10 วิธีคลายเครียดในการทำงาน ปรับชีวิตให้มีความสุขมากขึ้น

สภาพสังคมในปัจจุบันเป็นยุคสมัยของการพัฒนาไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยีหรือด้านทรัพยากรมนุษย์ จึงมีการแข่งขันกันอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะการแข่งขันในเรื่องของการทำงาน จึงจะเห็นได้จากคนในวัยทำงานที่ขยันและทุ่มเททำงาน เพื่อที่จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่สำหรับบางคนนั้นอาจทุ่มเทให้กับงานมากเกินไปจนไม่มีเวลาผ่อนคลายทำให้เกิดความเครียดสะสม และส่งผลเสียให้กับตนเองทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ทำให้เกิดการเจ็บป่วย หงุดหงิด หรืออารมณ์เสียได้ง่าย รวมทั้งยังทำให้ไม่มีความสุขในชีวิต 
 ฉะนั้น เรามาดูวิธีจัดการกับความเครียดในการทำงานตามคำแนะนำของกรมสุขภาพจิตกันดีกว่า ก่อนที่สุขภาพกายและสุขภาพจิตของเราจะแย่ไปมากกว่านี้ มาดูกันเลย 1.ออกกำลังกาย
การออกกำลังกายช่วยคลายเครียดได้ จึงควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายระหว่างการทำงาน เช่น การเดินขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟท์ หรือ จะเป็นการออกกำลังกายกลางแจ้งอย่างน้อยวันละ30นาที จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขออกมา ทำให้ร่างกายและจิตใจสดชื่น กระปรี้กระเปร่าและกระฉับกระเฉงอีกด้วย

2.พักผ่อนหย่อนใจ 
เมื่อนั่งทำงานทั้งวัน ควรเดินยืดเส้นยืดสายบ้าง หรือออกไปสูดอากาศข้างนอกซัก3-5นาที เพื่อคลายความเครียดและความเมื่อยล้า เมื่อเลิกงานแล้ว ถ้าไม่จำเป็นอย่าเอางานกลับไปทำที่บ้าน เพราะเวลาเลิกงานเป็นเวลาที่เราควรจะได้พักผ่อนหย่อนใจ

3.ใช้คำพูดที่ชวนฟัง 
การใช้คำพูดที่ไพเราะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน และช่วยลดความเครียดในการพูดคุย สนทนากัน นอกจากนี้ควรหมั่นพูดชมเชย ให้กำลังใจและถามไถ่สารทุกข์สุกดิบแก่คู่สนทนา และกล่าวทักทาย พูดขอบคุณและขอโทษอยู่เสมอเพื่อแสดงถึงความมีมารยาทและมีน้ำใจ

4.การจัดการกับอารมณ์อย่างเหมาะสม 
เมื่อไหร่ที่อารมณ์ไม่ดี ควรตั้งสติ ฝึกควบคุมอารมณ์โดยการหายใจเข้าออกช้าๆ สัก4-5ครั้ง อย่าเพิ่งพูดหรือทำอะไรลงไปโดยไม่คิด เพราะอาจจะมีผลเสียตามมา และเมื่ออารมณ์ดีขึ้น ควรยิ้มแย้มทักทายคนรอบข้าง จะทำให้เขารู้สึกดีและทำให้ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างดีขึ้นอีกด้วย

5.สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน
การสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน สามารถทำได้โดยการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ยิ้มแย้มแจ่มใส รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราอยู่เสมอ และช่วยเหลือซึ่งกันและกันอยู่เสมอ จะช่วยให้รู้สึกมีความสุขในการทำงาน 

6.การรู้จักบริหารเวลา 
การแบ่งเวลาอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น ทำงานที่สำคัญและเร่งด่วนให้เสร็จก่อน แล้วจึงทำงานอื่นภายหลัง ลดการเดินไปมา กินขนม คุยเล่น จะช่วยให้ประหยัดเวลาในการทำงานมากยิ่งขึ้น ทำให้มีเวลาสำหรับพักผ่อนหย่อนใจมากยิ่งขึ้น และทำให้เครียดน้อยลง

7.การแสดงความคิดเห็นในทางสร้างสรรค์
กล้าบอกความต้องการของตัวเองตามสิทธิ์ที่ควรจะได้รับ เช่น เลือกที่จะทำงานเร่งด่วนของตัวเองให้เสร็จก่อนก่อนที่จะไปช่วยงานผู้อื่น หรือเลือกที่จะทำสิ่งที่ตนพอใจโดยไม่ทำให้ใครเดือดร้อน จะทำให้ความเครียดและความกดดันในที่ทำงานน้อยลง 

8.การสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจให้ตนเอง
การสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจ ทำได้โดยการให้กำลังใจตนเองอยู่เสมอ เชื่อมั่นในตนเอง และชื่นชมตัวเองเมื่อทำอะไรสำเร็จ จะช่วยให้ลดความวิตกกังวลและสามารถเอาชนะความเครียดได้

9.การปรับเปลี่ยนความคิด
เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าตนเองคิดมากหรือวิตกกังวลมากเกินไป ควรเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นให้สบายใจก่อนแล้วกลับมาคิดใหม่ ลองปรับเปลี่ยนความคิด คิดให้หลายๆแง่มุม คิดถึงแต่เรื่องที่ดีๆ คิดอย่างมีความหวัง และให้กำลังใจตนเอง จะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นและลดความเครียดลงได้

10.การแก้ปัญหาอย่างถูกวิธี
เมื่อเกิดปัญหาควรตั้งสติ จากนั้นเริ่มหาสาเหตุที่แท้จริง แล้วแก้ที่ต้นเหตุ ไม่ควรแก้ปัญหาด้วยอารมณ์เพราะจะทำให้เครียดมากขึ้นกว่าเดิม และถ้าคิดวิธีแก้ปัญหาเองไม่ได้ ควรขอความช่วยเหลือและคำปรึกษาจากผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็น เพื่อน แฟน ครอบครัว หรือสายด่วยสุขภาพจิต และเมื่อทราบวิธีแก้ปัญหาแล้วก็ควรลงมือแก้ปัญหาทันที ถึงแม้บางปัญหาอาจจะแก้ยากก็ให้อดทน เข้มแข็ง เพราะเมื่อแก้ปัญหาได้สำเร็จ ความเครียดก็จะทุเลาลงนั่นเอง

 การผ่อนคลายความเครียดถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะนอกจากจะช่วยให้สุขภาพกายและสุขภาพจิตดีขึ้นแล้ว ยังช่วยให้เกิดบรรยากาศที่ดีในการทำงาน และทำให้มีความสุขกับการทำงานและการใช้ชีวิตมากขึ้นด้วย

       เรียบเรียงจาก เว็บไซด์กรมสุขภาพจิต

SHARE

Comments