สละชีพเพื่อสิ่งใด (?)
คนเรา ไม่ว่าใคร ๆ อาจมีบางสิ่งที่สามารถทำให้เราฉุกคิดถึงสิ่งใด ๆ ภายในจิตใจเราได้ มันอาจทำให้เราหวนคิดถึงเรื่องราวและความรู้สึกต่าง ๆ 

ครับ... นี่คือเหตุผลที่ทำให้ผมมาเขียนเรื่องราวในวันนี้

แต่ก่อนอื่น คงต้องเตือนท่านทั้งหลายให้ทราบก่อนว่า เรื่องราวนี้อาจเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองในประวัติศาสตร์เล็กน้อย และอาจสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน แต่สิ่งที่จะกล่าว ไม่ใช่ความเห็นทางการเมือง ไม่ใช่การฝักใฝ่ในสิ่งใด แต่สรุปมาจากเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผมและครอบครัวในเคยประสบมา ดังนั้น จึงขอความกรุณาไม่โยงประเด็นการเมือง ไม่ว่าจะแสดงความเห็นเชิงที่เรียกว่า "แซะ" ใคร หรือยกไปกล่าวอ้างเพื่อด่าใคร ถ้าคิดเช่นนั้น ผมขอแนะนำให้ข้ามไปดีกว่าครับ

เอาล่ะ อารัมภบทเสียยาว จึงขอเข้าเรื่องเลยนะครับ

วันนี้มันก็เป็นวันอาทิตย์ที่ไม่ได้พิเศษอะไร จนกระทั่ง ผมนั่งดูหนัง ๑๔ ตุลา สงครามประชาชน และได้ฟังเพลง แสงดาวแห่งศรัทธา จึงทำให้ผมหวนคิดถึงเรื่องราวหลาย ๆ สิ่งในชีวิตตลอด ๒๕ ปีที่ผ่านมานี้ ด้วยความตื้นตัน อิ่มเอม เคล้าไปกับน้ำตา

เพลงแสงดาวแห่งศรัทธา เป็นเพลงที่แต่งโดย สุธรรม บุญรุ่ง (นามปากกาของ จิตร ภูมิศักดิ์ หรือสหายปรีชา) ขณะถูกขังอยู่ที่คุกลาดยาว เมื่อช่วงปี พ.ศ. ๒๕๐๓ ถึง ๒๕๐๕ เป็นเพลงที่กล่าวถึงความหวังและความศรัทธา 

ผมได้ยินเพลงนี้มาตั้งแต่ยังเล็ก พ่อแม่ของผมเป็นคนเดือนตุลา เคยร่วมในเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา ๒๕๑๖ และ ๖ ตุลา ๒๕๑๙ แม่ผมถูกจับ พ่อผมเข้าป่า ทุกครั้งที่มีการรำลึกในเหตุการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าเรื่องการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในเมือง หรือรำลึกถึงสหายที่เสียสละในการต่อสู้ร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย แทบจะทุกครั้งจะต้องได้ยินเพลงนี้ พวกเราลุกขึ้นยืนเพื่อไว้อาลัยให้กับสหายที่เสียสละชีวิตไปในการต่อสู้ ซึ่งคนเหล่านั้นล้วนเป็นมิตรสหายของพ่อแม่เราทั้งสิ้น เราเติบโตมาในครอบครัวและสังคมของคนเดือนตุลา จึงไม่แปลกที่เราจะซึมซับสิ่งนั้นมาตั้งแต่เด็ก

แต่น้ำตาของเราในครั้งนี้ ไม่ใช่เพราะความ "อิน" ไปกับการต่อสู้ของคนรุ่นพ่อแม่ที่แม้จะไม่ชนะ แต่ก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อย่างตามมา จนกระทั่ง ออกจากป่ามาร่วมกันเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) ร่วมกันสร้างสรรค์สังคมด้วยสันติวิธี (ภายหลังการออกนโยบาย ๖๖/๒๕๒๓ ในสมัยที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ผู้ซึ่งเป็นรัฐบุรุษที่มีคุณูปการต่อชาติไทยเราเป็นอย่างยิ่ง)

เราเสียน้ำตาให้แก่การเสียสละชีวิตไปในทุกการต่อสู้ เพื่อสิ่งที่เราจับต้องไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตย ปากท้อง ความยุติธรรม ฯลฯ จนบางครั้ง เราไม่สามารถระบุลงได้แน่ชัดว่า เราสู้เพื่อสิ่งใดอย่างเป็นรูปธรรม เป้าหมายของการต่อสู้ล้วนแต่เป็นอุดมคติที่บ้างก็เกิดขึ้นได้จริง บ้างก็แค่อุดมคติลอย ๆ แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้คือ เขาเหล่านั้นสละชีพด้วยเจตนารมณ์เพื่อมวลชน

แต่เราก็หวนคิดพิจารณาว่า แล้วสิ่งที่ "ดี" ต่อประชาชน มันเคยเกิดขึ้นจริงหรือไม่
ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีจริงแล้วหรือ
ในการต่อสู้นั้น ถ้าชนะขึ้นมา มันจะเป็นอย่างไรต่อไป

หลายครั้ง หลายครา ที่ฝ่ายประชาชนเป็นฝ่ายได้ชัยชนะ จนฝ่ายที่กุมอำนาจรัฐต้องถอยออกไป แต่สุดท้าย ประชาชนได้ประโยชน์สักเท่าไรกัน ชีวิตความเป็นอยู่ต่างไปจากเดิมแค่ไหน เสียงของประชาชนมีอยู่ที่ใดบ้าง 

ไม่ว่าเผด็จการ ไม่ว่าประชาธิปไตย
สุดท้าย ประชาชนอยู่ที่ใด

ไม่ว่าครั้งไหน ไม่ว่าฝ่ายใดชนะ ประชาชน หรืออำนาจรัฐ ก็ย่อมที่กลุ่มคนเพียงหยิบมือที่ได้ประโยชน์ แม้จะเป็นประชาธิปไตยสักเพียงใด สุดท้าย ก็กลายเป็นเกมอำนาจของนักการเมืองบางพวกเท่านั้น

แม้กระทั่งคนที่อ้างว่าต่อสู้แทนประชาชนหลายคน สุดท้าย ก็เพื่อผลประโยชน์และพวกพ้อง 
ก็แค่นักการเมืองที่เอาประชาชนมาเป็นโล่ ไม่ว่าจะรุ่นใหม่หรือรุ่นเก่า ก็ไม่ต่างกัน 

วัฏจักรหมุนเวียนเปลี่ยนไปไม่สิ้นสุด

สุดท้าย มันก็ย้อนกลับเข้ามาถึงคำถามที่ว่า 
เราสู้เพื่ออะไร 
เราตายกันไปเพื่ออะไร 
และมันคุ้มค่าแล้วหรือ ที่เราจะเอาชีวิตไปทิ้งกับอุดมคตินั้น

เมื่อใดหรือ ที่จะไม่มีใครต้องตายเพื่ออุดมการณ์อีก

เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ ? ... สิ่งที่คงเป็นแค่อุดมคติ เพราะจะเป็นประชาธิปไตยแค่ไหน ประชาชนไม่เคยเป็นใหญ่ในแผ่นดิน แม้กระทั่งประเทศที่เป็นแม่แบบประชาธิปไตย ประเทศแห่งเสรีภาพ สุดท้าย นักการเมือง นักธุรกิจ และกลุ่มอำนาจที่เป็นใหญ่ในแผ่นดิน

แต่ไม่ว่าอย่างไร เราก็คงต้องช่วยกันไม่ว่าฝ่ายไหน ก็คงต้องช่วยการสร้างสังคมที่ดีงาม เสียสละ และสร้างความมั่นคงยั่งยืนให้ปากท้องของประชาชน ร่วมกันสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี ร่วมกันด้วยพลังอันสร้างสรรค์ เพื่อไม่มีใครต้องตายในการต่อสู้ใด ๆ อีก

โชคดีที่แผ่นดินเรา ยังมีผู้คนที่ดีอีกมาก ร่วมกันขับเคลื่อนสังคม ร่วมกันแบ่งปัน 
โชคดีที่แผ่นดินเรา มีเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินที่เสียสละ เล็งเห็นปัญหาของประชาชน และทรงช่วยกันขจัดปัดเป่า

แผ่นดินเรา ไม่เคยสูญสิ้นคนดี

ขอให้พวกเรามาร่วมกันสร้างสรรค์สังคมในหนทางที่ถูกต้องกันเสียที

สำหรับผู้ที่ได้เสียสละชีวิตไปเพื่อุดมการณ์ทั้งหลาย
ขอคารวะวีรกรรมของผู้เสียสลทุกท่าน การเสียสละต้องไม่สูญเปล่า 
และที่สำคัญ ต้องไม่มีใครเอาความเสียสละของวีรชนไปหาประโยชน์ให้พวกพ้องตนเองเหมือนอย่างที่เป็นในทุกวันนี้อีก

แม้นผืนฟ้า มืดดับเดือนลับละลาย
ดาวยังพราย ศรัทธาเย้ยฟ้าดิน

ณ. ภู ศานติไกวัลย์
๔ พ.ย. ๒๕๖๒ ณ พระนคร
SHARE
Written in this book
ประมวลความคิด : ชีวิต ปรัชญา และทัศนะ
การอภิปรายความคิดเชิงปรัชญาภายในจิตใจของฉัน รวมไปถึงทัศนะต่อเรื่องราวต่าง ๆ กลั่นมาเป็นตัวอักษร
Writer
SantiKaivalya
Thinker and Dreamer
มาเถิด พี่น้องและผองเพื่อน มาร่วมกันสร้างความฝัน เพื่อฝันนั้นปรากฏเป็นจริง

Comments