ว่าด้วยเรื่องคน IQ สูงแต่ EQ ต่ำ
•บนโลกนี้มีคนเก่งๆเต็มไปหมด
แต่คนเก่งที่มีวุฒิภาวะที่ดีนั้นหายาก•
เชื่อไหมว่า ที่บางคน IQ สูงได้ เพราะ EQ ต่ำยังไงล่ะ

EQ ต่ำในที่นี้ นอกจากการควบคุมอารมณ์ต่างๆไม่ค่อยได้ ยังรวมถึงปัญหาในการสื่อสารด้วยนะ
เรามักจะเห็นได้ในรูปแบบต่างๆ เช่น
- พูดไม่คิด ใช้คำพูดไม่เป็น พูดไม่ถูกกาลเทศะ
- หงุดหงิดเมื่อรู้สึกว่าตัวเอง ‘ไม่รู้’ 
- จะยอมรับความรู้ที่คิดว่าคู่ควรกับตัวเองเท่านั้น
- จะชอบพูดในเรื่องที่ตัวเองเชี่ยวชาญ และหลีกเลี่ยงที่จะพูดในเรื่องที่ตัวเองไม่เชี่ยวชาญ
และอื่นๆอีกมากมายซึ่งส่วนมากแสดงออกมาในรูปแบบก้าวร้าว (Agressive) และเชิงลบ (Negative)

ที่เป็นอย่างนั้นเพราะสมองพัฒนาไม่สมดุลน่ะ 
พัฒนาแต่ IQ เพราะเขารู้สึกว่า ความรู้เท่านั้นที่จะเติมเต็มความกระหายนี้ได้ และทำให้เขารู้สึกพัฒนาขึ้น แต่เขาดันลืมพัฒนา EQ น่ะสิ 😅 

โชคยังดีที่เราสามารถพัฒนาสมองให้สมดุลได้ตราบจนอายุ 30 ปี หลังจากนั้นก็เป็นไม้แก่แล้วล่ะนะ ดัดยากหน่อย 555

หากคุณมีคนประเภทเหล่านี้อยู่ใกล้ๆตัว อย่างแรกเลยก็คือ ทำความเข้าใจเขา คนเหล่านี้เวลาต้องรับผิดชอบอะไรซักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นงานหรือกิจกรรม พวกเขามักจะคิดว่าสิ่งนั้นคือ ทั้งชีวิต ที่ผิดพลาดไม่ได้ และจะทุ่มเทกับมันมากราวกับเป็น Perfectionist รวมไปถึงคาดหวังให้คนอื่นๆทุ่มเทแบบนั้นด้วย ถ้าคุณไม่ทำหรอ คุณก็จะดูเป็นพวกด้อยประสิทธิภาพในสายตาเขาไง 
•คนเก่งประเภทนั้นมักทำให้เพื่อนร่วมงานอึดอัด•
(คิดว่าเป็นการเรียนรู้ระบบความคิดและระบบการทำงานของคนประเภทนั้นเถอะ)

Q:ฉันรู้แล้วล่ะว่ามีคนใกล้ตัวฉันคนนึงเขาเป็นแบบนั้น ฉันควรให้คำแนะนำอะไรซักอย่างกับเขาดีมั้ยนะ?

คำถามคือ เขาจะฟังคุณหรอ?
 อย่างที่บอกไป เขาจะรับฟังความรู้ที่คิดว่าเหมาะสมกับเขา หรือคำแนะนำใดๆที่มาจากคนที่เก่งกว่า น่าเชื่อถือกว่า 
คนรอบข้างที่เขาคิดว่าด้อยกว่า หรือเสมอกัน ยากเหลือเกินที่จะให้เขาฟัง เพราะของแบบนี้มันต้องฝึกฝนความสมดุลที่สมองใครสมองมัน ไม่ใช่ว่ามีนักปราชญ์มาบอกแล้วจะบรรลุทันทีสะหน่อย
•การฝึกใดๆต้องใช้เวลา การฝึกสมองให้สมดุลก็เช่นกัน•
Q : แล้วเขาก็จะเป็นแบบนั้นไปตลอดมั้ย?

ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะนึกขึ้นได้เมื่อไหร่ว่าเขามีอาการสมองไม่สมดุล และเริ่มฝึกฝนเพื่อที่จะเป็นคนดี และเก่ง แต่ถ้าเขานึกไม่ได้ เขาก็จะเป็นแบบนั้นไปเรื่อยๆ อย่าคิดว่าจะเปลี่ยนเขาได้เลย เพราะมันเป็นเรื่องของสมดุลสมอง ที่ต้องฝึกฝนจากภายใน

มีนักศึกษาจำนวนไม่น้อยที่มีภาวะแบบนี้แต่ไม่รู้ตัว และไปแสดงอาการเอาเมื่อทำงานจริง เช่น เกรดผมตั้งสูงนะ ให้ผมทำงานนี้ แค่นี้ จริงๆหรอ?, ผมมาฝึกงานนะ ไม่ได้มาเดินเอกสารหรือชงกาแฟ, ฉันว่าฉันควรได้งานที่มันสำคัญกว่านี้นะ , ฉันว่างานที่นี่ไม่เหมาะกับฉันเลย ฉันน่าจะไปหาบริษัทที่เห็นศักยภาพในตัวฉันมากกว่านี้ etc. •จึงเป็นที่มาของประโยคที่ว่า ‘เด็กสมัยนี้ไม่อดทนเลย ทำงานแค่นี้ก็บ่น’•
เฮ้ ความอดทนก็เป็นส่วนหนึ่งของ EQ นี่ถูกมั้ย? 

ใช่แล้วล่ะ เพราะยึดเอา IQ เป็นที่ตั้ง อยากแสดงศักยภาพ IQ เพราะเชื่อว่าถ้าแสดงศักยภาพตรงนั้นออกมาละก็ จะต้องโดดเด่นและก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดแน่ๆ ลืมไปว่า ความอดทน การพัฒนาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน การให้เวลาจากสิ่งเล็กๆง่ายๆ การสั่งสมประสบการณ์ต่างๆนั้น ก็เป็นสิ่งสำคัญมากๆเช่นกัน 

บริษัทบางบริษัทจึงเลือกที่จะรับเด็กที่เกรดกลางๆ แต่ทนแรงกดดันได้มากกว่า อดทนได้มากกว่า
และเลือกที่จะตัดเด็กเกรดสูง เพราะเด็กเกรดสูงนอกจากจะเรียกร้องค่าตอบแทนมากกว่า ยังมีโอกาสที่จะเลือกงานมากกว่า เกี่ยงงานมากกว่า เล็กๆไม่ ใหญ่ๆทำ และอาจจะมีการขิงกันในที่ทำงานเกิดขึ้นก็เป็นได้

เพราะงั้นอย่าน้อยใจไปหากคุณเป็นคนเกรดกลางๆ ฝึกฝนสมดุลของสมองให้ดีเข้าไว้ ทัศนคติที่ดีต่อสิ่งต่างๆ ความอดทนรับต่อแรงกดดันในองค์กร การจัดการกับความเครียด การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การพูดโน้มน้าวจิตใจคน สิ่งเหล่านี้ทำให้คุณน่าสนใจกว่าคนที่สามารถจำระยะทางที่แสงเดินทางได้ในระยะเวลา 1 วินาทีเสียอีก

•ด้วยรัก•









SHARE

Comments