กลับมาเขียน..เพื่อเปลี่ยนตัวเอง
หลายคนต้องการให้โลกหรือสังคมที่ตัวเองอยู่มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น แต่ในความเป็นจริงนั้น ไม่มีอะไรที่คงสภาพให้ดีหรือไม่ดีไปได้ตลอดกาล แถมเรายังควบคุมมันไม่ได้เสียด้วยสิ แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่เราสามารถควบคุมและเปลี่ยนแปลงได้ นั้นคือ ตัวเราเอง ถ้าหากสิ่งรอบตัวหรือคนรอบข้างที่เราต้องการให้เปลี่ยน เขาไม่อยากเปลี่ยนแล้วล่ะก็ สิ่งที่ทำได้คือ เปลี่ยนความคิดของเรานี่ล่ะ ง่ายที่สุดแล้ว

เราอาจจะคิดว่า การเปลี่ยนแปลงตัวเองมันยากนะ เพราะบางครั้งเราก็ไม่สามารถเอาชนะใจตัวเองได้ แต่มันมีวิธีที่ง่ายกว่านั้น คือ การเขียนสามารถเปลี่ยนตัวเองได้ เปลี่ยนแม้กระทั่งวิธีคิด ไปจนถึงคำพูดและการกระทำได้เลย เรามาลองดู 3 อย่างที่สามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้ด้วยการเขียน

1. เปลี่ยนความคิดให้เฉียบคมขึ้นด้วยการเขียน
- เปลี่ยนเป็นคนที่คิดบวกมากขึ้น การเขียนขอบคุณช่วยให้เราโฟกัสความคิดในด้านบวก สามารถพลิกความคิดลบให้กลายเป็นบวกได้ แม้ว่าจะเจอเรื่องไม่ดีก็สามารถมองเห็นมุมมองที่สร้างสรรค์ได้ และเมื่อเราโฟกัสในด้านบวกเราจะมองข้ามด้านลบได้ง่าย เคลียร์ความคิดและจิตใจ สบายใจได้เร็วขึ้น

- กลายเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ การเขียนช่วยให้เราฝึกหาไอเดียใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ช่วยให้ความคิดที่คลุมเครือ แจ่มชัดมากขึ้น และยิ่งเขียน ไอเดียดีๆ ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น เพราะการเขียนช่วยเพิ่มทักษะการคิดไปด้วย

- ปรับความคิดให้มีระบบมากขึ้น เมื่อเราเขียน เราจะมีเหตุมีผลมากขึ้น เกิดกระบวนการเรียนรู้ มีลำดับความคิดที่ชัดเจน ช่วยให้เราคิดวิเคราะห์ได้ดีขึ้น สามารถแตกย่อยลงลึกไปในรายละเอียด และมองเห็นภาพรวมได้ง่ายขึ้น

 
2. เปลี่ยนวิธีการพูดให้คมคายได้ด้วยการเขียน
- พูดในสิ่งที่มีประโยชน์กับคนฟังมากขึ้น การคิดก่อนเขียน ช่วยให้เราคิดก่อนพูด และเมื่อเราตั้งใจที่จะพูด เราก็จะเลือกพูดในสิ่งที่มีประโยชน์กับคนฟัง มากกว่าที่จะเลือกพูดในสิ่งที่เราอยากพูด และเมื่อเราเลือกเขียนในเรื่องดีๆ เราก็จะเลือกพูดในเรื่องดีๆ ไม่ทำร้ายจิตใจคนฟังเช่นเดียวกับการเขียนที่ไม่ทำร้ายจิตใจคนอ่านเช่นกัน

- พูดได้ชัดเจนมากขึ้น การฝึกเขียน เป็นการฝึกลำดับความคิด ทำให้ความคิดชัดเจน และเมื่อความคิดชัดเจน เราก็จะสามารถถ่ายทอดออกมาได้เข้าใจมากขึ้น ส่งผลให้เราพูดได้ชัดเจนมากขึ้น จากเดิมที่เราอาจจะพูดสลับประโยคไปมา เมื่อเราฝึกเขียนบ่อยๆ จะทำให้เราสามารถเรียบเรียงถ้อยคำได้ดีขึ้น เอาไปใช้ได้ทั้งการเขียนและการพูด

- พูดเข้าถึงใจคนฟังได้ดีขึ้น การเขียนช่วยให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น ว่าตัวเองต้องการอะไร อะไรที่เราไม่ชอบ คนอื่นก็ไม่ชอบเช่นเดียวกัน ทำให้เราเข้าใจคนอื่นมากขึ้นด้วย เมื่อเราเข้าใจคนอื่น ก็จะรู้วิธีสื่อสารกับคนอื่นได้ดีขึ้น สามารถอธิบาย เปรียบเทียบ หรือยกตัวอย่างที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่คนฟังคุ้นเคย ทำให้เข้าใจกันง่ายขึ้น


3. เปลี่ยนการกระทำที่ควบคุมได้ด้วยการเขียน
- มีเป้าหมายที่ชัดเจน การเขียนเป้าหมายให้ชัดเจนว่าปีนี้จะทำอะไร หรือเขียนเป้าหมายว่าเดือนนี้จะฝึกนิสัยเรื่องอะไร เป็นการตัดสินใจว่าเราจะลงมือทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ให้สำเร็จ และแม้ว่าจะไม่สำเร็จตามแผนที่ตั้งใจไว้ อย่างน้อยผลลัพธ์ที่ได้มันก็ยังดีกว่าตอนที่เราไม่ได้ตั้งเป้าหมายอะไรเลย เพราะเมื่อไม่ชัดเจน เราก็ไม่ลงมือทำให้เป็นจริงเสียที

- ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ การเขียนบัญชีช่วยให้เห็นภาพรวมของการใช้จ่ายเงินทั้งเดือน สามารถเปรียบเทียบและคาดการณ์ว่าในอนาคตจะใช้เงินประมาณเท่าใด จดจำว่าเรามีเงินคงเหลือเท่าใด รู้จักประหยัดใช้จ่ายเงินเท่าที่มี เรียกว่ารู้จักประมาณตน และสร้างตัวเองให้เป็นคนรวยได้ เมื่อรู้จักเก็บออม ลงทุน และหารายได้พิเศษเพิ่มเติม

- มีวินัย ใช้เวลาอย่างคุ้มค่ามากขึ้น การเขียน To do list วางแผนว่าจะทำอะไรบ้าง ทำให้เราสามารถทำอะไรได้มากกว่าเดิม เพราะถ้าไม่มีการวางแผน เราจะใช้เวลาที่มีทั้งหมดไปกับการทำบางอย่างซึ่งอาจจะใช้เวลามากเกินความจำเป็น แต่เมื่อเขียนลงไป จะช่วยควบคุมให้ไม่ปล่อยตัวเองไปตามอารมณ์ เพื่อทำให้ได้ตามเป้าหมายที่ต้องการ


วิธีการเขียนทั้งหมดนั้น เราสามารถฝึกได้ด้วยการเขียนบันทึกลงไปในสมุดไดอารี่ (Diary) เพียงเล่มเดียว สามารถจัดการชีวิตให้ลงตัวได้ทั้งเรื่องเรียน งาน เงิน หรือแม้กระทั่งเรื่องของใจ และสามารถแก้ปัญหาชีวิตของเราได้ด้วยตนเอง ผ่านการเขียนเพื่อหาทางแก้ไข และเลือกตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง เพราะการคิดอย่างเดียวนั้นไม่เคยคิดได้จบมักจะวนไปวนมาเสมอ และการถามความเห็นของคนอื่นที่เขาไม่ได้อยู่ในสถานการณ์เดียวกับเราไม่สามารถตอบคำถามเราได้ดีเท่าเราเอง 

ดังนั้น เราควรจะเขียนเพื่อให้ความคิด และทางเลือกต่างๆ ออกมา อะไรคือสิ่งที่เราต้องการเปลี่ยนแปลง หรืออะไรที่เราต้องการพัฒนาให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะเราไม่สามารถใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ได้ตลอดไป แต่ก่อนจะเปลี่ยนแปลง เราจะต้องยอมรับในสิ่งที่เราเป็นให้ได้ก่อน สิ่งต่างๆ ถึงจะดีขึ้นได้จริง

 
หากเราเข้าใจธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงตัวเอง จะทำให้เราไม่ล้มเลิกความตั้งใจไปง่ายๆ ซึ่งเราจะต้องผ่าน 3 ช่วงเวลาด้วยกัน เหมือนกราฟ S Curve คือ ช่วงแรกจะเป็นช่วง Lag (เชื่องช้า) การเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างที่ต่างไปจากเดิม ต้องฝืน รู้สึกอึดอัด และไม่สบายตัวเป็นธรรมดา แต่ขอให้เราท่องไว้ในใจว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของการเติบโต 

เมื่อเราผ่านช่วงแรกไปได้แล้ว เราก็จะไปสู่ช่วงที่สองที่เรียกว่า Log (เข้าสู่ระบบ) เมื่อเราผ่านช่วงเวลายากลำบากของการฝึกฝนในช่วงแรกๆ ได้แล้ว เราก็จะสามารถทำได้อย่างอัตโนมัติ กลายเป็นนิสัย เพราะเข้าใจแนวทางแล้วว่า วิธีคิดและวิธีทำแบบไหนเหมาะสมกับเรา และจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เหมือนเส้นกราฟที่ค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นไป 

และเมื่อถึงจุดหนึ่งที่เรียกว่าช่วงสุดท้ายของกราฟเรียกว่า Stationary (คงที่) เป็นช่วงที่กราฟเริ่มอยู่ตัว การเปลี่ยนแปลงนั้นกลายเป็นนิสัยถาวร นำไปสู่การฝึกเปลี่ยนแปลงตัวเองในเรื่องอื่นๆ สามารถเพิ่มความท้าทาย เพิ่มเป้าหมายที่ยากต่อไปได้

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราจะฝึกออกกำลังกาย จากคนที่ไม่เคยตื่นเช้าไปออกกำลังกายเลย ในตอนแรกๆ อาจจะรู้สึกว่ายาก ขี้เกียจบ้าง แต่ก็ต้องฝืน เพื่อให้เป็นนิสัย แต่การเริ่มต้นควรตั้งเป้าหมายที่ง่ายเข้าไว้ จะได้ไม่รู้สึกว่ายากจนเกินไป 

เช่น ออกกำลังกายเฉพาะวันหยุด สัปดาห์ละ 2 ครั้ง เมื่อทำไปได้สักหนึ่งเดือน ค่อยเพิ่มเป็นสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เมื่อทำได้จนเป็นนิสัยแล้ว ก็เปลี่ยนไปตั้งเป้าหมายอื่นๆ อีก เช่น เพิ่มรอบในการวิ่ง หรือวิ่งให้เร็วขึ้น เป็นต้น ซึ่งถ้าจะให้ได้ผลยิ่งขึ้น ควรเขียนเป้าหมายลงไปในไดอารี่ เพื่อให้เราตัดสินใจลงมือทำให้ได้อย่างที่เขียนเอาไว้จริงๆ
ลองท้าทายตัวเอง
ด้วยการเปลี่ยนแปลงตัวเองดูสักครั้ง 
ใครจะไปรู้..คุณอาจจะค้นพบตัวตนที่แท้จริง
ที่ตัวคุณเองก็ไม่เคยพบมาก่อนก็เป็นได้ 
แล้วถ้าตัวตนที่แท้จริงของเรา..
สามารถช่วยเหลือผู้คนได้ 
เราจะบอกตัวเองเลยว่า 
รู้อย่างนี้ฉันเปลี่ยนตัวเองไปตั้งนานแล้วล่ะ 


อ้างอิง
- https://www.wikihow.com/Change-Yourself
- https://youtu.be/2wrD90ysyPk


Writer: takuma ^ ^
Cr: photo from app Canva
=========
คัดลอกบทความมาจาก www.cheer-up.lnwshop.com/article
สนใจอ่านบทความพร้อมภาพประกอบได้จากเว็บนั้นนะคะ
แต่จะทะยอยลงใน storylog เพื่อความสะดวกอีกทางหนึ่งค่า
SHARE
Written in this book
Start your new life by Diary
ไดอารี่ช่วยให้ชีวิตสุขสำเร็จได้อย่างไร ไปแลกัน!
Writer
takumacheerup
Writer
เป็นกำลังใจให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้

Comments