำตอบจากเขาบางอย่าง


ว่าจริง ๆ แล้ว



ระหว่างเรา


มันคืออะไร


สิ่งที่ผมอยากรู้ในตอนนั้น มันไม่ใช่ครั้งแรก
และแน่นอน มันไม่เคยเป็นครั้งสุดท้าย


วันลอยกระทงปีที่แล้ว
เป็นวันเดียวกันกับที่ผม
ตัดสินใจกีดกันเขาออกจากชีวิตผม


ทุกช่องทาง
ที่เดิมผมจะสามารถติดตามชีวิตของเขา



บล็อค



การบล็อคเขา
คือสิ่งเดียวที่ผมทำได้


อินสตาแกรม
ที่เคยมีเส้นขอบวงกลมสีแดงเฉดไปทางส้ม
วงอยู่รอบภาพหน้ากากไอร่อนแมนบ้านั้น


ต่อจากคืนนี้


มันจะไม่มีอีกแล้ว



เมสเซนเจอร์ที่เราแชทกัน
เพื่อที่จะนัดไปต่อแถวเข้าแอปเปิ้ลสโตร์สาขาแรกของไทย
ผมเองก็ไม่สามารถส่งข้อความไปหาเขาได้อีกแล้ว


เบอร์โทรศัพท์ของเขา
ที่ผมเมมไว้ฝ่ายเดียว
ถ้าเกิดเขาโทรเข้ามา
มันก็ไม่มีทางติด



ทุกอย่างมันหายไปหมด
เพราะผมเอง
ที่ตัดสินใจทำลงไปอย่างนั้น



ผมไม่อยากจะเชื่อตัวเองเหมือนกันว่า
รูปใบหน้าของเขาในที่มืดกับใครอีกคน
พร้อมกับสติ้กเกอร์แบบเคลื่อนไหวรูปแมวคลอเคลียกัน
จะทำให้ผมตัดสินใจเลือกที่จะ ระเบิดตัวเอง


"หรือความไม่ชัดเจนมันคือความชัดเจนวะ"


"แต่ถ้าจะให้ตอบแบบชัดเจนเราก็แค่เจ็บปวดครั้งเดียวเองนะ"


"แล้วเราจะได้ไม่ต้องคิดอะไรอีก"


"ช่วยทำให้มันเป็นเรื่องง่ายด้วยเถอะนะ ถ้ามันไม่รบกวนเกินไป"


"หายไปสักทีเหอะ"


ข้อความส่วนท้าย
ที่ต่อให้ส่งไปเท่าไหร่
ก็ไม่มีการตอบกลับ


seen.


ทำไมเราถึงต้องเสียใจ
กับคนที่ไม่เคยแม้แต่จะแคร์ความรู้สึกของเราบ้างนะ


หรือเขาแคร์วะ


แต่เป็นเราเองที่ไม่รู้


หรือเราเอง


มันไร้ค่าสำหรับเขากันวะ


ถึงแม้เขาจะตอบแบบปนเบื่อหน่าย
"เพื่อน"
"เพื่อนอยากให้ลงสตอรี่บ้าง"


แต่สุดท้ายแล้ว
เพลง Slow dancing in the dark - Joji
ก็นำพาผม



ไปสู่การผลักเขา
ออกจากวงโคจร






วงโคจร
ที่ผมทำได้เพียง
หมุนรอบเขา





ไม่คิดถึงไม่เคยใส่ใจจบแล้ว...ไม่เหลือ... ไม่เคยมีอาการอะไร...
ไม่เคยจะเป็นกลางวัน... ไม่มีปัญหา... ฉันแข็งแรงดี... ไม่เคยต้องการ...



ถึงแม้จะพยายามผลักเขาออกไปด้วยวิธีการดังกล่าว
ผมเองก็ยังขอให้เพื่อนจับภาพหน้าจอสตอรี่ในอินสตาแกรมให้ผมอยู่เสมอ



ทำไมผมมันอ่อนแอจังวะ
ทำไมการลืมมึงมันยากขนาดนี้



วิธีที่ง่ายสำหรับผมมากที่สุดคือการอ่านสเตตัสไลน์ของเขา
ที่ผมและเขาอยู่ในกลุ่มไลน์เดียวกัน



ถึงผมจะต้องเข้าไปห้องแชทร้างนั้น
แต่ผมก็ไม่เคยละความพยายามจะพิมพ์ชื่อเขา
หรือเลื่อนหาชื่อของเขาในกลุ่มที่มีคนกว่าร้อยคนอยู่ในนั้น
ผมทำแบบนี้อยู่แรมเดือน



แม้ว่าเขาจะไม่ได้เปลี่ยนสเตตัส รูปโปรไฟล์ และปก อยู่บ่อย ๆ
มันก็เยียวยาความคิดถึงของผมได้พอสมควร



ที่ผมปวดใจมากที่สุดคือ
"อยากกินทุเรียน"
สเตตัสของเขา ที่ผมเองไม่ได้คิดว่าเขาอยากจะกินทุเรียน


เป็นเพราะ
ทุเรียน
เป็นภาพเดียวกับที่คนรักเก่าของเขา
ตั้งไว้เป็นรูปปก บนโปรไฟล์เฟซบุ้กส่วนตัว



ถึงแม้ GAT เชื่อมโยงผมจะเกือบเต็ม
แต่สเตตัสกับทุเรียนบ้านั้นมันต้องมีความเชื่อมโยงเป็นแน่
(โคนันก็โคนัน กุคอควาย)



ความรู้สึกตอนนั้น
ตอนนี้จำไม่ได้แล้ว


รู้แต่ว่า
มันชัดเจนพอแล้วแหละ
ที่เราจะต้องไปสักที


ไปจากตัวเองที่จมในห้วงความรู้สึกบ้า ๆ นี่



หลังจากนั้นผมเองก็เข้าไปดูสเตตัสของเขาน้อยลง
จากวันละสองถึงสามครั้ง


ก็เป็นอาทิตย์ละครั้ง







เวลาแม่งเยียวยาทุกสิ่งจริง ๆ











แต่แล้ววันหนึ่ง


ในที่สุด


[ชื่อไลน์ของเขา] left the group.


ทุกกลุ่มที่เขาเคยอยู่
ทุกแชทที่เคยอยู่ร่วมกันกับผม


มันไม่มีเขาอีกแล้ว


มันไม่มีอะไรหลงเหลืออีกแล้ว


มันไม่มีสิ่งที่ผมทำได้อีกต่อไปแล้ว


"หายไปสักทีเหอะ"
ในวันนั้น วันนี้เขา(อาจจะ)ทำแล้ว


ผมไม่รู้ว่าไลน์ของเขามีปัญหาอะไร


ผมไม่รู้ว่าเขาปิดบัญชีไลน์ไหม





ผมไม่รู้อะไรเลย





และต่อจากนี้
ผมจะไม่รู้อะไรจากเขา
ด้วยตัวของผมเองอีกแล้ว




เวลาค่อย ๆ ผ่านไป



ผ่านไป



จากชั่วโมงเป็นวัน


จากวันเป็นสัปดาห์


จากสัปดาห์เป็นเดือน


ถึงแม้เราจะหลุดออกจากวงโคจรกันแล้ว
ผมก็ไม่เคยเลยที่จะไม่คิดถึงเขา



ทุกสถานที่
มันมีความทรงจำ
ระหว่างเขาอยู่ในหัวไปหมด



อิวาอิเมะวันนี้ โต๊ะที่เรานั่งกินกันวันเปิดไอคอนสยาม
มันย้ายมาอยู่ด้านในแล้วนะ โต๊ะตรงนั้นมันเหมือนจะไม่ได้อยู่โซนเดิมแล้ว



แต่เจ๊โอวที่เรากินกันวันนั้น มันก็ยังเป็นเหมือนเดิมนั้นแหละ เหมือนเดิมกับที่มึงมากินกับเพื่อนวันนั้น


ยังมีอะไรหลายอย่างเลยที่เรายังไม่ได้ทำ


มึงคิดว่าเรื่อง อิท ภาคสอง 
มันเป็นยังไงวะ
กุไปดูวันแรกเลยนะเว้ย
แล้วก็เป็นเรื่องแรกที่กุดูไอแม็กเลย


อดให้ใจคิดไม่ได้เลยว่า
ภาคแรกที่เคยดูกับผม ภาคสองเขาจะดูกับใคร
แล้วระหว่างที่ดูถ้าเขานึกถึงภาคแรก



เขาจะนึกถึงผมไหม



แต่ผมไม่มีทางรู้ได้หรอก
สิ่งเดียวที่ผมรู้ตอนนี้คือ




หยุด



หยุดรู้สึกกับเขาสักที



แต่ถึงจะรู้



ก็ไม่ช่วยอะไรอยู่ดี




ผมลังเลอยู่นาน
ตั้งแต่ตอนที่เห็นเขาในแอพนั้น


ผมปิดล้อคหน้าจอลง
และนึกถึงความรู้สึกต่าง ๆ
ที่ผ่านเข้ามาในตลอดเกือบหนึ่งปี
ที่ไม่มีเขาอยู่ในสายตา


สุดท้าย
ผมก็คิดขึ้นได้ว่า



ปัดขวาไปเล่น ๆ ละกัน
มันไม่มีทางแมทช์หรอก



เพราะผมรู้ดีว่า
การที่ผมพล่ามยาว ๆ กับประโยคบ้า ๆ ในวันนั้น


มันไม่ทำให้เขาปัดขวาผมหรอก



เมื่อคิดได้
ผมก็เลิกที่จะลังเล
และปัดการ์ดของเขาไปทางขวา


และการ์ดของผู้ชายอีกคนก็ขึ้นมา





ผมปัดต่อไปได้อีกสักพัก
ก็เก็บโทรศัพท์มือถือ


และมุ่งหน้าไปยังร้านสตาร์บัค
เพื่อนั่งทำงานค้างที่กองเป็นภูเขา


ผมจำได้ว่าตอนที่เราไปห้างด้วยกันเมื่อตอน ม.ปลาย
เขาบ่นอยากกินเมนูหนึ่งที่มีวิปครีมท้อปปิ้งบนเครื่องดื่ม


แน่นอน ตัวผมเองตอนนั้นก็พุ่งเข้าหาร้านสตาร์บัคในทันที
เมื่อได้เครื่องดื่มเรียบร้อย ผมก็ยื่นให้เขาดื่ม


แทนที่มือทั้งสองข้างของเขาจะรับแก้วนั้นไว้


แต่กลับก้มคอลงเพื่อดูดมันผ่านทางหลอด


"เอาวิปครีมไหม"
ผมถามเขา พร้อมกับดึงฝาแก้วออก
ดึงหลอดขึ้นมาตักวิปครีมที่อยู่บนเครื่องดื่ม
และยื่นปลายหลอดที่มีลักษณะเป็นช้อน
หันไปทางเขา


เขาเองพยักหน้า
และกินวิปครีมนั้น
จากหลอดที่มือของผมถืออยู่


โดยไร้ซึ่งความพยายามที่จะเอามือ
มาหยิบจับหลอดที่ผมกำลังถืออยู่


ป้อน
ใช่ครับ
คำนี่น่าจะอธิบายได้ชัดเจนที่สุด




ผมนั่งทำงานต่อไปได้สักพัก
ตัวอักษรที่แสดงผลบนจอคอมพิวเตอร์ตามปลายนิ้วสัมผัส


ทำไมใจเราไม่สั่งการได้งานเหมือนคอมบ้าง


พักก่อนละกัน


ในจังหวะหลังจากที่โทรศัพท์ถูกปลดล็อคหน้าจอ
แจ้งเตือนทั้งหมดที่ผมยังไม่ได้อ่าน


มันแสดงผลออกมาทั้งหมด


และใช่ครับ
"You got a new match!"


ผมได้แต่หวังไว้ว่า


มันจะต้องไม่เป็นเขา


มันไม่มีทางจะเป็นเขา



มันต้องไม่ใช่




แต่เมื่อกดลงบนแจ้งเตือนนั้น





ผม กับ เขา
แมทช์กัน




มันดีใจ
มันเสียใจ
มันพูดไม่ออก



เขาไม่ได้ส่งข้อความทิ้งไว้
และแน่นอนผมเองก็คงไม่กล้าจะส่งอะไรไปในตอนนั้นเหมือนกัน



ผมหน่วงอีกแล้ว


ผมไม่รู้จะต้องทำยังไง


ผมไม่รู้ว่าการที่เขาปัดขวาผม
มันมีเหตุผลจูงใจอะไรที่เขาทำอย่างนั้น


ผมไม่รู้อะไรเลยจริง ๆ


ผมตัดสินใจตั้งค่าไม่ให้แสดงการ์ดของผมอีกในทันที


ผมนิ่งไปครู่หนึ่ง
และฉุดรั้งตัวเองขึ้นมาจากห้วงความรู้สึกนั้นได้
ก็ตอนที่สายตาโฟกัสเห็นนาฬิกา


ใกล้ถึงเวลาที่พี่สาวของผมเลิกเรียนพอดี


ผมเก็บของ

และออกจากร้านอย่างรวดเร็ว

เพราะถึงเวลาแล้วที่จะต้องกลับบ้าน



เมื่อผมจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ
ผมกลับมาเปิดแอพนั่นอีกครั้ง

สามชั่วโมงผ่านไป
ไม่มีข้อความแสดงขึ้นมา

ผมจึงตัดสินใจ
ถ้าให้ความคิดของผมตอนนั้น




มึงกล้าดิวะ



ทักเขาไปเลย

"ว่าไง"
เป็นประโยคแรกที่ผมทักไป หลังจากที่ผลักไสเขาด้วยการบล็อคทุกช่องทาง


"ชื่ออะไรครับ"
เขาตอบกลับมา กวนตีนเสมอต้นเสมอปลาย


"[ชื่อของเขา]"
ผมพิมพ์ชื่อของเขาส่งไป เพื่อจะกวนกลับ


"ไม่มีใครเรียกชื่อนั้นมานานแล้ว"
เขาตอบกลับพร้อมกับชื่อที่เขาคงคิดขึ้นมาหลังจากอิน
รักฉุดใจนายฉุกเฉินมากเกินไป


"อยากคุยกับมึงนะ"
"กุคิดถึงมึง"
เพราะไม่มีช่วงเวลาไหนเลยที่ผมไม่คิดถึง
มันไม่มีอะไรมาลบล้างเขาออกจากหัวผมตลอดสามสี่ปีที่ผ่านมาได้เลย


"เหมือนกัน"
ทันทีที่เขาตอบกลับมานั้น ใจผมเต้นแรงขึ้น
จากเดิมที่มันเกือบจะชินชา


แต่คราวนี้ มันกลับมารู้สึกอีกครั้ง


"คิดถึงกุแบบไหนอีกอ่ะ"
ผมถามไปตรง ๆ เพราะก็อยากรู้ว่าปลายทางจะตอบกลับมายังไง


"แบบอยากกินอิสานดอนนกด้วย"
ตั้งแต่วันที่เขาย้ายออกจากหอ ผมจำได้ว่า

ครั้งสุดท้ายที่เรากินข้าวด้วยกันที่นั่น
ผมทำตัวไม่ดีเลย ผมเหวี่ยง ถามคำตอบคำ

ผมโกรธเขา
ผมพึ่งมารู้ตัวตอนนี้ว่า
ผมไม่ควรทำแบบนั้น

เราคุยต่อกันจิปาถะอีกเพียง
2-3 Dialogues


"ฝันดี"
คำกล่าวสุดท้ายของบทสนทนาฝั่งซ้าย


ก่อนที่จะเป็นฝั่งขวาอย่างผม
"ฝันดี"


แต่พอพระจันทร์ปรากฏขึ้นมา
เหมือนฉันกลายเป็นอีกคนที่รอเธออยู่
ตรงนี้ตลอดมา

 
หลังจากคืนนั้น
ผมตระหนักได้ว่า
"จะกลับไปเหรอ"

กับคนคนนี้


กับเขาคนนี้



ผมตอบหัวใจของผมอย่างไม่ลังเล
"อยาก"




เพราะสุดท้าย

เขา
คือคนที่ทำให้ผมรู้สึก เจ็บปวด
และมีความสุขได้เมื่อเห็นรอยยิ้มของเขา



แต่ต่อให้ผมอยากมากเท่าไหร่


หนังสือเล่มนี้


มันไม่เคยมีตอนจบ


หรือบทสรุปได้สักที





ใจฉันยังร้องเรียกเธอดั่งหมาป่า
แค่เห็นพระจันทร์ที่อยู่บนฟ้า
ยิ่งดึก ใจฉันยิ่งเจ็บ
ทุกคืน ฉันร้องเรียกเธอ
ไม่อาจหลับตา 







เช้าตรู่หลังจากวันนั้น
ผมตัดสินใจลบทินเดอร์ออกจากมือถือของผม
และคงปฏิญาณกับตัวเองว่า
จะไม่กลับไปเล่นอีกในช่วงนี้



เพราะอะไรน่ะเหรอ



ผมไม่อยากเจอเขาในแบบการ์ดนั่นอีก



ผมไม่อยากคิดว่าเขาจะไปแมทช์กับใครบ้างอีก



ผมไม่อยากคิดว่าเขาจะโดนทักและตอบกลับอย่างไร



ต่อให้ผมกลับมาเล่นอีกครั้ง






ถ้าเขายังอยู่ในการ์ดนั้น










ผมจะเลือกเขา






อย่างไม่ลังเล




เพราะผมอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเขา
อย่างที่เขาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตผม





แต่รักที่เหลือในหัวใจ ต้องทำอย่างไร 







แต่ถ้าที่ผ่านมามันชัดเจนแล้ว


ผมหวังเพียง




วันหนึ่ง, ผมจะ




SHARE
Written in this book
One day, I will
เรื่องราวความรู้สึกของผมที่มีต่อเขา ผมมักจะจดจำเรื่องราวต่าง ๆ ได้เสมอ มันมีทั้งช่วงที่มีความสุข ทุกข์ ผสมปนเปกันไป แต่ไม่ว่าจะมีความสุขยังไง สุดท้ายก็เอยที่เดิมคือ “ผมยังคงอยู่ที่เดิมอยู่ดี” ผมไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ผมจะออกจากห้วงความรู้สึกนี้ได้ แต่ผมสัญญา วันหนึ่ง, ผมจะ___
Writer
howtomoveon
Nisit
ผมจำเป็นต้องเก็บมันไว้ก่อน

Comments

Simpleart
6 days ago
ฮืออออ เราชอบการเขียนของคุณมากเลย ;—; ขอส่งเพลงแอบดีของแสตมป์และกำลังใจให้นะคะ 💕
Reply
howtomoveon
6 days ago
ง่า ขอบคุณมาก ๆ ครับ — มันก็ยังแอบดีขึ้นนิดนึง
txs
5 days ago
โหวว เป็นเรื่องแรกที่อ่านละน้ำตาซึม 55
Reply
howtomoveon
5 days ago
ง่ะ ซับน้ำตานะ ทางนี้คือปล่อยให้มันไหลไป 55555555555
chamanoa__
5 days ago
ดีมากเลยค่ะ ㅠㅠ ตามอ่านมาจากตอนแรก ชอบภาษาคุณมากเลย💛
Reply
howtomoveon
4 days ago
ขอบคุณมากครับบ