rest ;
สวัสดีตอนบ่าย เจ้าไดอารี่ 
selamat tengah hari :-) 

วัน พุธ ที่ 23 ตุลาคม 2562
ตอนนี้เป็นเวลา 13.16 น.
ณ เกาะลังกาวี มาเลเซีย

ใช่ ตอนนี้ฉันอยู่มาเลย์ ประเทศเพื่อนบ้านนี่แหละ ฉันจะเขียนและจำเอาไว้ว่า 
ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่
ฉันเคยบอกว่าฉันเกลียดบ้านมากๆ
จนถึงตอนนี้ มันก็ยังเป็นความรู้สึกนี้อยู่

น่าเศร้านะคะ ที่อุตส่าห์ข้ามประเทศมาเพื่อพักความทุกข์ ไม่ใช่เพื่อเที่ยวพักผ่อน 
แต่พักก็คือพัก มันก็คงเหมือนกัน
... 

เรื่องมีอยู่ว่า ตกดึกของวันนั้น วันที่ 20 ฉันบอกแม่ว่า
“ โรงเรียนปิดเทอมแล้ว ฉันขอไปเที่ยวมาเลย์ ”
แน่นอนว่า ฉันยังค้างการสอบปลายภาคเกือบ 20 วิชา และแน่นอนว่า แม่ตอบว่า
“ ไม่ได้ ” 
เราทะเลาะกันใหญ่โต ฉันร้องไห้ยกใหญ่ สุดท้ายก็ฉันก็ได้แต่ทำงานทั้งคืนเพื่อทำให้หายเครียด 
 
จริงๆแล้วฉันไม่มีเเพลนไปเที่ยวไหนหรอก เพราะปกติก็ไม่ได้ไปไหนอยู่แล้ว 
ฉันแค่...พูดยังไงดี ทุกคนในช่วงนี้ ทุกคนรอบตัวฉัน เพื่อน คุณครู ลูกพี่ลูกน้อง แม้กระทั่งน้องชายฉัน ทุกคนไปเที่ยว ทุกคนยิ้มและ ทุกคนมีความสุข ...

ฉันจำไม่ได้แล้วว่าฉันไปเที่ยวและมีความรู้สึกตื่นเต้นครั้งล่าสุดตอนไหน เพราะฉันเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องนอน ทำงาน ทำการบ้าน ร้องไห้ ดูหนัง กินข้าว ทุกอย่างมันอยู่แค่ในโลกสี่เหลี่ยมแคบๆ มีทางออกก็แค่ประตูบานเดียวแค่นั้น

ฉันได้แต่กดไลค์รูปที่ทุกคนลงอย่างสนุกสนานแล้วร้องไห้ออกมา ฉันไม่ได้อิจฉา ฉันแค่อยากรู้สึกมีความสุขแบบนั้นบ้าง ฉันได้แต่ถามตัวเองว่า ฉันมีเวลาหลายปี ตลอดเวลา 4 ปีที่ฉันเสียมา ฉันไม่ได้ประโยชน์อะไรจากมันเลย ฉันตัดสินใจเดินไปบอกแม่อย่างเด็ดขาดว่า 
ยังไงฉันก็จะไป
 

ฉันจะย้ำอีกครั้ง ฉันไม่มีแพลน แต่ฉันพร้อมจะออกจากโลกแคบๆของตัวเองแล้วตอนนี้ ฉันอยากหายไปซักพักแบบจริงๆจังๆ หายไปในที่ที่ไม่มีใครรู้จักฉัน ในที่ที่ฉันไม่รู้จักใคร อ้อ ยกเว้นลูกพี่ลูกน้องฉันที่จะไปด้วย ฉันรู้จักเขา เรารู้จักกันกันแค่ 2 คน นั่นมันก็มากพอแล้ว ...

วันที่ 21 ฉันตัดสินใจเอากระเป๋าเดินทางออกมา ยัดเสื้อผ้า ของใช้ทั่วไป ปิดกระเป๋า แล้วเดินไปในห้องของแม่
ฉันเสนอข้อตกลงกับแม่ว่า ถ้าแม่อนุญาต ฉันจะ
1. ฉันจะไปสอบแก้ สอบปลายภาคทุกตัว แม้จะโดนครูดุกลับมาก็ตาม
2. ฉันจะคืนเงินส่วนที่เอามาอย่างน้อย 60%
3. ฉันจะประหยัดเงินและใช้อย่างจำกัด

และฉันบอกแม่ว่า ฉันไม่ได้จะไปเที่ยว ฉันแค่อยากพักความทุกข์ ... 
ใช่ แล้วแม่ตกลง ตอนแรกฉันลังเลมากว่าจะเอายังไงดี เพราะจริงๆแล้วมีคนจ้างฉันทำงานอยู่ และถ้าฉันไป ฉันต้องเลื่อนส่งงานให้เค้า 3-4 วันเพราะทำเสร็จไปแค่ส่วนเดียว ฉันลังเลสักพัก เวลาเดินไปเรื่อยๆ เเล้วฉันก็เดินไปเปลี่ยนเสื้อที่ใส่แล้วดูทะมัดทะแมงที่สุด สะดวกที่สุด

ทุกอย่างกระทันหันมาก ฉันวิ่งไปบอกพี่ เราต้องต่อรถตู้ 2 ครั้งเพื่อมาที่เรือข้ามฟาก ก่อนจะมาลงที่นี่และขึ้นรถไปโรงแรม ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก 

รู้ตัวอีกที ฉันก็อยู่ที่นี่แล้ว
บนเกาะ อีกประเทศนึง ...
โอเค ฉันตื่นเต้นมากๆ ฉันพูดภาษามลายูกลางได้นิดหน่อย และภาษาอังกฤษ

ฉันหวังว่าทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี
ก็หากพระเจ้าประสงค์... 

สิ่งแรกที่ฉันรักเลยคือต้นไม้ของที่นี่ ความเป็นเกาะคือมีต้นไม้ใหญ่ติดทะเล ไม่จำเป็นต้องต้นมะพร้าวเสมอไป เราเห็นสัญลักษณ์นกอินทรีย์ใหญ่โต ก่อนถึงโรงแรม มันเหนื่อยมากๆ แต่ฉันกลับยิ้ม ราวกับว่าโลกสีน้ำเงินของฉันมันค่อยๆกลายเป็นสีฟ้า 

เราพูดสองภาษาสลับกันไปมา เราขำในความไม่รู้เรื่องแล้วต้องใช้ภาษามือ เราหัวเราะให้ความงุนงง เราหลงทาง เราคุยกับชาวต่างชาติ เราถ่ายรูปไปประมาณพันรูปน่าจะได้
ฉันล้อเล่น น่าจะแค่หลักร้อย แต่เราลงไอจีแค่ 2 ภาพ ... เอ่อ ก็ต้องเลือกภาพที่ดีที่สุดนี่นา  

ฉันลืมไปเลยว่าฉันต้องกลับบ้าน มันสนุกมาก ฉันกินขนมไปเยอะสุดๆ นอนหลับสนิทแบบไม่ต้องพึ่งยานอนหลับ แต่ฉันกับพี่จะทำบันทึกรายจ่ายที่ใช้ในแต่ละวัันเสมอ ไม่ต้องห่วง 

วันที่ 2 เราตัดสินใจไปเที่ยว Oriental Village  
มันเหนื่อยมากแต่ก็สนุกมากๆด้วย ฉันได้นั่งกับคู่รักชาวเยอรมันด้วย เราคุยกันสนุกมากขณะที่เคเบิลคาร์กำลังขึ้นไปเรื่อยๆ ฉันจำไม่ได้ว่าเมืองของเขาคือเมืองอะไร เขาถามฉันว่ามาจากไหน พอพูดถึงไทย ก็คงไม่พ้นกรุงเทพฯ แต่ฉันบอกเขาว่าฉันมาจากภาคใต้ เขาถามว่าที่ไหน ฉันตอบว่า
“ ยะลา ”
“ อยู่ติดกับอันดามันมั้ย ”
“ ยะลาไม่มีทะเลค่ะ 
“ ..... ” 
ฉันกับพี่ขำใหญ่เลยตอนเห็นสีหน้าเขาชะงักแล้วงุนงง หลังจากนั้น เราก็ถ่ายรูปกัน พร้อมออกจากเคเบิลคาร์ ฉันจะบอกว่า ฉันเป็นคนที่เริ่มการสนทนาก่อนด้วย ... ไงล่ะ ฉันกล้าหาญใช่มั้ย  
 
ฉันจำได้ว่าฉันไม่ได้หวาดกลัวการเข้าใกล้ใครอีกแล้ว หากฉันจะกลัวอะไรสักอย่าง มันคงเป็นคำพูดใจร้ายที่ฉันจะพ่นมันออกมาจากช่วงที่ฉันรู้สึกไม่ดีมากกว่า

วันสุดท้ายเราออกมาหาข้าวกิน เรากินข้าวประจำชาติที่รสชาติแอบเหมือนอาหารแถวบ้านฉัน จริงๆนะ มันคล้ายมาก แต่ก็อร่อยดี เรากลับโรงแรมเพื่อเช็คเอ้าท์ แล้วก็ขึ้นรถไปซื้อตั๋วขากลับไปประเทศไทย ตรงนี้เป็นส่วนที่วุ่นวายที่สุดแล้วสำหรับฉัน ขากลับเราผ่านแมคโดนัล มันทำให้ท้องฉันมันร้อง บวกกับเวลาที่ต้องขึ้นเรือ 5 โมง 15 นาที ซึ่งยังอีกนานเลย พี่ฉันบอกว่า เราควรซื้อตั๋วก่อน แต่... เราหาเค้าท์เตอร์ขายตัวไม่เจอ เราวนอยู่ใน jetty point นานมาก ฉันให้คะแนนความสนุกประมาณ 9/10 เลย เราวนกันสองสามรอบ จนคิดว่าวนจนทั่ว ปรากฏว่ามันอยู่ข้างหลังนู่นแหน่ะ เราเข้าซื้อตั๋วผิดช่อง เราแวะไปถ่ายรูปที่ eagle square และโดนทัวร์จีนแซงคิว เราถ่ายรูปจนเหนื่อย ก่อนจะแวะห้างเราผ่านพิพิธภัณฑ์อะไรซักอย่างก็เลยมีโอกาสแวะถ่ายรูปอยู่นาน แล้วเราก็แวะไปห้าง กินแมคโดนัลอย่างที่ตั้งใจ เรากลับมาที่ jetty point อีกครั้ง และแล้วฝนก็ตกลงมา แต่มันก็แค่ฝนตกปรอยๆ ไม่ได้้เปียกอะไรมาก ก่อนกลับเราเข้ามาแวะซื้อช็อกโกแลต ฉันซื้อรสชาเขียวอัลมอนต์ พี่ซื้อรสไวท์ช็อกโกแลต เมื่อถึงเวลาเข้าเกท เราก็..เข้าผิดเกท ฮ่าๆ จริงๆแล้วมันอยู่อีกฝั่ง มันแสนจะวุ่นวาย พอฉันไปถึง ปรากฏว่าเกทยังไม่เปิด มีแต่คนรอเต็มไปหมด ฉันกำลังจะชาร์จแบต แต่แล้วก็...ใช่แล้วค่ะ เกทเปิด! แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังรู้สึกสนุกแทนจะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องซวย เราต่อคิวกันไปซักพัก พอใกล้จะถึงคิวฉัน เขาบอกว่าให้อีกแถวไปก่อน 

ฉันได้แต่พูดอย่างโมโหว่า แต่นี่มันแถวแรก อีกแถวมันแถวที่สอง เราควรได้ก่อน โอเค เขาเปิดแถวฉัน แต่ก็ไม่วายมีปัญหาเรื่องกระเป๋าอีก กระเป๋าพี่ฉันไม่ผ่าน เขาถามเราว่าพกมีดมั้ย เขาค้นอยู่ซักพักก็ปล่อย ฉันล่ะขำ มันดูวุ่นวายมากจริงๆ แต่มันเป็นความวุ่นวายที่สุขมาก เราเข้ามานั่งในเรือและก็กำลังข้ามฟากกลับ ปัญหาต่อไปคือฉันต้องต่อรถตู้กลับไปหาดใหญ่ แต่เรายังตัดสินใจเรื่องที่พักไม่ได้ ระหว่างบ้านป้ากับโรงเเรม สุดท้ายเราเลือกประหยัดเงินด้วยการนอนบ้านป้าดีกว่า
และตอนนี้ ... บรรทัดนี้ ฉันอยู่ตรงเขตแดนไทยมาเลย์ กลางน้ำบนเรือ ฉันคงจะต่อในบรรทัดต่อไปในวันพรุ่งนี้ 

วันที่ 24 ตุลาคม 2562 
โอเค รู้อะไรมั้ย เมื่อวานฉันพิมพ์ว่าฉันจะกลับไปนอนบ้านป้าที่หาดใหญ่ แต่่ตอนนี้ฉันอยู่สตูล นั่นมันก็เพราะว่า ฉันตกรถ ... เราตกรถ ฝนตก ลมแรง เรือเลท รถตู้หมด แต่ฉันก็จะพิมพ์คำเดิมให้รู้อยู่ดีว่า ฉันสนุกมาก แม้เราจะต้องนั่งตบยุงครึ่งชั่วโมงเพื่อรอเพื่อนมารับ ฉันโชคดีหน่อยที่ฉันมีเพื่อนอยู่สตูล ฉันขอพักบ้านเพื่อน 1 คืน ขอบคุณนะหมูอ้วนวารีซ่า :-) 

ฉันคิดว่าทริปวุ่นๆนี่คงจะหมดแค่นี้แล้วละ 
ทริปนี้ทำให้ฉันรู้ว่า ฉันไม่ได้กลัวอีกแล้วละนะ ทั้งโลกและก็โรค 

ไม่มีรอยกรีดที่มือ ไม่มีรอยกรีดที่แขน มันมีแค่รอยยิ้มในรูปภาพเต็มไปหมด
ฉันว่าตอนนี้ ฉันหิวอีกแล้ว ฉันจะไปหาอะไรกินก่อนนะ ไว้เจอกันบทใหม่ 

สำหรับปิดเทอมนี้ โลกก็น่ารักไม่เบาเลยนี่เนอะ

เอริกา / หมีพักผ่อน :•)










SHARE
Writer
sadderica
diary and semicolon
หมีสองขั้วกับบันทึกที่ต้องเขียน

Comments

rrgaem
3 months ago
ดีจัง เห็นคุณมีความสุข :)​ ยิ้มเยอะๆนะคะ
Reply
sadderica
3 months ago
ขอบคุณนะคะ :-)