I'll p(l)ay the blues for you.
If you down and out...and you're hurt real good.
    เสียงริฟท์กีต้าร์บาดเข้ามาในโสตประสาทท่ามกลางเสียงอื้ออึงของท้องถนน แก้วชอตที่เย็นเฉียบเต็มไปด้วยเตกีลารสร้อนกระเพื่อมไปตามคลื่นความถี่เสียงเบาๆ ควันขโมงของมะเร็งทะยานขึ้นฟ้าเหมือนพิราบขาวที่ทะยานเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพ เครารุงรังที่สั้นกุดถูกห้อยโตงเตงด้วยกลิ่นยาสูบเคล้ากับความรู้สึกอันหนักอึ้ง ผู้คนพลุกพล่านไปมาอย่างไม่เร่งรีบ บ้างโยกย้ายไปตามทำนอง บ้างนั่งเจ่ากับมือหยาบกร้านข้างแก้วเบียร์สีิอำพัน บ้างก็ยิ้มแย้ม บ้างก็หมองหม่น...เป็นธรรมดาของมนุษย์ปุถุชน
    เขี่ยเถ้าสีเทาลงบนพื้นหนึ่งครั้งเพื่อเปิดทางให้มวลแดงริบๆได้หายใจบ้าง แม่บ้านคงไม่ถูกใจการกระทำเช่นนี้แน่ แต่ก็ช่างมัน...

"เล่นเพลงโปรดซะด้วยคืนนี้" ผมบ่นพึมพัมเบาๆ
"ชอบบลูส์เหรอ" เธอเอ่ยปากถามหลังจากจิบมารตินีแก้วบาง
"อ่า...ของโปรดเลยแหล่ะ เหมือนกับเด็กอ้วนรักขนมเค้ก" ผมปล่อยสำนวนเจ้าชู้ออกไป
"เหมือนเบาหวานที่รักเด็กอ้วนด้วยล่ะสิ" เธอหยอกและผมหัวเราะ

   อันที่จริงความสนใจของผมมันอยู่ที่ริฟท์กีต้าร์นั่นมากกว่าสุภาพสตรีที่นั่งตรงข้ามซะอีก แค่มันโหยหวนออกมาคืนนี้ผมก็พร้อมจะกลับบ้านพร้อมกับรอยยิ้มเสียมากกว่าเอากายไปแลกเหงื่ออย่างพัลวัน แต่ไม่ได้หรอก เรื่องนั้นมันคนละเรื่องกัน

"เคยอ่านมาว่า บลูส์ เนี่ย...มาจากคนผิวสีถูกมั้ย" เธอเริ่มเผยความเป็นหนอนหนังสืออกมา
"คำว่าบลูส์ มันหมายถึงอารมณ์เศร้า...เศร้าจากการโดนกดขี่ เศร้าจากอิสระที่หายไป เศร้ากับความรู้สึกที่ไม่ใช่คน" ให้ตายเถอะ เหมือนเธอทำวิจัยก่อนมาออกเดทวันนี้ซะจริง
"รู้มั้ย บางที Vocal เพลงบลูส์บางทีก็เป็นกีต้าร์นะ" ผมพูดแง้มออกมา ก่อนจะกระดกเจ้าเพื่อนยากหมดแก้ว

   เธอเงียบไปสักพัก หลับตาพริ้มพร้อมโยกตัวไปตามจักหวะเพลง I'll play the blues for you ทรวดทรงของเธอมันเหมือนกับปลาค๊อดที่ไหวตัวในน้ำเย็นเฉียบท่ามกลางลำธารในมิเนโซต้าซะจริง แต่ถ้าถามว่าหน้าตามันเป็นยังไง อนึ่ง ถึงผมจะคลั่งไคล้กับปลาน้ำจืดขนาดไหนแต่ก็ไม่เคยเห็นตัวปลาค๊อดจริงๆหรอก อสอง ผมแทบจะไม่เคยออกนอกประเทศ อุปปาอุปมัยพวกนี้มันก็แค่...พระเจ้า มันก็แค่อุปมาเท่านั้นล่ะ

"คุณว่าริฟท์ท้ายเพลงมันพูดว่ายังไงคะ" เธอลืมตาขึ้นมาถามอย่างสงสัย
"ผมว่ามันคงจะยุให้ผมไปกับคุณคืนนี้" ผมตอบพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"ไหนว่าริฟทมันพูดได้...อันนี้คุณพูดเองรึเปล่า" เธอรู้ทัน
"มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่จะรู้" ผมสั่งเอลมาอีกขวดหนึ่ง แน่นอนผมเมา
Thrill is gone...baby
    ไม่ทันได้เงียบงัน เจ้าของกีต้าร์ก็เริ่มเพลงขึ้นอีกเพลง แรกผมก็ยังเดาไม่ออกว่ามันคือเพลงอะไร แต่ริฟท์ที่เล่นอินโทรมันช่างบาดลึกซะจริง ผู้คนหน้าบาร์เริ่มโยกย้ายไปอย่าช้าๆ ริฟต์นี้มันช่างเศร้าสร้อยซะจริง มันเหมือนกับชนชั้นแรงงานในสังคมที่ต้องปากกัดตีนถีบ มันเหมือนความขื่นขมที่ไม่มีที่สิ้นสุด มันเหมือนหยาดเหงื่อสุดท้ายที่จะพยายามปีนข้ามกำแพงชนชั้น ทั้งที่เพลงมันไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องนี้สักนิด แต่ในหัวผมกลับคิดไปเสียซะอย่างนั้น

"สูบสักหน่อยไหม เหม่อลอยไปไกลเชียว" เสียงเธอปลุกผมจากพะวัง
"ขอบคุณครับ" ผมยิ้มให้และเอื้อมมือไปหยิบเจ้ามะเร็งหวานมา
"คุณชอบกาแลมรสนี้มั้ย มันหวาน หอมเหมือนบ๊วย แถมนุ่มคออีก" เธอพูด
"เหมือนเด็กอ้วนรักขนมเค้กเลยละ" ผมตอบพร้อมจุดไฟ
"เหมือนมะเร็งที่รักปอดคุณด้วยละสิ" เธอหยอกกลับ
"เฮ้...เอาคืนเหรอ แช่งด้วย" ผมหัวเราะทั้งที่ใช่ฟันขบกาแลมมวนนั้นไว้
"Thrill is gone นี่มันจะเป็นแบบคุณมั้ย" เธอสูบควันช้าๆ
"ยังไงเหรอ" ผมจิบเอลพลาง สบตาเธอ
"หมด Passionกับความสัมพันธ์" เธอสบตากลับ
"แล้วคุณว่าไงละ" ผมวางมันลง
"ก็แล้วแต่คุณจะว่ายังไง" เธอเมินไปทางอื่น

You know it hurt me, hurt me so bad

It made my poor heart skip a beat
    The sky is crying ถูกเล่นขึ้นท่ามกลางความกำกวมในบทสนธนา เสียงริฟท์ที่บาดใจเหมือนกับฝนที่เคยพรำบนฟ้าได้หายไป เหมือนค่ำคืนของปลายหน้าร้อนที่ดูสิ้นหวัง เหมือนไฟถนนสีส้มที่ฉายอย่างโดดเดี่ยว ผมคงทำร้ายจิตใจเธออยู่เป็นเนืองนิจ กับความไม่ชัดเจน ความไม่มั่นคง แต่จะโทษใครนอกจากพระเจ้าละที่สร้างผมออกมาเป็นแบบนี้
    เวลาล่วงเลยผ่านไปกับบทสนทนาอันว่างเปล่า เธอจิบเหล้าใสในแก้วบางนั้นเรื่อยๆจนค่อนหมด เอลรสหอมของผมก็เหลืออยู่ครึ่งค่อนแก้ว ฟ้ากระจ่างดาวข้างบนดูจะมีเมฆมาบังเป็นเนืองๆ ไม่พรุ่งนี้ก็มะรืนแน่ ฝนคงพรำ ผู้คนในร้านเริ่มเดินออกไป บ้างเดินควงคู่ บ้างกลับคนเดียว บ้างยืนคุยกันในมุมเงียบ บ้างก็สูบบุหรี่ให้ควันพวยพุ่ง นักดนตรีเจ้ากรรมเก็บเพื่อนยากของเขาลงไปในซองกระเป๋า ผมคงทำเธอเสียใจเหมือนกับทุกครั้งไปที่เจอกัน กระทั่งเธอหัวกลับมาพร้อมหยิบแก้วเอลของผมไปกระดกจนหมด เช็ดที่ริมฝีปากอวบอิ่มนั้นหนึ่งครั้ง 

"หนังสือของกามูเล่มที่ฉันยังอ่านไม่จบวันนั้น...คืนนี้ขอไปอ่านต่อได้มั้ย" เธอกล่าวอย่างกล้าหาญ
ได้สิ ที่รัก..ผมจะจ่ายคุณด้วยเพลงบลูส์เอง

SHARE
Writer
Nocturnal
Sincered human being
I​ don't​ fear a​ curtain death, death​ is​ curtain.

Comments