จากฉัน; ถึงปีศาจในใจฉัน



ทางเดียวที่จะรักษาบาดแผลได้
คือต้องสงบศึกกับ "ปีศาจ" ที่สร้างมันขึ้นมา

-Godzilla : King of the Monsters-




สวัสดี, วันสุดท้ายของเดือนตุลาคมและขอเริ่มต้น บทความนี้ด้วยคำว่า 



"ลาก่อน...
เดือนแห่งความเจ็บปวดลำดับต้นๆ สำหรับฉัน" 



ฉันเริ่มเขียนบทความนี้ ในวันสุดท้ายของเดือนและเช่นเคย ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาเขียนนานแค่ไหน จะว่าผ่านมาได้แล้วนะ ก็ดูจะเป็นเรื่องน่ายินดีเกินไป เอาเป็นว่า ดีแล้วนะ... ที่มีชีวิตผ่านมาได้อีกเดือน 




และแม้จะผ่านมันมาได้ แต่เรื่องราวระหว่างทางก็ทำเอาแทบกระอักเลือดไปหลายหน กว่าจะกลั่นทุกความรู้สึกออกมาได้ ฉันต้องสังเวยน้ำตาไปหลายลิตร.. มันบอกไม่ถูก แต่ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ฉันเล่าเรื่องราวผ่านตัวหนังสือแล้วไม่ร้องไห้




โปรดอย่าได้ถือสาฉันเลย ถ้าสิ่งที่ฉันเป็นมันขัดต่อความรู้สึกนึกคิดของคุณๆ ขอให้ฉันได้ดิ้นตายในพื้นนี้ ให้ฉันได้ดิ้นตายในที่ที่ฉันสามารถทุรนทุรายได้อย่างอิสระเถอะ..




ไม่รู้ว่าเคยบอกไปหรือยัง ว่าการเขียนเล่าถึงตัวเองตรงนี้ ไม่ต่างจากการนั่งมองดูตัวเองทรมานซ้ำๆภาพฉันกำลังเจ็บเจียนตายยังคงดิ้นอยู่ในหัว เสียงครวญจากการร่ำไห้ยังคงก้องในใจ หยดน้ำตาไม่เคยเหือดหาย ไม่ว่าจะเล่าเรื่องในรูปแบบไหน มันก็ยังคงสะเทือนไปหมด ทั้งใจ...  






สมเพชฉันเถอะ ถ้าอ่านแล้วคุณๆ คิดอย่างนั้น เพราะฉันเองก็สมเพชตัวเองไม่ต่างกันนักที่ยังคงวนเวียนอยู่กับความทุกข์เช่นนี้ มันน่าสมเพชสิ้นดี ฉันรู้ซึ้งเลยล่ะ แต่จะให้ทำอย่างไรได้ ในเมื่อวิธีนี้ เป็นหนึ่งในหนทางระบายที่ฉันพอจะทำได้ 




ฉันจะทำอย่างไรได้ ในเมื่อวิธีนี้ กลายเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการรักษาตัวของฉัน.. และเพื่อให้ฉันหายจากโรคนี้ในสักวัน ฉันจะยังคงเขียนมันต่อไป...  





28 ตุลาคม คือวันที่ฉันต้องไปพบจิตแพทย์ตามนัด ฉันสารภาพสิ่งที่เกิดขึ้นทุกอย่าง พร้อมด้วยใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลเป็นเครื่องยืนยัน ฉันได้รับคำตำหนิและแง่คิดมากมายกลับมา คงไม่ต้องเล่าถึงผลวินิจฉัยที่ได้รับ มันหนักหนาเอาเรื่อง หนักสุด ก็คงเป็นความคิดที่อยากหลับไปตลอดกาล แต่ไม่ใช่เลย ยังมีอะไรที่หนักหนากว่านั้นรอฉันอยู่...





ฉันร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรต่อหน้าคุณหมอเพียงแค่เจอคำถามสะกิดแผลในหัวใจ คำถามจากหมอไม่เคยปราณีฉัน และฉัน..ก็ไม่เคยปราณีตัวเองเช่นกัน 




หลังจากพูดคุยกันเสร็จ ซึ่งเป็นการคุยที่ยาวนานกว่าครั้งไหนๆ คุณหมอสั่งปรับยาให้ฉันอีกครั้ง ด้วยการเพิ่มโดสยาบางชนิดให้มากขึ้นเป็นเท่าตัว และลดปริมาณยานอนหลับลงกว่าครึ่งทั้งที่ฉันมีอาการนอนไม่หลับเป็นปัจจัยหลัก





หมอให้เหตุผลว่า ถ้าฉันกินยานอนหลับมากไป อาจทำให้ร่างกายเสพติด จึงเพิ่มปริมาณยาอีกตัวเพื่อให้ยาช่วยปรับสารเคมีในสมองแทน 





นั่นหมายถึง.. ฉันต้องรับมือกับตัวเองในอีกเวอชั่นหนึ่ง ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะมาในรูปแบบไหน เพราะความไม่เสถียรของอาการ แต่ที่แน่ๆ ฉันและตัวฉันอีกคนต้องเรียนรู้สิ่งนี้ไปพร้อมๆ กัน 




ฉันรู้ หมอเองก็รู้ ว่าในหัวใจของฉันมีปีศาจแสนร้ายกาจสิงอยู่ พฤติกรรมของฉันดูอันตรายมากขึ้นและมีแนวโน้มว่าจะเป็นภัยต่อตัวเองพอสมควร นั่นเป็นเหตุผลหลัก ว่าทำไมฉันจึงไม่ควรมียานอนหลับปริมาณมากๆ ในมือ และวันนัดครั้งต่อไปถูกบันทึกลงปฏิทินอีกครั้ง






                  ฉันเข้าใจดีทุกอย่าง... 







ฉันคือปีศาจ...
ที่พร้อมจะปลิดชีพตัวเองตลอดเวลา  







การใช้ชีวิตของฉันเริ่มผิดแผกไปทีละนิด ในรายละเอียดเล็กน้อย... ฉันคนเดิมกำลังเปลี่ยนไป




ฉันไม่สามารถปล่อยให้ในหัวของตัวเองเว้นว่างจากเสียงเพลงหรือเสียงอื่นๆ ได้ เพราะเมื่อยามที่มันเงียบ.. มักจะมีคำว่า "อยากให้ยิ้มเยอะๆ นะ" จากเธอลอยมารบกวนอยู่เสมอ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมฉันถึงต้องสวมหูฟังไว้ติดหูและเปิดเพลงคลอตลอดเวลา...




การอยู่คนเดียวกลายเป็นเรื่องลำบากมากขึ้น เมื่อฉันไม่สามารถปกป้องตัวเองจากอุบัติเหตุบางประการได้ ไม่ว่าจะอาการวูบกระทันหัน อาการเซล้ม อาการหลงลืมและอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดคือผลข้างเคียงจากยาที่ฉันต้องเผชิญ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม ตามเนื้อตัวของฉันถึงมีรอยเขียวช้ำและมีรอยแผลอยู่เนืองๆ 




การเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วนกลายเป็นเรื่องน่าตื่นตระหนกในชีวิต การพบเจอผู้คนมากกว่าปกติ กลายเป็นเรื่องชวนอาเจียน ไม่ว่าใครเข้ามาใกล้ในลักษณะประชิดกลายเป็นสิ่งที่ฉันหวาดกลัว จนบางครั้งเผลอร้องไห้ออกมาจากอาการแพนิคของตัวเอง นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม ฉันถึงเอาแต่เก็บตัวในห้องมากกว่าจะพาตัวเองออกไปไหนต่อไป 




การเข้าครัวกลายเป็นเรื่องยากที่สุดในชีวิต เมื่อฉันไม่สามารถจับเครื่องครัวใดๆ ได้โดยไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของใครอีกคน หยดน้ำตาพร้อมจะอาบแก้มเสมอเมื่อภาพของเธอตอนทานอาหารฝีมือฉันลอยเข้ามาตีแสกหน้า การถือมีดในมือไม่ใช่เรื่องน่าพิศวงนักสำหรับปีศาจร้ายอย่างฉัน มือฉันจะสั่นไหว หัวใจฉันจะยิ่งรวดร้าว และมีดที่ถืออยู่ก็พร้อมจะจ้วงแทงตัวเองทุกเมื่อ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมฉันจึงหลีกหนีจากห้องครัวและอยู่ห่างจากของมีคมทุกชนิด




ไม่นับรวมอาการนอนไม่หลับ อาการหดหู่ในใจ อาการฝืนยิ้มต่อหน้าใครจนน้ำตาเอ่อ อาการใจสั่นตอนกลับไปยังสถานที่เดิมๆ อาการร้าวในอกตอนมีภาพจำเข้าแทรก อาการมึนเบลอ คลื่นไส้ เวียนหัว และอื่นๆ มากมาย นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม ฉันถึงไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ...เหมือนเดิม 






เพราะฉันคนเดิม... ไม่มีอีกแล้ว






ฉันเริ่มแยกแยะไม่ได้ ระหว่างความเจ็บปวดทางใจกับความเจ็บปวดทางกายนั้น แตกต่างกัน..





จิตแพทย์บอกว่า ฉันกำลังให้น้ำหนักกับความเจ็บปวดทางใจมากเกินไป... มากล้นจนหลงลืมไปว่าร่างกายก็เจ็บเป็น การให้คุณค่าตัวเองนั้นสำคัญกว่าการลดคุณค่าของตัวเอง...





เลิกให้ค่ากับอดีต และหันมาสนใจปัจจุบันได้แล้ว นั่นคือสิ่งที่จิตแพทย์พยายามบอกฉัน 





ฉันเถียง..แค่ในใจ ใช่ เถียงฉอดแค่ในใจในสิ่งที่หมอเอ่ย ถ้าฉันลืมอดีตได้ ฉันคงไม่ต้องมาทรมานอย่างนี้ จากนั้นน้ำตาก็ไหลอีกคำรบ ฉันยอมจำนนท์..และปล่อยให้หมอได้ใช้เข็มบ่งหนามที่ยอกอยู่ในอกจนอักเสบเพื่อคายพิษของความเจ็บปวดออกมา 






หัวใจฉันยังคงเจ็บและทรมาน
น้ำตาฉันยังคงอาบแก้มยามที่ภาพจำรุมเร้า 







แทนที่จะปล่อยฉันไว้อย่างนี้
ทำไมไม่ฆ่าฉันให้ตายตรงนั้น... ทำไม? 






แผลเป็นที่ควรเหลือเพียงร่องรอยจางๆ กลับถูกซัดซ้ำๆ จนเกิดแผลฉกรรจ์ มันบาดลึก...สุดหัวใจ







ปีศาจ ยังไงก็คือ ปีศาจ 




ไม่ว่าจะพยายามหยุดมันแค่ไหน มันก็ยังตามติดมาเป็นเงา ไม่ว่าจะพยายามสงบศึกด้วยวิธีไหน มันก็ยังสำแดงความเกรี้ยวกราดเป็นวิสัยแห่งปีศาจ 






ร่างกายฉัน หัวใจฉัน ถูกหลอมรวมไปกับความเจ็บปวดมหาศาล ความคิดฉัน ความสุขของฉัน ถูกความขมปร่าของน้ำตาชะล้างไปจนหมดสิ้น ราวกับว่าชีวิตที่เหลือ ถูกสังเวยให้กับปีศาจในใจ









ฉันวอนขอ... ขอให้หยดน้ำตาหยุดรินไหล
ฉันวอนขอ... ขอให้ความเจ็บปวดโปรดจางไป
ฉันวอนขอ... ขอให้ภาพจำโปรดหยุดทำงานได้ไหม
ฉันวอนขอ... ขอให้แผลสดได้รับการรักษาจนหายดี

ฉันวอนขอ... ขอให้ปีศาจในใจตายไปเสียที







และสักเสี้ยวนาที ก่อนที่ฉันจะตายไปจริงๆ
ฉันวอนขอ...ขอให้ทุกความทรมานนี้ สิ้นสุดลง




.



.


.




และฉันคงทำได้แค่วอนขอร่ำไป เพราะคำขอของฉันไม่เคยเป็นจริงสักครั้ง แม้แต่ในเวลานี้ หัวใจฉันก็ยังคงเจ็บปวด ไม่คลาย..











จากฉัน; ถึงปีศาจในใจฉัน
จากฉัน; ถึงฉันอีกคน 














SHARE
Writer
Peekthum
เสพโศกแทรกเศร้า
ติดปีกให้ตัวอักษรและโบยบินในฝัน

Comments

sobabyalienz
3 days ago
อ่านแล้วเหมือนทำไห้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น ขอบคุณสำหรับบทความดีๆคะ 🥰
Reply
JINNNY
2 days ago
เราขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจเล็กๆให้คุณนะคะไม่ว่าคุณจะเจ็บปวดเพียงไรอยู่ขอให้มันจางไปนะคะ
Reply
Wanwirapa
2 days ago
กอดๆนะคะ แล้วคุณจะดีขึ้นค่ะเราเชื่อแบบนั้น :)
Reply
soymilk
1 day ago
ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีนะคะ เราเองก็กำลังสู้กับมันเหมือนกัน เข้าใจคุณมากเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ ^^
Reply
wishyouwereherenow
19 hours ago
สู้ๆนะคะ:💘)
Reply