มันแล้วแต่จังหวะ ก็ใช่ แต่เราก็ต้องเข้าใจทำนอง...
ช่วงหลังประมาณปี 2010 มานี้ เราคงมักจะได้เห็นหนังสือ best seller เป็นแนวที่มีคำว่า "สำเร็จ" ประกอบอยู่ในชื่อหนังสือนั้นๆ ด้วยจนชินชา.... 

ก่อนที่จะมีกระแสอีกด้านมาผลักเทรนใหม่ ว่า "ไม่ต้องสำเร็จ ก็...(อย่างนั้นอย่างนี้ได้)" เพราะผู้คนเริ่มเหนื่อยหน่าย กับการตามอ่าน และทำตามหนังสือแนว "สำเร็จ" ว่าไว้ .....
ซึ่งในตอนสุดท้าย ของการอ่านหนังสือแนวที่ว่า   "ไม่ต้องสำเร็จ ก็..." มันก็คือต้องแบบนั้นๆ ให้ "สำเร็จ" อยู่ดี....
แรกๆ เราก็ไม่เข้าใจ หนังสือทั้งสองแนวนี้สักเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่มักจะหนีไปอ่านแนวประวัติศาสตร์ไปเลย เนื่องจากเล่มหนาและราคาถูก(เมื่อเทียบกับปริมาณ)....
แต่สุดท้าย คนเราก็หลักเลี่ยงการแก่ลงไม่ได้ จะอย่างไร สักวันนึง เราเองก็จะเริ่มรู้สึกตัว และเกิดคำถามขึ้นในใจได้ว่า "นี่เราสำเร็จ และล้มเหลวมากี่ครั้งแล้ววะ ? " ......

เราต้องเริ่มหัดเดิน ใช่ ...
และขณะเดียวกัน เราก็ต้องเริ่มที่จะรู้จักการหกล้ม
เราต้องเริ่มหัดขีดหัดเขียน ใช่...
และขณะเดียวกัน เราก็จะต้องรู้จักว่าเราสามารถเขียนลงตรงไหนได้บ้าง
.
เราต้องเริ่มหัดที่จะต้องแข่งขัน ใช่...
และขณะเดียวกัน เราก็จะต้องเรียนรู้ว่าการแพ้ มันหมายถึงยังไม่สำเร็จ

จนสักพักหนึ่ง เราก็เริ่มรู้สึกว่า..... 
 จะความสำเร็จ หรือความล้มเหลว บางทีมันก็แล้วแต่จังหวะ เราเชื่อในเรื่องของ "เวลา และการเคลื่อนที่" มากๆ เรารู้สึกว่ามันเป็นแนวคิดที่ใช้อธิบายเหตุผลอะไรได้หลายๆอย่าง...
หากคุณอยากจะเดินทางจากกรุงเทพ ไปเชียงใหม่ ให้ถึงภายในเวลาใดเวลาหนึ่ง คุณก็จะต้องรู้ว่าเวลาที่คุณมีทั้งหมด มีเท่าไหร่ และคุณจะต้องพาตัวคุณเองเคลื่อนไปอย่างไร ความเร็วเท่าไหร่ ให้ทันเวลาตามโจทย์ที่ตั้งไว้...
โดยสิ่งที่เรากระทำ ในช่วงระหว่างที่เวลา และการเคลื่อนที่ของเรากำลังดำเนินไป นั่นก็คือการสร้างจังหวะของเราเอง
ใครๆ ก็รู้อยู่แล้วทั้งนั้นแหละ ว่าต้องทำต่อไปเรื่อยๆ มันถึงจะสำเร็จ....
ก็เหมือนคุณจะขับรถไปเชียงใหม่ คุณก็ต้องขับไปเรื่อยๆสิ มันถึงจะไปถึงเชียงใหม่ได้ มันไม่ได้เข้าใจยากอะไร....

ไอ้สิ่งที่คนเราอาจจะลืมไป หรือไม่ทันได้สังเกต ก็คือ...
เราต่างมีทำนองเป็นของตัวเอง...

ทำนอง ก็คือจังหวะต่างๆของเรา ประกอบกันขึ้นเองอย่างเป็นส่วนตัวส่วนตน ....
เป็นการแตะเบรครถแล้วแต่บุคคลในการขับรถ เป็นความถี่ในการแวะปั๊มที่จะเติมน้ำมันหรือซื้อของกิน เป็นความสนใจที่จะแวะชมวิวข้างทาง และเป็นความชอบที่จะเลือกการขับเวลากลางวันหรือกลางคืน....

ใช่ ที่ความสำเร็จ หรือล้มเหลวบางทีมันแล้วแต่จังหวะ...
บางครั้งจังหวะที่เราทำมันไปไม่ได้กับเรื่องใด สุดท้ายมันก็ล้มเหลว บางครั้งจังหวะที่เรามีมันไม่เข้าได้กับใครบางคน สุดท้ายมันก็ต้องอกหัก .....
แต่ก็ใช่อีกนั่นล่ะ ที่เราจะต้องทำจังหวะของตัวเองเองแบบนี้ไปเรื่อยๆ จะปรับจะเปลี่ยนไปอย่างไร หากเรามันหยุด สักวันมันก็ต้องมีจังหวะที่เข้ากับเราได้ ที่ลงตัวกับเราแล้วทำให้เราสำเร็จ...

แต่การเข้าใจทำนองของตัวเองทำหมดต่างหาก คือเคล็ดวิชาสำคัญ ของการเป็นคนที่ล้มเหลว หรือสำเร็จอย่างเป็นสุขได้....

เข้าใจว่าตอนนี้ เรากำลังเป็นแจ๊ซ หรือเรากำลังเป็นสามช่า เป็นทำนองเพลงช้า หรือเป็นเพลงเร็ว พลังมากพอจะโดดแบบเพลงร็อคไหม หรือร็อคก็ได้ แต่แค่เป็นช่วงร็อคที่อกหัก....

เราใจว่าเรากำลังอยู่ในทำนองอะไร จังหวะไหนที่เรากำลังเอื้อนท่อนอินโทร จังหวะไหนที่เราจะอัดท่อนฮุคให้สาแก่ใจ....


จะบอกว่าของอย่างนี้มันแล้วแต่ "จังหวะ" มันก็ใช่ แต่จะอย่างไร เราก็ควรต้องเข้าใจ "ทำนอง" .....
SHARE

Comments

Because
3 months ago
ชอบจัง
Reply
xiaoqingqing
2 months ago
เริ่มได้ดีนะคะ แต่หลังๆคำผิดเริ่มเยอะ แล้วก็เขียนวกไปวนมาค่ะ ยังไงก็สู้ต่อไปนะคะ เรื่องราวที่พยายามจะสื่อ มันมีความหมายดีค่ะ
Reply