ลูกสาวช่างทำทองเมืองโคราช
22 ตุลาคม 62 เวลา 14.00 น. ข้าพเจ้าได้นัดสัมภาษณ์พี่เล็ก จิตรมณี ดีอุดมจันทร์ (แซ่จึง) จากคำแนะนำของอาจารย์รังสิมา ซึ่งพี่เล็กมีประสบการณ์และมีความผูกพันจากการอาศัยอยู่ในเมืองโคราชมายาวนาน การนัดหมายพี่เล็กไม่ใช่เรื่องยาก เพราะข้าพเจ้าและพี่เล็กเคยพบกันในหลายๆครั้งในที่เกี่ยวข้องกับเมืองเก่าโคราช ล่าสุดคือรวมเขียนบทความเรื่อง เมืองนครราชสีมา: การศึกษาเมืองเก่าผ่านประวัติศาสตร์ การตั้งถิ่นฐานและมรดกทางสถาปัตยกรรม วารสารหน้าจั่ว วันนี้พี่เล็กนัดข้าพเจ้ามาพบที่ร้านกาแฟข้างที่ทำงานของพี่เล็ก เราใช้เวลาสนทนาประมาณ 2 ชั่วโมง  ดังนี้.....


พี่เล็กเริ่มเกิดปี พ.ศ 2510 อาศัยอยู่ในย่านเจริญรัตน์ บริเวณถนนอัษฎางค์ ประมาณ 20 ปี พี่เล็กมีพี่น้อง 7 คน พี่เล็กเป็นลูกสาวคนที่ 4 เป็นครอบครัวคนจีน พ่อเป็นคนจีนที่อาศัยอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์แล้วย้ายมาตั้งรกรากที่เมืองโคราช แต่แม่เป็นชาวจีนที่มาอาศัยอยู่ในโคราชอากงอาม่ามาจากเมืองจีนมาตั้งรกรากที่นี้ เป็นกลุ่มคนจีนรุ่นแรกๆที่ปลูกผักแถวสวนผัก (ชุมชนบุมะค่าในปัจจุบัน) แล้วย้ายมาปลูกแถววัดสามัคคี เมื่อก่อนด้านหลังวัดจะมีพวกคนจีนมาปลูกผัก หลังจากพ่อและแม่แต่งงานกันอาศัยอยู่ย่านหลักเมือง หลังจากไฟไหม้ครบครัวก็ย้ายมาอยู่ถนนอัษฎางค์ พี่เล็กเล่าว่า “โคราชไฟไหม้บ่อยมาก ตอนพี่เกิดได้ 7 เดือนไฟไหม้แถวหลักเมือง แม่เล่าให้ฟังว่าสาเหตุที่ไฟไหม้ มันมีคนเหมือนกับว่าเอาศพเดินผ่านหน้าศาลหลักเมือง แห่ศพผ่าน มันก็เลยทำให้เมืองมันไม่ดี อันนี้เขาเล่ามานะ” หลังจากเหตุการณ์ไฟไหม้ครอบครัวพี่เล็กย้ายมาอยู่ย่านเจริญรัตน์ เปิดร้านทำทองเล็กๆ มีแขกมาที่บ้านทุกวันตั้งแต่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จนคนทั่วไป บ้านที่เคยอาศัยอยู่ในอดีตเป็นเรือนแถวไม้สองชั้น ครอบครัวพี่เล็กเป็นครอบครัวชาวจีนครอบครัวเดียวที่อาศัยอยู่ในย่านเจริญรัตน์ รอบๆบ้านใกล้เรือนเคียงจะเป็นกลุ่มชาวไทย ชาวมอญและชาวญวน แต่ข้ามกันคนละถนน ใช้เตาไฟและจุกขี้ใต้ ชีวิตประจำวันทุกคือต้องเอาถ้ำไปล้าง (กาน้ำชาที่มีถังอะลูมิเนียมแล้วผ้าหุ้มเพื่อให้คงความร้อนได้นาน) แล้วก็ชงน้ำชาแล้วต้องล้างถ้วยน้ำชาคว้ำไว้เพื่อรับแขกที่มาทำทองที่ร้าน

ซึ่งปัจจุบันเรือนไม้นั้นยังคงสภาพเดิมอยู่และยังเปิดให้เช่าทำกิจการร้านค้า พี่เล็กเล่าถึงความรู้สึกที่ย้ายมาอยู่ยังสถานที่ใหม่ว่า “อัษฎางค์แปลก มีคนหลายกลุ่มมาอาศัยอยู่มาก “แปลกเพราะตอนเราอยู่หลักเมืองมีแต่คนจีน พอมาอยู่อัษฎางค์ไม่มีคนจีน มีญวน มีมอญ มีแขก มีสารพัดเลยอยู่ตรงนั้น” หลังบ้านในสมัยนั้นเป็นเวิ้งขนาดใหญ่ มีเรือนไม้ใต้ถุนสูงซึ่งเป็นที่พักอาศัยของกลุ่มชาวมอญ พี่เล็กเล่าว่า “มารู้ตอนหลัง ทุกๆสงกรานต์เขาจะออกมาเล่นสะบ้ากันที่ถนน ปิดถนนเล่นอ่ะ” เมื่อก่อนตรอกซอยสามารถเดินเชื่อมถึงกันได้ “ทะลุซอยไปก็มีบ้านเนี๊ยะ คนมอญ” คนยวนแถวย่านเจริญรัตน์จะประกอบอาชีพขายไก่ย่าง ไก่ย่างแม่บุญล้อมดังมากในอดีต ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ขนมหวาน สมัยก่อนตอนเย็นจะมีคนทำขนมแล้วหาบเข้ามาร้องขายทุกเย็น เราก็จะรอซื้อ ช่วงใกล้เที่ยงจะมีขนมจีนประโดกหาบเข้ามาขายที่บ้านทุกวัน ในอดีตภัตราคารเจริญโภคภัณฑ์มีชื่อเสียงมาก เป็นที่นิยมของชาวจีน เมื่อมีเทศกาลร่วมครอบครัวชาวจีนจะนิยมไปที่ภัตราคารแห่งนี้ ทุกวันนี้ก็ยังอยู่แต่ซบเซาลง พี่เล็กเล่าถึงเครือญาติของคนจีนที่มาอาศัยอยู่ย่านหลักเมืองและจอมพลว่า “อยู่ไปมาถึงรู้ว่า ไอ่หลักเมืองเนี๊ยะมันเคยเป็นญาติมาก่อน ญาติเพราะความเป็นแซ่ แซ่จึงทั้งหลายในรุ่นพ่อจะรู้จักกันหมด ญาติกันคนจีนก็คือมาจากหมู่บ้านเดียวกันไม่ใช่ญาติสายเลือดนะ แต่ก็จะเป็นญาติๆกันอัตโนมัติ”

ครอบครัวคนจีนในโคราชส่วนใหญ่จะไม่นิยมใช้ภาษาโคราชหรือภาษาไทยในครอบครัว เมื่อก่อนคนจีนในโคราชจะเป็นรุ่นๆ แต่งงานและมีลูกในวัยใกล้เคียงกัน
“สมัยก่อนตอนเด็กๆพูดไทยไม่ได้เลยนะ เพราะว่าการพูดไทยในบ้านจะโดนตี พูดโคราชห้ามพูดเพราะเขาจะเหยียดเลย เหลาเกี๊ยะประมาณนั้นเลยนะที่บ้านเป็นกลุ่มคนจีนที่มีความเข้มข้นสูง เลี้ยงแบบคนจี้นคนจีน” หลังจากเข้าโรงเรียนก็ต้องปรับการสนทนาเพราะไม่สามารถเรียนร่วมกับเด็กไทยได้ ร่วมทั้งวิชาที่ใช้ในการเรียนคือ ภาษาไทย เป็นหลัก

สมัยก่อนโคราชเป็นเมืองผู้ใหญ่ดูแลเด็กนะ ใครเดินไปไหนมาไหนจะช่วยกันดูแล ซึ่งเป็นเมืองที่เราไม่ชอบมาก มันเป็นเมืองใหญ่ที่ใจเรารู้สึกว่าทำไมมันเล็กว่ะ มันเป็นเมืองใหญ่ที่ใจเรารู้สึกว่ามันเล็ก พ่อหวงมากมีหลายที่ในพื้นที่เมืองที่ผู้ปกครองจะห้ามไม้ให้เด็กๆไปแถวนั้น โพธิ์กลาง แถวคลังใหม่ โรงโบว์ลิ่ง ตรอกซิกข์ตรอกญวน ก็ไม่อนุญาตให้เข้าไป เขามีความรู้ว่าเป็นลูกสาวอย่าไปอยู่ในที่อโคจร สมัยก่อนโรงน้ำชาที่ใกล้บ้านที่สุดจะอยู่ตรงแถวๆตรอกปลาทู (เมื่อก่อนจะมีโรงปลาทูต้มอยู่ข้างใน เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้โรงปลาทูเรือนแถวแถวนั้นไหม้ไปหมดเลยมีการสร้างตึกขึ้นมาใหม่) ตรงข้ามโรงเรียนรวมมิตรเก่า พวกคนจีนชอบไปเที่ยว (ที่เที่ยวผู้หญิงของพวกคนจีน) มีโคมสีแดงเลยอ่ะ โคตรไม่สบายเลยอ่ะ“ จำได้ว่าเดินไปแม่จะชอบดึงๆออก” ฝรั่งรุ่นแรกๆ ที่เที่ยวอยู่แถวโพธิ์กลาง แต่พออีกเกรดนึง KR เป็นผลับชื่อดังในสมัยฝรั่ง GI เข้ามา

พี่เล็กเล่าถึงกำแพงดินแถววัดสามัคคี ในสมัยของพี่เล็กตามเพื่อไปดูแถววัดสามัคคีเพื่อไปเล่นน้ำ “เรามีความสึกว่ามันสกปรก ไม่ได้อินว่ามีความสำคัญทางประวัติศาสตร์” เมื่อก่อนตรงนั้นเป็นกองดินไม่ได้เยอะ ค่อนไปทางวัดศาลาลอย เป็นกองดินเล็กๆและเพิงขายต้นไม้ สกปรกๆ “คลองคูเมืองเด็กๆชอบไปเล่น หน้าวัดสามัคคี แต่เราไม่กล้าเล่น กลัวกลับบ้านแล้วมีคนมาบอกพ่อ”

สมัยตอนเรียนปฐมเวลาไปโรงเรียนจะต้องเดินผ่าน”บ้านคนไทย” “เราเรียกว่าคนไทยเนอะ บ้านเขาจะปลูกดอกไม้ ดอกไม้เยอะมาก แล้วยังจำได้เลยว่า ข้างใต้ถุนบ้านจะมีคนมาตักขี้ เวลาเปิดฝาส้วม ตักใส่ถังแล้วขนไปที่สวนผัก”

แขกซิกข์ แต่งตัวเป็นคนแขกเลย ใส่ชุดสาลี่ ผู้ชายใส่กางเกงขาวๆโพกหัว เดินอยู่ตรงเส้นหลังคลัง ข้าพเจ้าถามถึงชาวซิกข์ที่เข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองโคราชว่าเราทราบได้อย่างไรว่ากลุ่มคนเหล่านี้คือชาวซิกข์ พี่เล็กตอบเสียงดังอย่างมั่นใจว่า “กายภาพออกเลย คือเขาไม่ได้แต่งตัวแบบนี้นะ ผู้ชายใส่ชุดแขกยาวๆโพกหัวแล้วมีมีดเล็กๆเสียบที่หมวก รู้เพราะเพื่อนเป็นแขก ส่วนผู้หญิงนุ่งสาลี่ในหนังอินเดียเลย” ชาวซิกข์ในความทรงจำพี่เล็กคือถ้าต้องการสิ่งของ หมอน มุ้ง เสื่อน้ำมัน ซื้อผ้าต้องมาซื้อร้านแขก แม้กระทั่งยาทาตา ยากรีดตา สมัยก่อนต้องมาซื้อร้านแขก และอีกอย่างที่แขกรับทำต้องทำร้านแขกคือ รับเจาะหู รู้สึกเขาดุๆแต่เขาคงไม่ดุหรอก แต่บ้านเขาขายของ บ้านสะอาดมาก แล้วพูดภาษาแขก เวลาซื้อของจะพูดภาษาไทยแต่เวลาอยู่ในบ้านพูดภาษาเขา เมื่อก่อนจำนวนร้านมีมากกว่านี้ ตอนนี้เริ่มลดลง

ข้าพเจ้าถามถึงกลุ่มคนที่มีความหลากหลายอาศัยอยู่บนถนนจอมพล มีชาวซิกข์แทรกอยู่ในกลุ่มก้อนคนจีน พี่เล็กบอกว่า จริงๆแล้วในอดีตก็ไม่ได้ปนแบบนี้ มันเริ่มมีการขยายและผสมกันตอนหลัง เดิมมีแขกเยอะ ไม่ถึงขนาดว่าจีนหรือแขกเนอะ แต่ร้านแขกชัดกว่า ร้านจีนจะมีเล็กๆ

เวลาไหว้เจ้าแล้วมีงิ้วโรงงิ้ว ศาลเจ้าพ่อบุญไพศาล เมื่อก่อนศาลเจ้าพ่อมีขนาดใหญ่มาก เวลามีงิ้วแสดงสามารถตั้งโรงงิ้วภายในเขตพื้นที่ศาลได้ (ในปัจจุบันศาลเจ้าพ่อบุญไพศาลมีขนาดเล็กลง ล้อมรอบด้วยอาคารพาณิชย์) จะชอบไปดูงิ้วที่นี้กัน หลักเมืองใหญ่สุด

งานย่าโม ในสมัยพี่เล็ก เวลาเข้างานจะมีลูกเสือตั้งโต๊ะเก็บค่าเข้า “เนื้องานข้างในเหมือนปัจจุบัน ซื้อตั๋วแล้วเข้าไป”

พึ่งคุยกับเพื่อนไปว่า สมัยก่อนเรานับถือย่าโมเราไม่ได้นับถือแบบนี้นะ แบบที่เป็นเทพเป็นสิ่งศักดิ์นะ เราไหว้ท่านเพราะเป็นคนที่นี้ เป็นแบบว่าคนที่เคารพแต่ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จะไปขอ ตั้งขอสังเกตว่าเมื่อก่อนรอบๆย่าโมเป็นสวนรัก เขาไปนั่งพลอดรักกัน หรือมากกว่าพลอดรักอีก จำได้ว่ามืดๆมันมากกว่านั้น”

พวกพี่ไปซื้อส้มตำกลางคืน เมื่อก่อนจะมีสามล้อถีบที่เป็นกระบะด้านหลัง เป็นผู้หญิงถีบนะ เขาจะใส่ส้มตำมาขายกันเฉพาะกลางคืน ขายรอบสวนรักนะ (พื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีในปัจจุบัน) เริ่มจากหน้าโรงแรมเมืองทองแล้วรอบสวนรัก ข้าพเจ้าประหลาดใจถึงความนิยมในการทานส้มตำของคนโคราชในอดีต “ขายส้มตำ!!” พี่เล็กหัวเราะ “ไม่ได้ขายส้มตำด้วย ขายทั้งส้มตำแล้วขาย...ด้วยบางทีไปซื้อส้มตำแต่ต้องรอแม่ค้าอยู่ในเมืองทอง เมื่อก่อนเป็นแบบนี้” ย่านนั่นอ่ะเป็นตั้งแต่ย่านเมืองทองไปถึงคลังใหม่เป็นที่อโคจร เพราะว่ามันจะมีโรงโบวลิ่ง มีไนต์คลับ บาร์ ซึ่งตำแหน่งในปัจจุบันก็ยังคงสถานที่ประกอบกิจการสถานบันเทิงอยู่ สำหรับเด็กผู้หญิงแต่ไปซื้อส้มตำอ่ะ..ได้” แล้วแม่ค้าผู้หญิงจะขี่สามล้อมาจอดตรงฟุตบาต แต่ละร้านมีระยะห่าง ไม่ได้จอดติดกันมีไฟด้วยแดงๆเล็กๆ แล้วขายส้มตำ

เส้นโพธิ์กลางเป็นเส้นตรงมาจากค่ายที่เชื่อมกับหัวรถไฟ ค่อยรุกเข้ามา พอฝรั่งทำให้เกิดพื้นที่แบบนี้ อย่างเช่น ร้านไอติม ไนท์บาร์ขยายมาเรื่อยๆไปถึงเส้นอัษฎางค์

การเปลี่ยนแปลงของตึกบริเวณย่านถนนอัษฎางค์มีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก เรือนแถวไม้ยังอยู่ครบ ตึกแถวไม้ยังอยู่ครบ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปบริเวณย่านอัษฎางค์คือมีแฟลตตำรวจ กับบ้านคนไทยที่มีต้นมะเดื่อใหญ่มาก

เวลาเดินไปในย่านที่เป็นข้าราชการเก่าเรารู้ว่าต้นไม้เยอะ ครึ้มๆ คนดุๆ กลุ่มคนข้าราชการเขาจะถือตัวมาก เราก็จะอยู่ในกลุ่มเพื่อนคนจีนเรา

สัญลักษณ์แทนกลุ่มคนจีน คือ สมัยก่อนรุ่นพ่อคนจีนในโคราชความแบ่งแยกทางฐานะมันน้อยกว่า เพราะว่าเขาอยู่ในช่วงกำลังสร้างเนื้อสร้างตัว บางคนก็ประสบความสำเร็จเป็นเจ้าสัวแต่ก็ยังเป็นเพื่อนกัน แต่พอรุ่นหลังๆก็เปลี่ยนไป จนมีความรู้สึกว่า คนในโคราชไม่ได้คบง่ายนะ มีเงินนับว่าน้องมีทองนับว่าพี่เลยนะ เพราะว่าจากประสบการณ์ตอนเก็บข้อมูลไปสอบถาม พอบอกว่าเป็นลูกใครจะง่ายมาก ถ้าเขารู้จักพ่อแต่ถ้าไปเดี๋ยวๆ ไม่รู้จักยาก คือ กลุ่มคนจีนเขามีความเหนี่ยวแน่มาก ในการที่จะช่วยเหลือกันในความเป็นเพื่อนยังมี ความเคารพกันในรุ่นพ่อยังมี แต่ในปัจจุบันก็น้อยลง

ในย่านสมัยก่อนชอบแข่งกันเรียน ลูกบ้านนี้ไปเรียนกรุงเทพ

(ในสังคมคนจีน) เป็นเมืองที่ผู้ใหญ่ดูแลเด็ก เดินไปบ้านไหนบ้านไหน เมื่อก่อนในเมืองโคราชคนบ้าเยอะนะ มีทุกถนนเลย เวลาเดินเขาจะเดินตามถ้ารู้จักกันเขาจะเรียกเราเข้าบ้านเขาก่อน ให้คนบ้าเดินหนีไปก่อน เขาก็จะดูแล ห้ามคบคนไทยด้วยซ้ำไป เขาบอกว่าเป็นขี้เกลียด

“สมัยตอนเป็นเด็กไปโรงเรียนเพื่อนเรียกลูกเจ๊ก เราก็บอกเขาว่าอธิบายมาสิว่าลูกเจ๊กคืออะไร”

ตอนสมัยอยู่โรงเรียนมีลูกฝรั่งด้วย นิโกรก็มี ก็จะมีเพื่อนเป็นลูกผสมพวกนี้น่าสงสารมาก เขาจะโดนล้อมาก ยิ่งถ้านิโกรจะโดนล้อโดนแกล้งอยู่ในโรงเรียน ซึ่งเมียฝรั่งทนอยู่ไม่ได้

ตลาดเทศบาล 1 ก่อนสนุกนะตลาดมันจะมีเช้ากับเย็น ตอนเย็นตลาดค้าส่งรอบๆ ตลาดจะวนมาตรงข้างๆวัดพายัพ (ข้าง Art Gallery ในปัจจุบัน) เมื่อก่อนเวลาเรียน drawing อาจารย์จะส่งไปวาดที่ตลาดนี้แหละ มันเป็นตลาดที่ไม่เคยหลับเลยนะ มีเช้าทั้งคืน มีตลาดโต้รุ่ง มีขายไอติม ขายอาหารเย็น ตลาดเช้า

ธารรา เป็นจุดศูนย์รวมวัยรุ่นสมัยก่อน รถทุกสายจะมาจอดตรงนั้น

เมื่อก่อนขายของดีมาก เส้นไหนที่มีเด็กนักเรียนเดินผ่าน ร้านของชำเล็กๆน้อย ร้านไอติม

ตอนที่คลังเก่าเปิดใหม่ มันทำให้เด็กสุระเปลี่ยนเส้นทางเดิน จากโรงเรียนเดินเข้ามาเส้นอัษฎางค์ ตรงคลัง ระหว่างทางที่นักเรียนเดินก็จะขายดี แล้วพอห้าง IT เปิด เดอะมอลล์เปิด การเดินของเด็กสุระก็เปลี่ยนไปไปเดินตามเส้นมิตรภาพ ไม่ได้เดินเข้าไปในเมืองแล้ว สิ่งเหล่านี้ก็คือ มีผลต่อพฤติกรรมของคน คนที่เคยขายของได้ในเมืองก็เงียบไป พี่เล็กมองว่าตำแหน่งของห้างสรรพสินค้าทำให้พฤติกรรมการเดินของคนในเมืองเปลี่ยนไป จำได้ว่าตอนที่เด็กนักเรียนเดินผ่านหน้าบ้านที่บ้านขายของเล็กๆน้อย ขายโคตรดีเลย ตอนเย็นอ่ะ ขายไม่ทัน

“โคราชเปลี่ยนแปลงน้อยมาก แต่ว่าเป็นที่อโคจรสมัยก่อนหายไปเยอะ”



โรงน้ำส้มสายชู รับซื้อขวด พี่สาวพี่เล็กแต่งงานเข้าไปเป็นหลานสะใภ้ เมื่อก่อนแถวนั้นโล่งๆ เขาเรียกสวนหมาก จะมีบะหมี่สวนหมากอยู่มานานแล้ว เมื่อก่อนกินบะหมี่ต้องกินร้านนี้

ชื่อร้านค้าคนจีนเส้นหลักเมือง จะบ่งบอกความเป็นเครือญาติร้านที่ขึ้น รัตนะ คือตระกูลรัตนะ เขาเป็นญาติกันหมด จะอยู่ในไลท์ธุรกิจเดียวกัน แซ่จึง จึงนู่นจึงนี้ มาจากหมู่บ้านเดียวกันซึ่งสอดคล้องกับหนังสือที่เขาเขียนถึงการอพยพของคนจีน

บางบ้านที่ค้าขายกับคนพื้นเมืองจะใช้ภาษาโคราชและลาวการในการสื่อสาร ภายในครอบครัวจะสื่อสารด้วยภาษาจีนยกเว้นบ้านไหนที่แต่งสาวแถวหนองกี่ ลำปลายมาศ ทุกวันนี้คนจีนบางบ้านยังไปหาสะใภ้มาแต่งกับลูกหลานอยู่ คนจีนหลายบ้านในโคราชยังเป็นแบบนี้อยู่

บ้านไพร่ทาส ซ่อนอยู่ในข้างในตึกแถวแถวๆ ละแวกบ้านย่าโมสมัยตอนที่เลิกทาสแล้วแต่กลุ่มคนพวกนี้ไม่รู้จะไปทำอะไร ก็จับกลุ่มกันและอาศัยอยู่บริเวณนั้น แต่เป็นเพียงเรื่องเล่าของคนในพื้นที่แถวนั้นซึ่งก็ยังไม่ชัดเจน

คนที่ยังอยู่เรือนไม้เพราะไฟยังไม่ไหม้บ้านเท่านั้นเอง แต่ที่มีการสร้างใหม่ส่วนใหญ่เกิดจากสาเหตุไฟไหม้ ยกเว้นที่ของราชพัสดุ

สถานที่บอกย่านที่เราอยู่ เป็นนัยยะในการบอกย่านที่เราอยู่ เด็กหลักเมือง เด็กเจริญรัตน์ เด็กตลาด บ้านอยู่ไหน เจริญรัตน์ เด็กเจริญรัตน์ ปัจจุบันไม่เห็นมีการใช้การเรียกแทนกลุ่มคนกับสถานที่แบบเดิม

สมัยก่อนมีพี่ตวนกับพี่เตียนเป็นชาวญวน ครอบครัวประกอบอาชีพขายหมูยอ ถ้าใครมาเกเรแถวนี้พี่ตวนกับพี่เตียนจะเป็นมาเฟียคุมพื้นที่ พี่สาวยังอยู่ทำหมูยอตรงสรรพกร

เมื่อก่อนเมืองโคราชมีช่วงเวลาที่ไม่ได้ปลอดภัยนะ สอดคล้องกับคนที่เล่าให้ฟังเหมือนประสบการณ์ที่เคยเจอ บอกว่าคนเกเรเยอะ ข้ามถิ่นไม่ได้ มีขาใหญ่ประจำย่าน เด็กหลักเมืองข้ามมาตีเจริญรัตน์ พอตอนกลางคืนทุกคนจะปิดบ้านเงียบ สมัยเด็กๆ

ตอนสมัยหนึ่งที่ตำรวจเขาไล่คนต่างด้าว 2516 2520 2528 มีสองช่วงที่มีการกวาดล้าง ตอนประมาณพี 10 ขวบ จะมีช่วงที่เขาจัดการและกวาดล้างคนต่างด้าว แถวบ้านพี่มีการเปลี่ยนแปลง เงียบเลย จำได้ แม่เพื่อนเป็นชาวญวนหนีเลยนะ อยู่ไม่ได้ พี่อยู่ในย่านที่มิกซ์มาก ตอนที่เขากวาดล้างแถวบ้านพี่ญวนเยอะ แม่ตวน แม่เตียน แม่เพื่อนพี่ หายไปหมดเลย ก็ถามเพื่อนแม่ไปไหน เพื่อนมันก็เงียบๆๆ แล้วก็หายไปเป็นปีแล้วก็กลับมา จำได้ว่าผู้หญิงญวนเขาสวยทุกคน แต่งตัวดีทุกคน เขาจะทำผมม้วนๆสูงๆ ผมแสดงออกว่าเป็นคนญวนเลย แต่พอกลับมาก็ไม่สวยเหมือนเดิม ทุกคนเงียบหมดไม่พูดกะใครอ่ะ บางคนอยู่ในเหตุการณ์ที่แม่โดนจับไปด้วยไง มีผลกระทบทางจิตใจมาก

ที่บ้านเปลี่ยนนามสกุลก่อน ถ้าอีสานมีไม่กี่จังหวัดโคราชอันดับ 1 มันถึงทำให้คนจีนที่เคยอาศัยอยู่ในเมืองออกไปอยู่ไกลๆ ไม่ยืนยันแต่มีความเป็นไปได้ เรื่องความมั่นคง คอมมิวนิสต์ เขากวาดล้างภายในเคยเมืองก่อนให้ออกไปนอกเมือง มีคนรู้จักบางคนเขาเล่าให้ฟัง เขาก็อยู่ไม่ได้ตอนทหารตำรวจเขากวดให้ย้ายไปอำเภอไกล มันก็เลยเห็นคนจีนไปอยู่ในอำเภอที่ไม่น่าไปอยู่ เขาหนี เขาก็ไปได้ไกลที่สุดเท่าที่ไปได้

แต่ที่บ้านก็มีตำรวจมา แต่พอเปลี่ยนนามสกุลไปนานแล้ว แล้วก็ช่วงนั้นเองญาติๆก็มาขอใช้นามสกุล หลังจากนั้นปีสองปีเขาถึงกลับเข้ามาอาศัยอยู่ตามเดิม แต่ก็มีบางส่วนที่ไม่กลับมา

ปรากฏว่าตอนหลังเพื่อนบอกว่า แม่โดนจับไปเข้าค่ายอบรม หลังๆเขาก็ใช้ชีวิตเงียบๆไม่ค่อยยุ่งกับใคร

ร้านขายไก่ย่าง ขายหมูยอเส้นเจริญรัตน์เมื่อก่อนมีเป็น 10 ร้านเลยนะ แล้วก็มีทัวส์ลงด้วย ไก่ย่างแม่บุญล้อมดังสุด ทัวส์มาลงซื้อกลับ เป็นของฝาก มาโคราชต้องมาซื้อไก่ย่างแม่บุญล้อม

คนที่ขายเนื้อยอ หมูยอทั้งหลายในโคราชส่วนใหญ่เป็นชาวญวน เช่น ร้านตวงโภชนา

ขนมจีนประโดกหาบมาขายจากประโดก มาขายแถวหลักเมือง ตรงบ้านพี่จะขายต้มเลือดไก่เป็นชิ้น คนมอญทำ ล่าสุดก็ยังมีคนหาบขายอยู่ก็ยังมีอยู่ในเมือง ตรงคลังเก่ายังคงขายอยู่ เมื่อก่อนของในโคราชคือหาบมาขาย กลางคืนจะมีขนมไทยเป็นถาดรถยาวๆ ในนั้นจะมีขนมไทยนานาชนิด รถยาวมากจะติดไฟแดงๆ เข็นมาขายบริเวณย่าโม

ข้าพเจ้าขอให้พี่เล็กช่วยแนะนำท่านที่มีความรู้เกี่ยวกับเมืองโคราช อาจจะยังอาศัยอยู่ในเมืองหรือย้ายไปอยู่ที่อื่นแต่มีประสบการณ์และผูกพันในพื้นที่ให้ข้าพเจ้าได้บอกเล่าเรื่องราวแก่ข้าพเจ้าต่อไป พี่บอกบอกว่ามี

บุคคลที่พี่เล็กแนะนำให้ข้าพเจ้าทำการสัมภาษณ์ต่อคือ พี่หลาบ (ป้ากุหลาบ) ขายส้มตำบริเวณถนนมนัส เป็นชาวไทยที่อาศัยอยู่แถวเจริญรัตน์และประกอบอาชีพขายส้มตำในเมืองโคราชมายาวนาน ซึ่งมีความคุ้นเคยกับสถานที่และบุคคลต่างๆในเมืองโคราช ในอดีตพี่หลาบเป็นลูกมือน้ารวย (เป็นผู้คิดสูตรส้มตำโคราช) อีกท่านที่พี่เล็กแนะนำให้กับข้าพเจ้าคือ พี่ปุ๊ก เป็นชาวไทยเชื้อสายจีนอยู่ย่านหลักเมืองติดกับวัดพระนารายณ์ตั้งแต่เกิดจนโต ซึ่งพี่เล็กจะแนะนำและติดต่อให้เข้าสัมภาษณ์อีกครั้ง พี่แอ้มร้านเวชกิจ นายกกรรมาธิการสถาปนิกอีสาน บ้านพี่แอ้มอยู่ข้างโรงน้ำส้ม สวนหมากและเคยไฟไหม้ไป พี่แอ้มมีร้านขายไม้อยู่ในย่านถนนจอมพล ช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ร้านจะเปิดให้เข้าชมและถ่ายรูปได้ เขามีที่ดินอยู่ในเมืองโคราชหลายแห่ง

SHARE
Writer
mariarch
Architect
attention to place identity

Comments