やった!

เย้! แล้ววันนี้ก็มาถึง ผลสอบJLPT มาถึงบ้านแล้วค่า ความจริงคือควรมาถึงตั้งแต่ต้นเดือนแล้วแหละ แต่ว่าเราดันเขียนที่อยู่ไม่ชัดเจนทำให้ต้องตามเรื่องอยู่หลายวัน แหะๆ

พอเห็นประกาศนียบัตรที่มีชื่อเราอยู่บนนั้นเราแบบดีใจกว่าที่คิดไว้อีกอ่ะ >< มันภูมิใจ ปลื้มปิติ ฟินมาก หน้าซองเป็นเอกสารจากสมาคมศิษย์เก่าญี่ปุ่น พอเปิดออกมาจะมีกระดาษอยู่3แผ่นข้างใน แผ่นแรกก็คือประกาศนียบัตรของเรา แผ่นที่สองเป็นใบคะแนน และแผ่นสุดท้ายคือแผ่นบอกเกณฑ์คะแนนที่ผ่านและวิธีดูต่างๆค่ะ

แค่ใบประกาศก็ว่าปลื้มปริ่มแล้ว นอกจากนั้นเรายังได้percentileที่95 ล่ะ!!! ตอนแรกมองแล้วก็ เอ๊ะ มันหมายความว่าไงหว่า คำว่าpercentileนี่คุ้นๆเหมือนเคยเรียนตอนม.ปลายแต่ลืมไปแล้ว 555 พอไปหาข้อมูลก็พบว่า มันหมายถึงถ้าคิดเป็น100% มีคน95%ที่ได้คะแนนน้อยกว่าเราหรือเท่าเรา เหหหห จริงดิ อมก. ไปๆมาๆนั่งจ้องกระดาษที่ส่งมาได้เกือบชั่วโมงแล้ว 555

มีความสุขมากเลยค่า รู้สึกภูมิใจมากๆ ข้อสอบJLPT เป็นข้อสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นสากลที่สอบกันทั่วโลก ดีใจมากๆเลยที่สอบผ่านตั้งแต่ครั้งแรก ถึงจะสอบระดับต่ำสุดก็เถอะ รวมเวลาที่เรียนมาก่อนสอบก็ประมาณ6เดือน จากคนที่ไม่มีพื้นฐานเลย แต่ความมุ่งมั่นและแน่วแน่จะทำให้เรามีแรงผลักดันค่ะ 5555 ถ้าใจเรามันได้ ยังไงก็ได้ ทำให้นึกถึงคำพูดของนายกทันตแพทย์สภาที่เคยพูดในงานรับกาวน์ที่คณะเก่าเราขึ้นมาเลย

ความอดทนนั้นขมขื่น แต่ความสำเร็จนั้นหอมหวานเสมอ

นั่นแหละค่ะ มันหอมหวานจริงๆ ความตั้งใจและความอดทนจะทำให้ได้รับผลตอบแทนที่งดงาม  ที่สำคัญคือใจเราต้องมาก่อน ถ้าเราชอบก็จะทำได้ดี เราคิดว่านะ

แล้วก็ต้นเดือนธันวาที่จะถึงนี้ เราก็จะไปสอบระดับที่สูงขึ้นไปอีกขั้น (N4) บอกตามตรงว่าไม่มั่นใจ รู้สึกกลัว เพราะระยะเวลามันประชิดมากระหว่างสอบN5ที่ผ่านมากับN4ที่จะถึง แถมความยากมันก็เป็นอีกระดับนึงเลย แต่เราก็อยากจะผ่านมากๆ ความจริงจะไปสอบอีกทีปีหน้าก็ได้ แต่เราก็อยากเอาให้ผ่านไปเลยเพื่อจะได้ไม่เสียเวลา (กดดันตัวเองเก่ง 555)  ทุกคนบอกให้เราชิวแหละ เพราะแค่มีN5 ทางตม.ญี่ปุ่นก็ให้เราผ่านแล้ว(ประมาณว่ามีความรู้ภาษาญี่ปุ่น ไม่น่าเป็นผีน้อยงี้) แต่ก็นะ ถ้าได้N4ด้วย เราก็จะได้ไปเรียนต่อในระดับกลางเลย ไม่ต้องมานั่งเรียนระดับต้นอีก อย่างที่ว่าเราเสียเวลาชีวิตมาเยอะแล้วเนอะ

ก็รู้ว่ามันยากแหละ ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาที่‘เยอะ’และละเอียดอ่อนมากๆ เรียกว่ายิ่งเรียนยิ่งพีค 555 แล้วเราก็ไม่ได้คุ้นเคยกับมันมาตั้งแต่เด็กเหมือนภาษาอังกฤษ ยิ่งการฟัง สำเนียงการสนทนายิ่งต้องให้เวลาให้สมองได้คุ้นชิน อยู่เมืองไทยโอกาสใช้ภาษาก็น้อย ก็เลยตัดสินใจไปเรียนที่ญี่ปุ่นดีกว่า

ถึงจะเริ่มต้นช้าแต่สักวันจะไปให้ถึงเป้าหมาย เอาแรงใจเข้าสู้ 555 สุดท้ายแล้วไม่ว่าเรื่องราวอะไรที่ผ่านมาก็ทำให้เราได้มีวันนี้ ทุกอย่างมีส่วนในความสำเร็จ โดยเฉพาะหนุ่มญี่ปุ่นที่มาทำให้เจ็บช้ำแทบไม่เหลือชิ้นดี 5555 ใครไม่ได้มาเห็นความสำเร็จของเรา แต่ตัวเราและคนที่รักเราได้เห็นก็พอแล้วค่ะ เราไม่หมดแพชชั่นในสิ่งที่เลือกง่ายๆหรอก!

頑張ります!


SHARE
Writer
HermioneRiddle
Student
My personal Diary

Comments