God is One, Many, and Nothing.
พระเจ้าเป็นหนึ่ง, เป็นมากมายหลากหลาย, และไม่ได้เป็นอะไรเลย

แนวคิดแปลกๆบางอย่างเกิดขึ้นกับฉัน
ตอนที่ได้อ่านบทความหนึ่ง อันว่าด้วยเรื่องภาษาศาสตร์ในพระคัมภีร์ทางศาสนากลุ่มอับราฮัมมิค (พวกยิว คริสต์ อิสลาม บาไฮ)
พวกเขาบอกว่าคำว่า เอโลฮิม ในคัมภีร์ยิว เป็นพหูพจน์(Plural)​
อัลลอฮ์ ทรงตรัสแทนตัวเองด้วยคำว่า เรา/We
หรือพระผู้เป็นเจ้าในคริสตศาสนาที่แม้มีหนึ่งก็เป็นสามบุคคล คือ พระบิดา พระบุตร พระวิญญาณบริสุทธิ์
การเจอข้อความเหล่านี้ ได้ส่งผลให้มันสมองร่วมงานประสานกับจิตใจฉัน ผลิตผลออกมาเป็นแนวความคิดหนึ่งที่น่าสนใจว่า... 
ทุกศาสนาล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน
บรรพบุรุษของพวกเราต่างมีศรัทธาในบรรพชนผู้ล่วงลับ ภูติผีปีศาจ อันสถิตทั่วไปในธรรมชาติ แนวความคิด Animism, Ancestor Worship, Afterlife เป็นฐานใหญ่ที่สุดที่นอนเนื่องในจิตใต้สำนึกของมนุษยชาติ
ตัวความเชื่อเองนั้น มันก็วิวัฒนาการ​มาเรื่อยๆ
จนในที่สุด ผี ก็กลายเป็นเทพเจ้า
เทพเจ้ามากมาย เป็นพหุเทวะ
มนุษย์นิยมนับถือ จึงกลายเป็น พหุเทวนิยม
เทพเจ้าหลากหลายทำหน้าที่ต่างกัน ขัดแย้งกันบ้าง ไม่ต่างจากสภาโจ๊กของมนุษย์
เหมือนผู้หลักผู้ใหญ่คนละบ้านคนละเรือน
จะเข้าหาใครก็เลือกกันไป...

เวลาผ่านพ้นไป คนเริ่มให้ความสำคัญกับการมีเอกภาพของเหล่าเทพเจ้า
เทพ-ผีหลากหลายกลายเป็นถูกหลอมรวมลงจนเหลือสามบ้าง สองบ้าง จนในที่สุดก็เป็นหนึ่ง
เอกเทวนิยม เริ่มต้นขึ้นตรงนี้
พระเป็นเจ้ามีหนึ่งเดียว หนึ่งเท่านั้น ไม่มีอื่นอีก
แต่รากศัพท์อันเป็นพหูพจน์ยังประทับตราติดมาเป็นหลักฐานอยู่

แนวคิดที่เกิดตามๆกันมาคือการเห็นว่าพระเจ้าน่ะไม่มีหรอก...
ชายสักคนที่นั่งบนสรวงสวรรค์
กุมอำนาจในมือคนเดียว เปล่าเปลี่ยว...
หรือแม้แต่จะเป็นสภาเทวะผู้ทะเลาะเบาะแว้งชิงอำนาจกันก็มิใช่อีกนั่นแหละ
แต่ปราชญ์เหล่านี้มองว่า ตัวธรรมชาติ อันรับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัส ที่ปรากฏและเป็นไป เหล่านี้แลคือ พระเจ้าที่แท้จริง

พวกเราต่างมองพระเจ้ากันไปคนละมุม
เป็นตั้งหลายอย่าง
เป็นองค์เดียว หนึ่งเดียว
แล้วก็ไม่ได้มี และไม่ได้เป็นอะไรเลย
แนวคิดที่แตกต่างกันนี้กลับเปิดเผยตัวของมันอย่างชัดเจนในมโนสำนึกของฉัน เมื่อฉันได้ศึกษาเรื่องปัจจยาการของพระพุทธศาสนา...

ทุกสิ่งล้วนอิงอาศัยกันเกิดขึ้นและเป็นไป เป็นเหตุปัจจัยแก่กัน
สิ่งทั้งปวงต้องพึ่งพากัน จึงว่างเปล่าจากตัวตนเอกเทศ คงที่ ของตนๆ
สิ่งทั้งปวงขาดจากการมีอยู่ของตัวตนของมันๆ แต่มีอยู่ในลักษณะอันยืดหยุ่น เคลื่อนที่ เปลี่ยนแปลง แตกกระจาย และหลายหลาก
และในความมากมายหลากหลายแห่งเหตุปัจจัย มันล้วนสัมพันธ์กัน​ เป็นระบบใหญ่หรือกระแสใหญ่เพียงหนึ่งเดียว

ไม่มีสิ่งใดดำรงอยู่
แต่ก็ไม่มีที่ใดที่ไม่มีสิ่งเหล่านี้อยู่
และสิ่งเหล่านี้ก็อาศัยกันจึงปรากฏร่วมได้

ดังพระเจ้า...
พระเจ้าเป็นทุกสิ่ง เป็นมากมายหลากหลาย
แต่ก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ในขณะเดียวกัน ก็มิได้ปรากฏว่าเป็นอะไรสักอย่างเลย

เมื่อฉันก้มตัวลง
ศิโรราบต่อพระผู้เป็นเจ้า
สวดถึงพระองค์ ด้วยนามอันหลากหลาย
ด้วยนามอันแท้จริง
ฉันเห็นอะไรรู้ไหม...
เห็นทุกอย่างเลย
จักรวาลอันไพศาล อวกาศ ดวงดาว
แม่น้ำ ภูเขา ท้องฟ้า เมฆขาว
เด็กน้อย หญิงชรา พ่อแม่ฉัน บรรพชน
คนเลว คนชั่ว คนดี
ทั้งหมดคือพระเจ้า
พระอมิตาภะ พระเยซู นบี องค์รามกฤษณะ อามาเตระสึ พระศากยมุนี เทวทูต ทั้งหลายทั้งปวง
ก็เป็นพระเจ้าหมด
มีมากมายหลายพระองค์ แต่พลวัตสอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ภายในคำว่า "พระเจ้า" 
และจากทั้งหมดนี้
ก็ไม่มีอะไรเลยที่เป็นพระเจ้าด้วย
เพราะพระเจ้าคือความเป็นทั้งหมด (Wholeness)
นั่นรวมถึงความไม่เป็นอะไร(Nothingness)​ด้วยเช่นกัน...

ขอพระเจ้า(ทั้งหลาย)​อวยพร




SHARE
Writer
Belbaelboy
Devil
บทกวีหลากหลาย ร้อยร่ายโดยอสูรกาย

Comments