Toxic : Incubation
ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ผมมีนัดพบหมอปีเตอร์ แพทย์ประจำบ้านที่แก่ชราของหมู่บ้านเรา ผมมีนัดเพื่อตรวจกรามที่ตอนนี้หายบวมและดูดีขึ้นมากแล้ว

“อืมม ทุกอย่างโอเคนะครับ หมอคงไม่ให้ยาอะไรแล้วนะ” หมอเก็บไฟฉายวางลงบนโต๊ะ ขณะที่แกกำลังเขียนใบตรวจร่างกายผมอย่างงุ่มง่ามตามประสาคนแก่ ผมเหลือบไปมองตู้เก็บเอกสารเวชระเบียนที่เปิดแง้มอยู่ หมอคงลืมปิดตอนหยิบแฟ้มของผมออกมาบันทึก

“หมอค่ะ หมอ ..มีคนไข้ด่วนคะ เหมือนกำลังช๊อค ไม่ทราบว่าโดนอะไร แต่เหมือนจะโดนแมลงกัดค่ะ” เสียงพยาบาลตะโกนมาแต่ไกลก่อนเปิดประตูห้องตรวจเสียอีก

“อ่อ คุณเอริค คงไม่มีอะไรแล้ว คุณกลับได้เลยนะ หมอรีบไปดูคนไข้ก่อน ขอตัว” หมอรีบลุกขึ้น เสียงกระดูกหัวเข่าของหมอลั่นเสียงดังจนนึกว่ามันจะหักเสียให้ได้ แล้วแกก็เดินไปคว้าไม้เท้าแล้วรีบเดินจ้ำตามพยาบาลออกไป

ผมแสร้งทำเก็บเสื้อคลุมกับกระเป๋าช้าๆ เดินไปปิดประตูหลังจากหมอเดินอาดๆ ลับตาไป แล้วรีบค้นแฟ้มประวัติการรักษาของ “สตีฟ คูเกอร์”

แล้วประวัติการรักษาและยาโรคประจำตัวของสตีฟก็ถูกผมจดจำเอาไว้อย่างรวดเร็ว ผมเก็บแฟ้มเอาไว้ที่เดิมอย่างแนบเนียน แล้วเก็บของเพื่อกลับบ้านและเริ่มแผยการที่แยบยลในทันที

------------------

ผมยื่นจดหมายให้เอวาพร้อมซองกระดาษบรรจุเมล็ดพันธุ์ดอกไม้เอาไว้ ให้เธอในเช้าวันต่อมา และกำชับให้เธอทำลายจดหมายนั้นทิ้งในทันทีที่อ่านจบ

วันต่อมาเธอเริ่มพรวนดินและปลูกดอกไม้ที่แสนงดงามที่จะผลิดอกในไม่ช้า และนั่นจะเปลี่ยนสนามหญ้าหน้าบ้านเธอไปตลอดกาล

ตั้งแต่ได้รับจดหมาย เอวาไปตลาดเองแต่เช้าทุกวัน และซื้ออาหารมาปรุงให้สตีฟทานเป็นประจำ ผมเดาได้ไม่ผิดแน่ๆ ว่าต้องเป็นเมนูอาหารที่ผมจัดแจงให้เธอเตรียมเป็นพิเศษสำหรับคนป่วยอย่างสตีฟขาโหด เมนูอาหารชั้นเลิศที่อุดดมด้วยแร่ธาตุและสารอาหารที่มากมาย เขาทานอย่างนั่นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

ซึ่งทุกครั้งที่ไปพบหมอปีเตอร์ประจำเดือน ผมก็แอบดูผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจของผมในแฟ้มของสตีฟทันทีที่โอกาสอำนวย เช่น แกล้งบอกหมอว่าพยาบาลด้านนอกเรียกหา ซึ่งนั่นช่วยให้เวลาผมหลายนาที ต้องขอบคุณที่หมอปีเตอร์เริ่มมีอาการหูตึงจากอายุมากขึ้นจริงๆ ทำให้แผนของผมไหลลื่นแทบไม่สะดุด

รายการยาที่หมอปรับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ให้สตีฟ นั่นแสดงว่ารายการอาหารที่ผมมอบให้เอวาเริ่มแสดงผลอย่างดีเยี่ยม เหลือแค่เวลาที่ดอกไม้แสนสวยที่สนามหญ้าของบ้านเขาเองเริ่มเบ่งบานแค่นั้น คงไม่นานเกินรอ

------------------------

เอวายังแอบมาพบผมเสมอถ้ามีโอกาส เช่น ช่วงสตีฟต้องออกนอกเมืองไปธุระหรือเยี่ยมญาติที่รัฐอื่นๆ โดยเธอมักขออยู่บ้านแทนที่จะไปด้วยเสมอ แต่เพื่อความปลอดภัย ผมมักจะนัดเธอเจอกันที่โมเต็ลแถวชานเมือง เพื่อหลบเลี่ยงพวกชอบสอดเรื่องชาวบ้านซึ่งละแวกบ้านมีมากเสียด้วย แต่ก็ดีที่ช่วงนี้อยู่ๆ พวกป้าๆ ชอบสอดก็ล้มหายตายจากกันไปหลายคนในเวลาไม่นาน ซึ่งนั่นนับเป็นเรื่องดีอีกเรื่องหนึ่ง เพราะการแอบลอบพบกันของเราสองคนไม่ควรถูกแพร่งพรายไปด้วยขี้ปากของหญิงชราว่างงานจอมจุ้นที่วุ่นวายเดินไปทั่วหมู่บ้าน นอกจากการให้อาหารนกพิราบสกปรกตามสวนสาธารณะแล้ว ผมคิดว่างานประจำของพวกเธอที่รัฐจ่ายเงินสวัสดิการให้ก็คือ การนินทาชาวบ้าน นับเป็นประเทศที่มีรัฐสวัสดิการยอดเยี่ยมที่สุดในโลกเลยทีเดียว

“คุณเคยเจอแมลง หรือสัตว์แปลกๆ ในสวนหรือในบ้านบ้างไหม คุณเอริค” หมอปีเตอร์เอ่ยพร้อมขยับแว่นตาที่หลวมโครกให้กระชับขึ้น

“แมลงอะไรเหรอครับ ไม่นี่ครับหมอ หมอถามทำไมเหรอครับ” ผมขมวดคิ้วสงสัย

“ อ่อ ไม่มีอะไรหรอก ผมก็ถามคนไข้ทุกคนนะ ช่วงนี้มีเคสถูกแมลงมีพิษกัดหลายราย บางรายถึงตายเลยทีเดียว ผมก็ไม่มีวัคซีนอะไรพวกนั้นด้วย เลยถามไว้เผื่อจะได้ระวังกันไว้” หมอชราก้มหน้าเขียนต่อด้วยมือที่สั่นเทา

“ถ้าผมเจอ จะแจ้งนะครับ เผื่อว่าจะได้หาสาเหตุและป้องกันชุมชนของเราได้” ผมลุกขึ้นหบิบเสื้อนอกมาสวม

“ระวังตัวหน่อนยก็ดีนะคุณเอริค เจ้าพวกนี้พิษมันร้ายกาจทีเดียว พวกแมลงต่างถิ่น พวกเราไม่คุ้นเคยที่จะรับมือหรอก” หมอยื่นใบสั่งยาให้ผมซึ่งผมจะขยำทิ้งทันทีที่ออกจากคลินิก เพราะก็แค่แอสไพรินธรรมดา ผมไม่หวังอะไรจากยาที่หมอปีเตอร์สั่งให้หรอก เพราะสิ่งที่จะช่วยผมจากความเจ็บปวดอย่างแท้จริง คือ เอวา สาวข้างบ้านของผมต่างหาก ผมคิดว่าวันนี้จะนัดเธอไปเจอกันที่เดิมเสียหน่อย เผื่อว่าเซ็กส์จะช่วยฆ่าเวลาในช่วงการรอคอยนี้ให้ดูสั้นลงไปได้บ้าง

To be continue...
SHARE
Writer
JD5555
the fast sleeper
คนธรรมดามากๆ

Comments

niji
1 year ago
อยากอ่านต่อแล้วววววววว
Reply
JD5555
1 year ago
5555