ผัดกระเพราที่คุณกินได้ทุกวัน

1

เวลาที่นึกถึงอาหารจากโปรดที่สามารถกินได้ทุกวัน ช็อยส์แรกที่ผุดขึ้นมาในความคิดของผมอย่างสม่ำเสมอคือ "ผัดกระเพรา"​ ไม่ว่าจะผสมด้วยโปรตีนอะไรก็ตามตั้งแต่ไก่, หมูชิ้น, หมูสับ, เนื้อวัว, เบคอน, กุ้ง, ​หมึก และอีกสารพัดที่จะเอาลงกระทะแล้วผัดได้ มันเลยทำให้ผัดกระเพราคือการยืนหนึ่งในการเดินเข้าร้านอาหารแล้วสั่งได้อย่างสบายใจ คัสตอมไมซ์ได้ง่ายกับทุกสิ่ง กินแบบราดข้้าว แบบคลุกข้าว หรือผัดกับสิ่งอื่นๆ ก็ยังได้ หรือจะใส่ผักอย่างอื่นนอกจากใบกระเพราให้เกิดการเมืองในความกระเพรา "แท้-เทียม" ก็ยังได้ เป็นของพื้นถิ่นที่ตีสกิลกับทุกอย่างได้ฟูลแถมมันไม่ใช่เรื่องที่จะหากินยากเลยในสมัยนี้ 

แต่แปลกเหลือเกินเวลาที่เราไปที่อื่น สิ่งนี้มันกลับเป็นสิ่งที่จับต้องยาก หายาก ไม่ถูกปาก เสียจนไม่แปลกใจเลยทำไมถูกเรียกว่าอาหารประจำชาติไทย ที่จะต้องมากินที่ไทยเท่านั้น พูดงี้ก็ได้แหละ มึงออกนอกประเทศน้อยมาก บางทีในตอนกลางของวาตูอาลูอาจจะทำผัดกระเพราอร่อยกว่าก็ได้ แต่เอาจริง ถ้าที่ไหนสามารถปลูกใบกระเพราแท้ๆ กับพริกขี้หนู แถมกระเทียมได้ ที่นั่นก็น่าจะสามารถทำผัดกระเพราออกมาได้ คล้ายคลึงกับสิ่งที่เราคุ้นเคยกันมา แต่นั่นแหละ เรายังไม่เจอว่าที่ไหนมีคอนดิชั่นตรงตามความมาตรฐานของกระเพรานี้ในช่วงเวลาที่กำลังพิมพ์อยู่ และในสภาวะที่ไม่ต้องต่อพาสปอร์ทก็ได้เพราะมึงไม่ได้ออกไปไหนนอกกรุงเทพ

อาหารที่ถูกทรีทว่าเป็นอาหารประจำชาติที่มีรสชาติถูกปาก ที่ใครๆ ก็ทำได้จนบางครั้งเราก็จะมีรสมือที่คุ้นเคย ไม่ว่าจะจากตัวเอง ป้าตาลร้านอาหารตามสั่งปากซอย พี่เอ๋ที่โรงอาหารนิเทศฯ คนรอบข้าง ในที่นี้อาจจะหมายถึง พ่อ แม่ แฟน หรือคนที่แอบชอบเค้าแต่เค้าไม่ชอบเรา หรือคนที่ชอบเราแต่เราไม่ชอบในสมัยปี 3 ก็ตามแต่ ถ้ามันคือรสชาติที่เราสัมผัสแล้วต้องใจแล้ว เรามักจะคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ ทำให้หวนคิดถึงวันวานที่เรานั้นเคยมีประสบการณ์ร่วมในจากข้าว พร้อมมีไข่ดาวไม่สุกแปะอยู่ด้านบน


2


เราตื่นแปดโมงเช้าทุกวันเพื่อที่จะเตรียมตัวอาบน้ำ แปรงฟัน ก่อนที่จะออกเดินทางไปทำงาน กิจวัตรเดิมๆ ในการเดินออกจากบ้านไปรอรถเมล์เพื่อต่อรถไฟฟ้า เป็นสิ่งที่ไม่มีอะไรท้าทายแค่เพียงต้องทำทุกอย่างให้ตรงเวลาและตามแบบแผนตามกรอบที่ถูกกำหนดเอาไว้ 

เมื่อคุณถึงออฟฟิศเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาดูตารางงานที่จะต้องทำในแต่ละวัน แอบแวะไปทักทายเพื่อนร่วมงานที่ค่อยๆ เดินเข้าออฟฟิศมาแต่ละคน และลงมือเตรียมพร้อมในการเริ่มอะไรใหม่ๆ

นาฬิกาที่ค่อยๆบอกเวลาเป็นเลขดิจิตอล ขยับจากเลข 57 ไปสู่ 58 ก้าวไปที่ 59 และตีเป็น 12.00 ทุกคนลุกขึ้นและเดินลงไปกินข้าวที่ออฟฟิศจัดหามาให้เป็นประจำทุกวันการมีทางเลือกแบบไม่มีทางเลือกเรามีตัวเลือกที่ถูกวางเอาไว้แต่เราไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นคนสั่งอาหารหรือเลือกได้เองในแบบที่เราต้องการแต่เมื่อใดที่มีอาหารอย่างผัดกระเพราถูกวางเอาไว้ มันก็จะเป็นเหมือนเซฟโซนที่ทำให้เรารู้สึกปลอดภัยว่าอย่างน้อยอาหารชนิดนี้มันก็จะไม่แย่จนไม่สามารถกินได้หรือมีรสชาติต่างปากไปจนเราไม่คุ้นเคย 

ความเผ็ดที่หลากหลาย จากการผสมของพริกแต่ละชนิด โปรตีนต่างๆ ที่ถูกนำมาปรุงและใส่เข้าไปในผัดกระเพรา สร้างความแตกต่างในความเหมือนเดิม รายละเอียดของเครื่องปรุงและส่วนผสมทำให้เราอยู่กับมันได้ในทุกๆ มื้อของวัน โดยที่มันยังอยู่ในกรอบของคำว่าการเป็นผัดกระเพราอาหารประจำชาติของเราเสมอ 


3

ความแท้และเทียมที่เกิดขึ้นจากวาทกรรมของความแตกต่าง ในรายละเอียดของผัดกระเพราแต่ละจานเป็นการต่อสู้ทางด้านความเชื่อและพฤติกรรมที่ถูกเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะสังคม 

เคยมีถึงขั้นการต่อต้านผัดกระเพราที่เต็มไปด้วยถั่วฝักยาวและข้าวโพดอ่อน รวมไปถึงพริกหยวกหลากสีที่ถูกสับและหั่นอยู่ในจาน บางร้านก็ฮาร์ดคอร์ระดับมีดอกกะหล่ำอยู่ในนั้นด้วย โดยที่มันก็ยังมีใบกระเพราอยู่เลยเกิดคำถามว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่มันถูกดัดแปลงเปลี่ยนแปลงไปตามวัฒนธรรมและยุคสมัยรวมไปถึงรถปากของคนที่ได้ลิ้มลอง มันคือการเปลี่ยนแปลงหรือมันคือการพัฒนา หรือมันคือสิ่งใหม่ที่ล้มล้างระบบเดิมไปทั้งหมด

ในความเป็นกระเพรานั้นมันมีความเป็นอนุรักษ์นิยมอยู่ด้วยหรือเปล่า รวมไปถึงในอาหารแต่ละชนิดสิ่งที่มีความเป็นอนุรักษ์นิยมนั้นมันมีผลต่อการวิวัฒนาการของอาหารแต่ละชนิดหรือไม่?

เรามักตั้งคำถามเหล่านี้กับอาหารถ่ายที่ถูกขนานนามว่าเป็นอาหารสำหรับชาววังที่การอาหารเหล่านี้มักจะไม่มีการพัฒนาหรือมีการดัดแปลงให้ทันยุคทันสมัยแถมยังชื่นชมใครก็ตามที่สามารถทำตามสูตรโบราณได้อย่างดี จนถึงขั้นเรียกได้ว่าเป็นการแช่แข็งสูตรอาหารไว้ที่ห้วงเวลาเดิมที่มันถูกสร้างขึ้น  ซึ่งตรงข้ามกับยุคสมัยของโลกาภิวัตน์ที่โลกทั้งใบมันไม่มีอะไรที่เป็นพรมแดนต่อกันทุกอย่างสามารถเชื่อมโยงกันได้เพียงแค่ปลายนิ้วแน่นอนอาหารมันก็คือหนึ่งในนั้นที่มันถูกถ่ายเทเคลื่อนย้ายไปในแต่ละภูมิภาคตามมนุษย์ที่ย้ายถิ่นฐานกันไปและเผยแพร่สิ่งต่างๆ เหล่านั้นที่พวกเขาคุ้นเคย 

ในช่วงสมัยที่ผมเคยไปอยู่ที่ต่างประเทศการหาใบกระเพราแท้ๆที่เป็นใบกระเพราแบบที่เรานำมาปรุงอาหารในประเทศไทยมันเป็นเรื่องที่ยากมาก สุดท้ายเราก็ต้องหา ผักชนิดอื่นที่มีความใกล้เคียงกับใบกระเพราที่เราใช้ทำกันเพื่อที่จะทำอาหารนั้นออกมาเป็นแบบเดียวกับผัดกระเพรา โดยที่นอกจากใบกระเพราที่มันไม่ใช่ใบกระเพราแท้ที่เราใช้กินกันแล้วส่วนอื่นที่เราใช้ไม่ว่าจะเป็นพริกกระเทียมเครื่องปรุงต่างๆ รวมไปถึงไข่ดาวมันก็ยังคงความเป็นกระเพราอยู่ รวมไปถึงรถปากที่เราแต่งแต้มออกมามันก็คือรวปากเดียวกับที่เรากินในประเทศไทย แบบนี้มันยังคงเป็นกระเพราแบบที่เราอยากกินอยู่ทุกวันหรือเปล่า

ซึ่งแน่นอนมันก็ยังคงเป็นกระเพราแบบที่เรานั้นอยากกินอยู่ทุกวันและเราก็ทำมันกินได้อย่างไม่รู้เบื่อ


4

ความสัมพันธ์ของผมกับกระเพรานั้นมันเกิดขึ้นมานานมากตั้งแต่ผมพอเริ่มจำความได้และเริ่มลิ้มรสเผ็ดได้พอประมาณ จากการที่พ่อและแม่ของผมชอบสั่งกระเพราไก่ไข่ดาวรวมไปถึงกระเพราหมูกรอบไข่ดาว กินในช่วงเวลากลางวันเวลาที่จะต้องออกไปข้างนอก 

การเรียนรู้และซึมซับสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่วัยเด็ก มันก็ทำให้กระเพราวนเวียนอยู่ในชีวิตของผมไม่ว่ามันจะมีความสัมพันธ์ที่ดีหรือแย่แค่ไหนก็ตาม 

ถึงแม้มันจะเป็นอาหารที่กินได้ทุกวันและมีความผูกพันกับเราตั้งแต่เด็ก มีสิ่งหนึ่งที่เราก็ต้องยอมรับว่ามันก็คงเป็นเรื่องปกติเช่นเดียวกันนั่นก็คือรสชาติของกระเพราที่เราไม่สามารถจะรู้สึกอร่อยกับมันได้ทุกจาน รสมือของคนปรุงรสนิยมของคนทำประสบการณ์ของแต่ละคนที่ผ่านกระเพรามาล้วนแล้วแต่แตกต่าง กว่าจะมาทำกระเพราได้หนึ่งจานแต่ละคนก็มีสูตรของตัวเองที่ตัวเองคิดว่าคือสูตรที่ถูกต้องและตรงกับรสปากของเขา แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไม่ว่ามันจะแย่แค่ไหนหรือว่ามันจะดีแค่ไหน ทุกอย่างมันก็พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงและมันก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของเราโดยที่ไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่พิเศษที่จะต้องปฏิบัติกับมันมากกว่าปกติ มันก็คืออาหารจานหนึ่งที่เราตื่นขึ้นมา และรู้สึกคิดถึงมันเราก็เดินไปสั่ง และก็กินมันเพื่อทำให้เราอิ่มท้องและมีกำลังในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน 


5

ผมเคยมีความคิดว่าถ้าวันหนึ่งไม่มีผัดกระเพราแล้ว ผมไปร้านอาหารตามสั่งผมจะสั่งอะไรดีที่สามารถเดินเข้าไปแล้วสั่งได้เหมือนเดิมทุกครั้ง 

อาจจะเป็นเนื้อกระเทียมไข่เจียว แต่พอมานั่งคิดอย่างนี้การเป็นไข่เจียว และการที่เป็นเนื้อผัดกระเทียมนั้นมั่นใจว่ามันก็จะมีความแห้งและเลี่ยนอยู่ในตัวถ้าหากว่าเราจะต้องกินทุกวัน 

หรืออาจจะเป็นผัดกะหล่ำปลีหมูกรอบ แค่คิดก็อร่อยแล้วแถมหมูกรอบถ้าหากว่าเป็นหมูกรอบที่ดีผัดกับใบกะหล่ำที่ถูกลงรถได้อย่างลงตัว มันก็จะมีความเข้มข้นและกลมกล่อมจนเราไม่สามารถหยุดกินได้เช่นเดียวกัน แต่มันก็ต้องมาตั้งคำถามอีกว่าเราจะทนกิน อาหารที่เต็มไปด้วยความเค็มขนาดนั้นได้หรือเปล่า เพราะรู้เลยว่าถ้าหากผัดออกมาแล้วจืดมันก็จะเต็มไปด้วยน้ำมันไม่ต่างอะไรกับไข่เจียว 

ความเป็นผัดกระเพรานั้นจริงๆมันก็คือการทำให้อาหารมีครบทุกรสและตัดเลี่ยน สามารถกินเวลาไหนก็ได้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่อร่อยมันก็ยังพอรับได้ไม่ถึงกับเข็ดจนไม่สามารถจะกินมันได้อีก อาจจะมองโลกในแง่ดีแต่เราก็รู้สึกอย่างนี้กับมันจริงๆ  

อาจจะเป็นเหมือนความธรรมดา ที่เราคงจะคิดถึงมันตลอดถ้าหากว่าวันหนึ่งมันต้องหายไปจริงๆ 


6

ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา 

เปิด application ที่เอาไว้ติดต่อสื่อสารรายชื่อของเขาขึ้นเป็นรายชื่อแรกเพราะว่าผมปักหมุดเอาไว้ 

ถ้ากดเข้าไปในห้องแชทที่คุยกันนั้นแล้วเลื่อนกลับไปอ่านสิ่งที่ได้คุยกันมาตลอด มันไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่และหรือหวา ทุกอย่างเต็มไปด้วยความง่ายและแสงธรรมดา 

"วันนี้อยากกินกระเพราเนื้อ"

"กินด้วยกันสิ"

บางทีคนเรามันก็ต้องการความธรรมดาเท่านี้แหละ
SHARE
Writer
patzh
False 9
a man who too passive in a relationship | podcaster | producer | footballer | supporters

Comments