ป้าเทือง
*เรื่องนี้เรียบเรียงจากต้นฉบับเรื่องเล่า ที่ส่งไปร่วมรายการพอดแคสต์ "ยูธูป" EP 158: #จงแต่งเรื่องผี*


สวัสดี วันนี้เราจะมาเล่าเรื่อง "ป้าเทือง" ให้ทุกคนฟัง

ป้าเทืองเป็นคนกรุงเทพฯ อายุราว 50 เศษๆ เคยมีชีวิตที่สุขสบายระดับคุณนายเจ้าของบริษัท จนกระทั่งกิจการของแกต้องมาล้มคว่ำเพราะวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้ผัวป้าเทืองต้องฆ่าตัวตาย และลูกชายคนเดียวก็ฆ่าตัวตายตามพ่อไปอีกคน ความสุขความสำเร็จทุกอย่างที่ป้าเทืองใช้เวลาทั้งชีวิตสร้างมา ต้องพังครืนลงง่ายๆ ต่อหน้าป้าแบบนี้เอง

หลังจัดการงานศพอะไรต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ป้าเทืองก็ย้ายไปอยู่บ้านเดิมของผัวแกที่ต่างจังหวัด เพราะตัวป้าเองไม่เหลือญาติพี่น้องที่ไหน สู้ปากกัดตีนถีบสร้างฐานะมากับลุงผัวแกแค่สองคน จนถึงตอนนี้ลูกผัวตายหมดไม่มีที่ไป พี่สาวของลุงจึงมาบอกให้ป้าไปอาศัยอยู่บ้านเดิมที่ต่างจังหวัดได้ เพราะไม่มีคนอยู่มานานแล้ว ปล่อยทิ้งไว้จะผุพังกลายเป็นบ้านร้างไปเสียเปล่าๆ ป้าเทืองจึงจัดการขายข้าวของที่พอทำได้ เพื่อเป็นทุนโยกย้ายมาอยู่ต่างจังหวัด ด้วยหวังว่าจะมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในหมู่บ้านชนบทที่แสนห่างไกลนี้

บ้านเดิมของลุงหลังที่ว่า เป็นบ้านครึ่งไม้ครึ่งปูนหลังไม่ใหญ่ อยู่ในหมู่บ้านรอบนอกห่างไกลจากตัวจังหวัด มีพื้นที่รอบบ้านกว้างขวางแต่ก็รกเรื้อเพราะไม่มีคนอยู่มานาน แต่บ้านไม่มีคนอยู่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีอย่างอื่นอยู่ เหมือนที่ป้าเทืองกำลังจะได้ยินจากปากของเหล่าเพื่อนบ้านในละแวกนั้น ตั้งแต่ยังขนของเข้าบ้านไม่ทันจะเสร็จเสียด้วยซ้ำ

"ยายหนูแกหวงบ้าน แกคิดว่ายังไงๆ ลูกหลานแกก็ต้องได้พากันกลับมาที่นี่ แกก็เลยรอ ตายแล้วก็ยังรออยู่ไม่ยอมไปไหน"
"โอ๊ย...กลางค่ำกลางคืนมองไปบางทีเห็นไฟในบ้านแกเปิด เห็นยายหนูเดินทำอะไรอยู่ในบ้านเหมือนตอนแกยังไม่ตายก็มี แต่บางทีเห็นแกมาเดินอยู่บนหลังคาก็มีเหมือนกัน"
"บางคนซวยหน่อย ต้องเดินผ่านหน้าบ้านแกดึกๆ ดื่นๆ ยายหนูแกก็มาเกาะรั้วโผล่หน้ามาจ๊ะเอ๋เขาเสียอย่างนั้น"
"แล้วนี่ถึงขนาดจะมาอยู่บ้านแกเนี่ย จะอยู่ได้เหรอ?"

ป้าเทืองไม่รู้จะบอกให้ชาวบ้านฟังยังไง ว่าไม่ใช่แกจะอยู่ได้หรือไม่ เพราะความจริงคือป้าแกไม่มีที่ไหนให้ไปอีกแล้ว บ้านนี้คือที่พึ่งสุดท้ายที่เขาให้แกมาอาศัยซุกหัวนอน ให้มีที่ทำมาหากินโดยไม่ต้องออกไปเร่ร่อนนอนตามข้างถนน ดังนั้นไม่ว่าผียายหนูจะดุแค่ไหน ป้าเทืองก็ต้องหาวิธีอยู่ร่วมกันให้ได้
"ถึงยายจะมาหลอกให้ฉันกลัวยังไงฉันก็ไม่ไปหรอกนะ แล้วถ้าเกิดหลอกจนฉันช็อคตายขึ้นมาล่ะก็ ฉันจะขออยู่เป็นผีจองเวรกับยายในบ้านนี้ตลอดไปเลย" ป้าเทืองคิดในใจก่อนจะหลับลงไปในคืนนั้น

ทางฝ่ายผียายหนูเองก็ไม่ได้ทำให้ชาวละแวกบ้านผิดหวังเช่นกัน นางออกมาสำแดงเดชต่างๆ นาๆ ตั้งแต่คืนแรกที่ป้าเทืองย้ายเข้ามาเลยทีเดียว มีตั้งแต่ออกมาเดินวนเวียนทำเสียงเคาะรอบบ้าน มาเดินวนรอบมุ้ง มายืนโงนเงนแลบลิ้นปลิ้นตาอยู่ปลายเตียง จนหนักๆ เข้าก็กระโดดขึ้นมานั่งทับแล้วจ้องหน้าป้าเทืองเอาดื้อๆ อยู่อย่างนั้นจนเกือบเช้า

แต่ถึงผียายหนูจะทำขนาดนี้แล้ว
ป้าเทืองแกก็ยังกัดฟันอดทนไม่ยอมแพ้ ตอนที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ๆ เพื่อนบ้านเห็นป้าเทืองพยายามซื้อของมาเซ่นไหว้ผียายหนููอยู่เหมือนกัน แต่ดูเหมือนว่าผียายหนูจะไม่ยอมอ่อนข้อให้ ตอนหลังป้าเทืองแกก็เลยขนทั้งพระทั้งผ้ายันต์ เครื่องรางของขลังสารพัดตามแต่แกจะหามาได้มาไว้ในบ้าน แกถึงขนาดไปขอบาตรน้ำมนต์จากหลวงพ่อมาตั้งไว้หัวนอน เพื่อที่จะได้หยิบฉวยมาเปิดศึกกับยายหนูได้ถนัดถนี่หน่อย

พอสงครามระหว่างหลานสะใภ้กับผียายเจ้าของบ้านดำเนินมาได้สักพัก ก็ดูเหมือนว่าทางฝั่งป้าเทืองเองเริ่มจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพราะยายหนูแกเป็นผีจึงไม่ต้องดิ้นรนอะไรมากมาย แต่ป้าเทืองยังต้องกินต้องใช้ แกเอาผักที่ปลูกไว้ไปขายที่ตลาดทุกเช้าเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ กลางวันทำสวนผักเหนื่อยแสนเหนื่อย กลางคืนยังต้องมารบกับผียายหนูอีก ยิ่งพักหลังมานี่เหมือนยายหนูจะรู้ทัน จึงเปลี่ยนแนวจากที่เคยหลอกให้กลัว มาเป็นคอยแกล้งให้นอนหลับไม่ได้แทน

เมื่องานในสวนก็หนักแถมยังพักผ่อนไม่ค่อยพอ ป้าเทืองจึงหันมาพึ่งเหล้ายาดอง กะว่ายกก่อนนอนให้พอกึ่มๆ เมาหลับไปจะได้ไม่ต้องสนใจยายผีที่มาคอยก่อกวน แต่นานวันเข้าป้าเทืองก็คล้ายจะติดเหล้าไปเสียแล้ว บางวันกินจนเมาแทนที่จะหลับกลับต้องลุกขึ้นมานั่งร้องไห้ เพราะเรื่องราวทุกข์ตรมทั้งหลายในชีวิตมันตีกลับขึ้นมาตอนที่ไร้สติ บางทีเมาแล้วก็เปิดเพลงร้องบ้างเต้นบ้างหวังจะให้ลืมๆ มันไป แต่บางทีเมาแล้วก็อาละวาด ตะโกนก่นด่าผียายหนูอยู่คนเดียวก็มี จนเพื่อนบ้านแถวนั้นชักไม่แน่ใจแล้วว่า ระหว่างป้าเทืองกับผียายหนูใครกันแน่ที่น่ากลัวกว่ากัน

แล้วจุดเปลี่ยนในชีวิตป้าเทืองก็มาถึงอีกครั้ง เมื่อป้าเทืองได้พา "พี่กุ้ง" เข้ามาช่วยทำสวนและเก็บผักไปขาย

พี่กุ้งเป็นหญิงสาวตัวเล็ก อายุราวยี่สิบปลายๆ ลักษณะท่าทางดูเป็นคนแหยๆ ไม่กล้าสู้คน ป้าเทืองเคยเห็นนางมาหลายครั้งแล้วแต่ก็ไม่เคยได้คุยกัน เย็นวันหนึ่งขณะที่ป้าเทืองกำลังเดินกึ่มๆ กลับบ้าน ป้าก็ผ่านไปเห็นพี่กุ้งทะเลาะกับแฟนอยู่ข้างทาง พี่กุ้งโดนผัวนางตบจนทรุดลงไปกองกับพื้น ป้าเทืองเลือดขึ้นหน้า ความเป็น" เจ๊เทือง" สมัยที่เคยดูแลลูกน้องร้อยกว่าชีวิตคืนกลับมาแว้บหนึ่ง ป้าเทืองพุ่งเข้าไปเคลียร์ โชคดีที่ไอ้หนุ่มนั่นยอมถอยให้ ไปๆ มาๆ ป้าเทืองเลยชวนพี่กุ้งมาช่วยทำงานที่สวนผักด้วยกันเสียเลย

เมื่อได้พี่กุ้งมาช่วยทำงานก็เหมือนได้คนมาคอยอยู่เป็นเพื่อน ชีวิตป้าเทืองเลยดูจะเข้ารูปเข้ารอยมากขึ้น ป้ากินเหล้าน้อยลง กิจการสวนผักก็ไปได้สวย ถึงแม้พี่กุ้งจะยอมมาทำงานแค่ตอนที่ฟ้าเริ่มสว่าง และรีบกลับออกจากบ้านป้าเทืองก่อนตะวันตกดินก็ตาม

แต่ดูเหมือนว่าเคราะห์กรรมในชีวิตป้าเทืองจะยังไม่หมดลงง่ายๆ ผืนดินบ้านยายหนูที่ป้าเทืองมาอาศัยทำกินอยู่นี้ เป็นที่ต้องการของผู้มีอิทธิพลในแถบนั้นอยู่นานแล้ว เขาพยามติดต่อขอซื้อจากพี่สาวของสามีป้าเทืองหลายครั้ง แต่แกก็ไม่ยอมขาย พอมาตอนนี้ยิ่งอ้างได้ว่าต้องเอาไว้ให้ป้าเทืองทำมาหากิน ความซวยเลยมาตกอยู่ที่ป้าเทืองและกิจการสวนผักของแก ในตอนแรกผู้มีอิทธิพลคนนั้นส่งลูกน้องมาคอยป้วนเปี้ยนด้อมๆ มองๆ แถวละแวกบ้านเฉยๆ ต่อมาก็เริ่มหนักขึ้น คือตั้งใจทำให้เห็นเลยว่ามายืนดักยืนมอง บางครั้งก็พูดขึ้นมาลอยๆ ให้ได้ยินประมาณว่าถ้าไม่อยากเดือดร้อนก็ย้ายออกไปเสีย แต่ป้าเทืองผู้ผ่านอะไรมาแล้วมากมายก็ไม่หวั่นไหว ยังคงทำงานใช้ชีวิตของแกไปตามปกติ

ในที่สุดจุดแตกหักของเรื่องนี้ก็มาถึง เมื่อมีข่าวออกมาว่าจะมีการตัดถนนเส้นใหม่ผ่านแถวหลังบ้านยายหนู ทำให้พวกที่เคยก่อกวนป้าเทืองเริ่มกลับมาอีกครั้ง และลงมือหนักขึ้นกว่าเดิม มีทั้งจุดประทัดโยนเข้ามาในบ้านกลางดึก ขนขยะกองโตมาเทไว้ในรั้วบ้านตอนป้าเทืองไม่อยู่ มีกระทั่งเอาซากหมาเน่ามาทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า แต่ที่หนักที่สุดก็คือมาดักฉุดพี่กุ้งไปพูดข่มขู่ และแอบปีนเข้ามาทำลายแปลงผักในตอนกลางคืนเช้านั้นป้าเทืองตื่นมาแต่มืดเพื่อเอาผักไปขายที่ตลาดเหมือนทุกวัน แต่ก็ต้องพบว่าแปลงผักถูกเหยียบย่ำทำลายเสียหายไปหลายแปลง

เมื่อพี่กุ้งมาถึงตอนสายๆ ก็เห็นป้าเทืองนั่งซัดเบียร์ไปแล้วหลายขวด พี่กุ้งเล่าให้ป้าเทืองฟังว่าโดนพวกมันฉุดลงไปข้างทางตอนที่กำลังเดินมา มันขู่ว่าถ้าไม่อยากตายให้หนีไปซะ ไม่งั้นคืนนี้ได้เห็นดีกันแน่ ป้าเทืองไล่พี่กุ้งไปหาข้าวหาปลากินในครัว ระหว่างที่ทำกับข้าวอยู่พี่กุ้งก็ได้ยินป้าเทืองร้องไห้รำพึงรำพันอยู่กับขวดเบียร์ ทั้งตัดพ้อต่อว่าน้อยใจในโชคชะตาของตัวเอง ทั้งก่นด่าสาปแช่งไอ้คนที่มารุกราน ลามไปถึงตะโกนด่าผียายหนูที่ทำเป็นหวงบ้านนักหนา แต่ก็ปล่อยให้คนแปลกหน้าปีนเข้ามาทำลายบ้านตัวเอง ป้าเทืองนั่งกินเบียร์แกล้มน้ำตาอยู่อย่างนั้นจนเมาหลับไป
จนตกเย็นป้าเทืองยังหลับอยู่ พี่กุ้งเรียกขึ้นมากินข้าวแกก็บอก เออๆ แล้วนอนต่อ

พี่กุ้งไม่กล้ากลับบ้านตัวเองเพราะเห็นพวกนั้นมาป้วนเปี้ยนอยู่รอบบ้านตั้งแต่ตอนบ่าย อีกอย่างพี่กุ้งไม่อยากปล่อยป้าเทืองไว้คนเดียว ในสภาพนี้แต่ตัวพี่กุ้งเองก็ไม่รู้จะทำยังไง จึงได้แต่ลงกลอนประตูหน้าต่างให้แน่นหนา ขังตัวเองกับป้าเทืองไว้ในบ้าน แล้วเปิดทีวีทิ้งไว้เอาเสียงเป็นเพื่อนพี่กุ้งเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ มารู้ตัวอีกทีฟ้าก็มืดหมดแล้ว พี่กุ้งหันมาเจอป้าเทืองกำลังลุกขึ้นมาด้วยสีหน้าท่าทางแปลกๆ "พวกมันมาแล้ว"
"อีกุ้ง พอกูออกไปมึงปิดบ้านให้ดีๆ แล้วไม่ต้องออกมาจนกว่าฟ้าจะแจ้ง" ป้าเทืองพูดพลางไปหยิบเสียมเล่มใหญ่ที่ใช้ทำสวนติดตัวเดินออกจากบ้าน พี่กุ้งที่ยังมึนๆ อยู่ถึงกับขนลุกซู่เมื่อมองตามหลังป้าเทืองไป ร่างนั้นไม่ใช่ป้าเทืองอีกต่อไปแล้ว กลายเป็นยายแก่ผมขาวโพลน กำลังเดินลากเสียมหายลับเข้าไปในความมืดเบื้องหน้า 

"ยายหนู!" พี่กุ้งสะดุ้งขนลุกวาบ แล้วจึงวิ่งขึ้นไปบนบ้านแง้มหน้าต่างออกดู เพื่อพยายามหาว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น แต่เหตุการณ์ทุกอย่างเหมือนจะอยู่ห่างจากตัวบ้าน เกินกว่าที่จะมองเห็นได้ พี่กุ้งได้ยินแค่เสียงที่ดังขึ้นมาเป็นระยะ ตอนแรกเป็นเสียงเอะอะ มีเสียงวิ่งกันสับสน บางครั้งก็เป็นเสียงคนร้องด้วยความตกใจหรือเจ็บปวด พี่กุ้งทำได้เพียงขดตัวนั่งฟังเสียงอยู่ตรงข้างหน้าต่างนั่นจนเผลอหลับไป เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งพี่กุ้งพบว่าฟ้าสางแล้ว ไม่มีเสียงอะไรผิดปกติไปจากที่ยามเช้าควรจะเป็น พี่กุ้งเดินออกมาเจอป้าเทืองหลับอยู่ที่แคร่หน้าบ้าน มีเสียมวางอยู่ข้างตัว ที่เสียมมีรอยเปื้อนอะไรบางอย่างที่ดูเหมือนคราบเลือดอย่างน่าใจหาย

พี่กุ้งกับป้าเทืองไม่เคยแน่ใจเลยว่าในคืนนั้นมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่หลังจากวันนั้นก็ไม่มีใครมาวุ่นวายที่นี่อีกเลย กิจการสวนผักก็ทำกำไรดีจนต้องจ้างคนเพิ่ม พี่กุ้งกลายเป็นหัวหน้าคนงานมีลูกน้องอีกหลายคน ป้าเทืองเองก็เริ่มมีความหวังที่จะตั้งตัวได้อีกครั้ง ครั้นพอเก็บเงินได้จำนวนหนึ่ง ป้าเทืองก็จัดการหาคนมาทำพิธีตั้งศาลให้ยายหนูอยู่เป็นเรื่องเป็นราว แต่คนที่มาทำพิธีเขารับรู้ได้ว่ายายหนูไม่เอา ยายหนูจะอยู่ที่บ้านของแกเท่านั้น เลยต้องแปลงพิธีเป็นตั้งหิ้งบูชาให้ยายหนูอยู่บนบ้านแทน ซึ่งยายหนูก็ดูจะพอใจดี เพราะแกก็ไม่ค่อยปรากฏตัวออกมาให้ใครเห็นอีกเลย///จบ

***โชคดีที่ยูธูปอีพีนี้มาในหัวข้อ #จงแต่งเรื่องผี เราเลยสามารถแต่งให้ผียายหนูมีฤทธิ์เดชออกมาสู้กับคนร้ายได้ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วผียายหนูก็ทำได้แค่เสียงก็อกๆ แก๊กๆ เหมือนหนูจริงๆ และโผล่มาให้เห็นเป็นแค่เงาเลือนรางได้บ้างนานๆ ครั้ง เรื่องราวในคืนนั้นจึงไม่มีผียายหนูออกมาช่วย ป้าเทืองกับพี่กุ้งโดนทำร้าย พี่กุ้งถูกข่มขืน แน่นอนว่าจับคนร้ายไม่ได้ทั้งที่มีข้อน่าสงสัยเต็มไปหมด ป้าเทืองผูกคอตายที่บ้านหลังนั้น เพราะไม่สามารถทนแบกรับความทุกข์ได้มากกว่านี้อีกแล้ว บ้านพร้อมที่ดินถูกขายให้กับคนที่คุณก็น่าจะรู้ว่าใคร และผียายหนูกับผีป้าเทืองก็คงต้องจากไป พร้อมกับซากบ้านที่เขากำลังรื้อทิ้ง***






























SHARE

Comments