รู้สึกผิดไปไย

เมื่อวันหนึ่งวันกำลังจะผ่านพ้นไป

เคยไหมที่ความรู้สึกแย่ๆ ต่างรุมล้อมเข้ามา

‘วันนี้เธอไม่ได้ซักผ้า’

‘เธอยังไม่ได้ถูบ้าน’

‘เธอไม่ได้รีดผ้า’

‘เธอยังทำงานชิ้นนั้นไม่เสร็จ’

‘เธอนอนดึกอีกแล้ว’

‘พังหมดแล้วแผนตื่นเช้า’

‘เธอกำลังจะหิว’

‘เธอต้องกินยาโรคกระเพาะอีกแล้วนะ’

‘เธอมันแย่’

‘เธอมันห่วยแตก’

‘เธอไม่คู่ควรกับชีวิตดีๆ’

‘เธอจัดการตัวเองไม่ได้’

‘เธอจัดการชีวิตไม่ได้’

‘เธอควบคุมตัวเองไม่ได้’

‘เธอมันล้มเหลว’

‘เธอจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ’


ความคิดร้ายๆ พวกนี้มักจะรุมล้อมเข้ามาในยามค่ำคืน ชวนให้ฉันรู้สึกห่วย รู้สึกแย่ รู้สึกด้อยค่า รู้สึกวิตกกังวล ตึงเครียด และเศร้าใจ

เพียงแค่ไม่ได้ทำอะไรตามที่คิดไว้

จิตใจที่คับแคบและโหดร้ายของฉันก็มักจะรุมประณามตัวเองให้เจ็บปวด จนอยากจะซ่อนตัวจากสายตาของโลกใบนี้

ฉันมีปัญหาในการคิดและตัดสินใจ ฉันมักจะคิดว่าตนเองควรทำอะไรในแต่ละวัน แต่ไม่เคยมีสักวัน ที่ฉันจะทำได้อย่างที่คิด เพราะฉันสับสนและลังเล

ฉันไม่ใช่คนขยัน ไม่ใช่คนกระตือรือร้นกับชีวิต มักจะทำงาน(ที่ไม่อยากทำ)ส่งตอนใกล้เดดไลน์ มักจะไปสายกว่าเวลานัด 5-15 นาที

มองจากมุมนี้ ฉันช่างห่วยเหลือเกิน





หากลอยถอยออกมามองว่าวันนี้ฉันทำอะไรไปบ้าง ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันห่วยขนาดนั้นสักหน่อยนี่นา


ฉันทำนัดให้ client ผ่านทางแชท

ฉันใช้เวลาราวสองชั่วโมงทำงานแปลส่งหัวหน้า

ฉันดูซีรี่ส์ภาษาอังกฤษไปหนึ่งชั่วโมง

ฉันขอไฟล์เสียงวิชาที่ไม่ได้เข้าเรียนจากเพื่อน

ฉันทักไปตามงานกลุ่มเพื่อนที่ยังไม่ส่ง เพราะตัวเองทำส่วนของตัวเองเสร็จไปนานแล้ว และพบว่าถ้าไม่ทักไปก่อน งานคงไม่คืบหน้า

ฉันเป็นเหมือนหัวหน้ากลุ่มที่คอยดูแลให้งานเดิน เพื่อนติดขัดอะไรก็ช่วย ติดต่อหาคนมาให้เพื่อนสัมภาษณ์จนได้ ทั้งที่นั่นไม่ใช่หน้าที่ฉันด้วยซ้ำ

ฉันล้างจานอาหารให้พ่อแม่ เอาขยะไปเท เก็บผ้า พับผ้า คุยเรื่องปัญหาในบ้านกับพ่อแม่โดยไม่น็อตหลุดแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวออกไป

ฉันดูสารคดีภาษาเยอรมัน หาช่องที่น่าสนใจติดตามเพิ่ม

ฉันตั้งใจจะพัฒนาทั้งภาษาอังกฤษและภาษาเยอรมันของตัวเอง อย่างน้อยก็รักษาไว้ไม่ให้ลืม เลยหาเพื่อน tandem partner ที่แลกกันสอนภาษาได้ และก็หาได้ในเวลาอันรวดเร็ว

ฉันถามรุ่นน้องเกี่ยวกับวิชาที่ฉันอยากไป sit in และเอาไปบอกเพื่อนที่สนใจเหมือนกัน


อันที่จริงฉันก็กระตือรือร้นนะ...

ฉันน่ะ แค่เลือกทำแต่สิ่งที่อยากทำ และมันก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนสักหน่อย มันแค่ไม่เป็นไปตามความคาดหวังของตัวเอง

อันที่จริงฉันไม่ได้มีเวลาว่างแบบวันนี้มานานแล้ว

เมื่อเทียบกับเพื่อนในชั้นเรียน ฉันเก็บชั่วโมงฝึกงานไปได้มากกว่าใครด้วยซ้ำ

วันว่างของฉัน ก็ไม่ได้ว่างหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ 

แต่ทำไมฉันต้องรู้สึกผิดที่ตัวเองได้พักผ่อน ไม่ได้เอาเวลาทั้งวันมาจัดการสะสางงานค้าง ซึ่งก็ไม่ได้อยากจะทำมันสักเท่าไหร่

ถ้าตั้งใจจะทำจริงๆ ฉันก็ควรวางแผนอย่างจริงจังว่าจะทำ ไม่ใช่คิดขึ้นมาลอยๆ แต่ไม่กำหนดว่าจะเริ่มทำเมื่อไหร่ พอไม่ได้ทำก็รู้สึกผิด

ทั้งที่คิดไว้แล้วว่าไม่อยากกดดันตัวเองเรื่องการเรียน ไม่ได้ต้องการจะเป็นคนเรียนดีเลิศเลอ เพราะก็ไม่ได้เห็นด้วยกับหลักสูตรไปเสียทั้งหมด

ไหนว่่าจะไม่กดดันตัวเองแบบที่ผ่านมาแล้วไง

ฉันไม่สมควรได้รับการตำหนิจากตนเองเลย

ทำไมฉันต้องมองว่าตัวเองเป็นคนแย่ด้วย

ฉันจะบ่อนทำลายความนับถือตนเองแบบนี้ทำไมบ่อยๆ ซ้ำๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ภาพที่คาดหวังไว้ มันไม่มีวันเป็นจริงหรอก

ตัวฉันที่แสนขยัน แสนรับผิดชอบ ทำได้ดีไปหมดทุกอย่าง ทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ฉันคนนั้น ไม่ใช่ตัวฉันที่เป็นจริงๆ

ถ้ามัวแต่ยึดติด เมื่อไหร่ล่ะที่ฉันจะภูมิใจในตัวเอง รักตัวเองได้อย่างสนิทใจเสียที

เพิ่งสังเกตว่าตัวเองเป็นแบบนี้บ่อยมากเลย พอตกกลางคืนก็มารู้สึกแย่กับตัวเอง

ทั้งๆ ที่ฉันก็ว่าฉันใช้ชีวิตได้ดีแล้วนะ

พยายามมากๆ แล้วนะ

ทำไมต้องมารู้สึกแย่กับตัวเองแบบนี้

ขอโทษนะ ที่ชอบมองไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่ตัวเองทำ เผลอยึดติดกับสิ่งที่เราควรจะทำ ทั้งที่ใจฉันรู้ดีว่ามันไม่ใช่สาระสำคัญของชีวิต

แล้วอะไรคือสาระสำคัญของชีวิต?

นั่นสินะ...


เพราะชีวิต แท้จริงแล้วมันกว้างขวาง ไร้ขอบเขต ไร้ข้อกำหนดกฎเกณฑ์ ชีวิตช่างน่าเหลือเชื่อ

ถ้ายึดหลักการแค่ว่า ใช้ชีวิตให้ไม่เดือดร้อนคนอื่นก็พอ ฉันก็ทำได้ดีแล้วนี่นา ไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็อยู่ในเกณฑ์ดีมาตลอด

ฉันเชื่อแบบนั้นนะ

ส่วนสาระสำคัญของชีวิตในตอนนี้

ก็คงเป็นการรู้จักตัวเองละมั้ง

ยิ่งสังเกต ก็ยิ่งรู้จัก

ยิ่งรู้จัก ก็ยิ่งเข้าใจ

พอเข้าใจ ก็ยอมรับได้

รักตัวเองได้ ในแบบที่ตัวเองเป็นจริงๆ

จากนั้นก็จะเติบโตไปในทิศทางที่ตัวตนของเราเป็นผู้กำหนด

ยิ่งปล่อยวางได้มากเท่าไหร่ ฉันก็พบว่าตัวเองยิ่งมีประสิทธิภาพในการทำกิจการงานต่างๆ มากขึ้นเท่านั้น

เหมือนที่ชอบรั้งรอ ยังไม่ทำ เพราะยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำ

พอมีสติ ใจเย็นลง ไม่พยายามบีบบังคับตัวเอง

มันก็จะคิดขึ้นมาได้เอง ว่าเราจะทำยังไงให้งานมันออกมาดีที่สุด

ฉันว่าฉันไว้ใจตัวเองได้นะ

จะไม่ดุด่าตัวเองมากไปละกัน

ฉันรู้ว่าเด็กคนนี้เป็นเด็กดื้อ ที่ดื้อก็เพราะชอบที่จะคิดและพิสูจน์สิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง มากกว่าเชื่อและทำตาม

ชีวิตที่ผ่านมาก็ยืนยัน ว่าเป็นแบบนี้ดีแล้ว มาถูกทางแล้ว มันดีกว่าเป็นคนที่เชื่ออะไรง่ายๆ แน่นอน

ในเมื่อเธอเป็นคนแบบนี้ เพราะฉะนั้นก็ต้องปล่อยให้เธอได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง

จะคอยดูแลอยู่ห่างๆ ก็พอ

ขอโทษนะที่ไม่เชื่อมั่นในตัวเธอ

ต่อไปนี้อย่ารู้สึกผิดเลยนะ ถ้าเธอไม่ได้ทำอะไรผิด แค่ไม่ได้ทำตามความคาดหวังที่มันแสนจะไม่สมเหตุสมผล

ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกนะ

ฉันรู้ดีว่าเธอทำดีที่สุดแล้ว :)







SHARE
Writer
Shallot
บันทึกบำบัด
บันทึกประสบการณ์และเขียนสะท้อนตัวเองเพื่อเยียวยาจิตใจ

Comments