5 วิธีเขียนไดอารี่ที่ให้ผลลัพธ์แตกต่างกัน
วิธีการเขียนไดอารี่มีวิธีการเขียนหลายแบบ ไม่ได้กำหนดรูปแบบที่แน่นอน ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของเจ้าของไดอารี่มากกว่า ว่าต้องการเขียนเพื่ออะไร วันนี้เรามีวิธีการเขียนไดอารี่ 5 วิธีมาให้คุณได้เลือกเขียนได้ตามใจ

1. เขียนบันทึกประจำวัน
- เขียนบันทึกเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน ว่าวันนี้เจออะไรมาบ้าง อากาศวันนี้เป็นอย่างไร รู้สึกอย่างไร จะมีวันที่ประจำวันเอาไว้ด้วย เช่น 
Sat 4 August 2019 วันนี้อากาศดี มีฝนตกด้วย ดีจังจะได้ไม่ต้องรดน้ำต้นไม้ มีเวลาทำอย่างอื่นเพิ่ม บ่ายวันนี้เปิดทีวีเจอปั๊บ โปเตโต้ เป็นแขกรับเชิญในรายการ ทำให้นึกถึงวันนั้นที่ได้เจอพี่ปั๊บ โปเตโต้ ตอนอยู่ที่สนามบินระหว่างรอเดินทางไปเชียงราย ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า อะไรก็เป็นไปได้นะ คนที่เราไม่คิดว่าจะได้เจอ ยังมีโอกาสได้เจอเลย
 
- วิธีนี้เขียนเพื่อบันทึกเรื่องที่น่าจดจำ ประทับใจ สะสมเรื่องราวในชีวิตเอาไว้อ่านในภายหลัง บางวันเขียนยาว เขียนสั้น แล้วแต่วัน หรือบางวันอาจจะไม่เขียนเลย

- เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นเขียนไดอารี่ ถ้าจะเขียนให้ได้ทุกวัน ควรเลือกเรื่องเด่นๆ ในแต่ละวันมาเขียน จะทำให้รู้สึกอยากเขียนมากขึ้น และอยากกลับมาอ่านอีก

2. เขียนระบายความในใจ
- เขียนระบายความรู้สึกในใจ
รู้สึกอย่างไรกับตัวเอง คิดอย่างไรกับคนรอบข้างที่เข้ามาพูดคุย เราเป็นอย่างไรหลังผ่านเหตุการณ์นั้นในวันนี้ ตอนนี้ที่เขียนยังรู้สึกดีอยู่ไหม หรือว่าไม่สบายใจเรื่องอะไร เขียนออกมาได้ทั้งหมด เช่น 
วันนี้รู้สึกไม่สบายใจเลย ที่พูดแนะนำเพื่อนไปตรงๆ อย่างนั้น เขาไม่ตอบอะไรเราเลย หลังจากที่ได้อ่านข้อความ หรือเราพูดตรงเกินไปหรือเปล่านะ คราวหน้าเรารอให้เขาถามก่อนดีกว่า เพราะบางทีเขาแค่อยากให้มีคนรับฟังแต่ไม่ได้ต้องการคำแนะนำก็ได้นะ แต่อย่างน้อยสิ่งที่เราพูดออกไป เราก็พูดด้วยความหวังดี อยากให้เพื่อนได้สตินะ
 
- วิธีนี้เขียนเพื่อระบายความเครียด ทำความรู้จักกับตัวเอง บางคนถึงกับจดบันทึกสิ่งต่างๆ ที่คนรอบข้างปฏิบัติกับเราอย่างไร ถ้าเราไม่สามารถหาทางออกกับความรู้สึกไม่ดีในใจ ประโยคที่เขียนจะวนซ้ำไปมา จะมีแต่ความทุกข์สะสมอยู่ในหน้ากระดาษนั้น แต่ถ้าใช้เขียนอธิบายความเป็นตัวเองอย่างซื่อสัตย์ จะทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น ว่าเป็นคนแบบไหน มีวิธีคิดอย่างไร พอใจในตัวเองหรือไม่ หรือมีความฝันอะไรที่อยากจะทำให้มันเป็นจริง

- เหมาะสำหรับคนที่อยากรู้จักตัวเอง โดยเขียนเพื่อเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น เราจะดีขึ้น เมื่อกลับมาอ่านทบทวนแล้วจับจุดได้ว่า ตรงไหนคือสิ่งที่เราควรจะปรับ และเหมาะสำหรับคนที่มีเรื่องไม่สบายใจ การเขียนเป็นการระบายได้อย่างดี แต่ถ้าให้ดี ควรลงท้ายด้วยข้อสรุปว่าเราได้เรียนรู้อะไรจากเรื่องที่ไม่สบายใจนั้น เพื่อเป็นการดีท็อกซ์ตัวเอง ล้างความคิด ความรู้สึกที่ไม่ดี ด้วยความคิดที่ดี

3. เขียนบันทึกไอเดียดีๆ
- เขียนสะสมความคิดสร้างสรรค์ที่ตัวเองคิดได้ในแต่ละวัน เช่น ไอเดียที่จะใช้ในการทำงาน ข้อคิดที่ได้ในวันนี้ หรือถ้าได้ยินหรืออ่านเจอคำคมดีๆ ไอเดียดีๆ ก็จดบันทึกสะสมเอาไว้ เช่น 
วันนี้เราอ่านเจอคำแนะนำในการทำธุรกิจว่า “ปรับแค่วันละ 1% ผลลัพธ์ก็เปลี่ยน” เอาไปใช้ได้ทั้งเรื่องงานและเรื่องพัฒนาตัวเอง เราคิดว่าแนวคิดนี้น่าสนใจนะ ลองเอามาปรับใช้ในงานเราดีกว่า
 
- วิธีนี้เขียนเพื่อฝึกคิดอย่างสร้างสรรค์ ผ่านการเรียนรู้ด้วยการอ่าน ฟัง สังเกตจากสิ่งรอบข้าง แรกๆ อาจจะเป็นการบันทึกไอเดียที่ได้จากคนอื่น แล้วต่อมาเมื่อเจอไอเดียใหม่ลองปรับในแบบของเรา นานวันเข้าก็จะได้ไอเดียดีๆ ที่ได้จากความคิดของเราเอง เมื่อฝึกคิดสร้างสรรค์มากขึ้น ไอเดียดีๆ ก็จะยิ่งมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

- เหมาะสำหรับคนที่ต้องการฝึกตัวเองให้มีความคิดสร้างสรรค์ นอกจากจะได้ทักษะด้านนี้แล้ว ยังฝึกการสังเกต และฝึกการเป็นผู้ฟังที่ดีอีกด้วย เพราะเมื่อเราสังเกตและรับฟังผู้อื่นมากขึ้น เราจะเข้าใจและเกิดการเรียนรู้ ได้ไอเดียใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น

4. เขียนสิ่งที่ได้เรียนรู้
- เขียนสิ่งที่ได้เรียนรู้ในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นความรู้ที่ได้จากการเรียน ประสบการณ์ที่ได้จากการทำงานหรือการทำธุรกิจ จดบันทึกความคิด ทักษะ รวมถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการใช้ชีวิตในแต่ละวัน เมื่อเกิดข้อผิดพลาด หรือเสียใจ ไม่สบายใจกับเรื่องใด ก็เขียนกลั่นกรองออกมาเป็นวิธีคิดที่ได้จากเรื่องราวไม่ดีเหล่านั้น เช่น 
วันนี้เรายังไม่หายดี ยังเป็นหวัดอยู่หลายวันเลย แต่เราก็ยังคงทำงานต่อไป เพราะนึกถึงน้องคนนั้นที่ร่างกายพิการนอนติดเตียง แต่สามารถเขียนนิยายหารายได้เลี้ยงครอบครัว ด้วยมือข้างเดียวที่กดปุ่มบนมือถือเพื่อแต่งนิยายเท่านั้นเอง แม้กายน้องเขาป่วย แต่ใจน้องเขาสู้เกินร้อยเลย ส่วนเราแค่เป็นหวัดจะยอมแพ้ได้งัยล่ะเนอะ
 
- วิธีนี้เขียนเพื่อฝึกฝนให้มีความคิดความอ่านแบบผู้ใหญ่ คือ รู้จักคิด และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เลือกใส่ใจในสิ่งที่สำคัญ อะไรที่ไม่ดีมองว่าเป็นบทเรียน นำไปปรับใช้ได้เมื่อเจอเหตุการณ์ที่คล้ายๆ กัน ถ้าเราได้เรียนรู้เรื่องใด เราจะไม่เจอปัญหาเดิมๆ ซ้ำอีก แต่ถ้าเรายังไม่ได้คิดให้ตกผลึกในเรื่องนั้นๆ เหตุการณ์ที่ไม่ดีก็มีโอกาสเกิดขึ้นซ้ำอีก การเขียนด้วยวิธีนี้ ช่วยให้ใจเคลียร์ ได้ข้อสรุปจากเหตุการณ์ประจำวัน จบเรื่องราวในวันนั้น และพร้อมจะใช้ชีวิตใหม่ในวันต่อไป

- เหมาะสำหรับคนที่ต้องการฝึกทักษะการคิด ให้คิดเป็น แก้ปัญหาเป็น เรียนรู้การเติบโตแบบผู้ใหญ่ และเหมาะกับนักธุรกิจหรือผู้ประกอบการที่ต้องการสะสมประสบการณ์ในการทำธุรกิจ เพราะในแต่ละวันจะเกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่ เกิดทักษะและประสบการณ์ใหม่ๆ ถ้าเราบันทึก เราจะได้ไอเดียเพิ่มเติม และสามารถนำไอเดียเก่าๆ วิธีแก้ปัญหาความท้าทายที่เคยเจอมาปรับใช้ในปัจจุบันได้อีกด้วย

5. เขียนคำขอบคุณ
- เลือกเขียนขอบคุณในเรื่องสำคัญๆ สัก 2-3 เรื่องต่อวัน เขียนขอบคุณและบรรยายสั้นๆ ในสิ่งนั้น อาจจะขอบคุณในสิ่งที่เราเจอในวันนั้น ขอบคุณในสิ่งที่ได้รับในวันนี้ หรือแม้ถ้าวันนั้นไม่รู้จะขอบคุณอะไร เราก็สามารถขอบคุณตัวเองหรือขอบคุณในสิ่งที่เรามี เช่น 
ขอบคุณตัวเองที่คิดได้ว่าเราควรอยู่กับสิ่งที่มี 
..ไม่ใช่คิดถึงแต่สิ่งที่ขาดหายไป  
ขอบคุณเพื่อนที่คอยให้กำลังใจกัน 
..รับฟังเรื่องราวกันและกันเสมอ  
ขอบคุณอาจารย์ที่ให้ช่อดอกไม้
..แสดงความยินดีที่เราได้รางวัล 

 
- วิธีนี้เขียนเพื่อให้เราฝึกใช้ชีวิตให้มีความสุขอยู่กับปัจจุบัน พอใจในชีวิต พอเพียงในสิ่งที่มี และเมื่อเรารู้สึกพอเพียง เราจะยิ่งรู้สึกได้ถึงความเพิ่มพูน โชคดีที่ผ่านเข้ามาในชีวิตมากขึ้น สามารถคิดบวกได้แม้เจอสถานการณ์ที่ไม่ดี ฝึกโฟกัสในเรื่องดีๆ เพื่อให้เรามีแรงผลักดันในการทำหน้าที่และเดินตามฝันของเราต่อไป

- เหมาะสำหรับคนที่ต้องการฝึกคิดบวก เปลี่ยนจากคนที่มองโลกในแง่ร้าย กลายเป็นคนมองโลกในแง่ดีมากขึ้น วิธีนี้เป็นวิธีเขียนที่ง่ายและให้ผลลัพธ์ดีที่สุด เพราะเขียนเพียงสั้นๆ ยิ่งเขียนทุกวัน ยิ่งมีความสุขมากขึ้น

การเขียนไดอารี่ ทำให้เราได้เห็นพัฒนาการของตัวเอง มีบางอย่างที่เราล้มเลิก มีบางอย่างที่เรายังคงทำต่อไป ทั้งหมดนี้คือการยอมรับตัวเอง ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น แล้วมันจะพาเราไปสู่ในเวอร์ชันที่ดีกว่า..ต่อไป

ลองเลือกวิธีเขียนไดอารี่ (Diary) ที่คุณชอบมากที่สุด มาเขียนบันทึกในแต่ละวัน หรือผสมผสานวิธีการเขียนได้เลย ไม่สำคัญว่าคุณจะเขียนแบบไหน สำคัญที่ว่าคุณจะกล้าเขียนเรื่องราวชีวิตของคุณลงไปด้วยความซื่อสัตย์หรือเปล่า เพราะสิ่งที่เราเขียนลงไป สะท้อนให้เราเห็นว่า เราใส่ใจตัวเองมากน้อยแค่ไหน เราอยากให้ตัวเองดีขึ้นไหม หรือเรายอมแพ้แล้วกับสิ่งที่เราเจอ

เพราะชีวิตของแต่ละคนมีเรื่องราวที่น่าสนใจ และน่าติดตาม ลองตั้งใจใช้ชีวิตอย่างดี เขียนบันทึกเรื่องราวของเราลงไปในไดอารี่ แล้วเราจะพบว่าชีวิตของเรา วิธีคิดของเรา น่าจดจำมากกว่าที่เคยเป็นมา


อ้างอิง
- https://www.wikihow.com/Write-a-Diary


Writer: takuma ^ ^
Cr: photo from app Canva
=========
คัดลอกบทความมาจาก www.cheer-up.lnwshop.com/article
สนใจอ่านบทความพร้อมภาพประกอบได้จากเว็บนั้นนะคะ
แต่จะทะยอยลงใน storylog เพื่อความสะดวกอีกทางหนึ่งค่า
SHARE
Written in this book
Start your new life by Diary
ไดอารี่ช่วยให้ชีวิตสุขสำเร็จได้อย่างไร ไปแลกัน!
Writer
takumacheerup
Writer
เป็นกำลังใจให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้

Comments