ประสบการณ์ internship ของคนไม่ชอบเข้าสังคม
ขออนุญาตเล่าประสบการณ์การฝึกงานที่ผ่านมาแบบสดๆ ร้อนๆ เลยแล้วกันนะ

ช่วงแรกๆเป็นอะไรที่รู้สึกกดดันและบรรยากาศมาคุสุดๆ ไปเลยล่ะ เราเข้าใจเลยว่าทำไมมีแต่คนมาเล่าให้ฟังว่า เข้าไปทำงานแรกๆ บางคนถึงกับร้องไห้ ซึ่งมันก็จริงสำหรับเรา ด้วยความที่เรายังใหม่ มันก็มีความกดดันในเรื่องของการทำงาน กังวลว่าเขาสั่งอะไรมาเราจะทำได้มั้ยวะ แล้วเราจะทำมันได้ดีมั้ย แต่พออยู่ไปเรื่อยๆ มันก็เริ่มจะชิน แต่ก็ยังปรับตัวเองไม่ค่อยได้อยู่

เรามีความรู้สึกกดดันตัวเองในทุกๆ วัน เราไม่เคยนอนหลับสบายเลย เพราะว่าการดำเนินชีวิตเราเปลี่ยนไป ง่ายๆก็คือเราต้องตั้งเวลาชีวิตใหม่ เพราะมันไม่ใช่การใช้ชีวิตแบบที่ผ่านมาตามตารางเรียน แต่ด้วยเราทำงานด้านอีเว้นท์ มันไม่มีอะไรที่แน่นอนว่าคุณต้องดำเนินชีวิตในวงจรแบบนี้นะ แต่การใช้ชีวิตในที่นี้ที่ผ่านมา เรามีทั้งออกกองต่างจังหวัด จัดงานตามห้าง แล้วก็เตรียมงานที่ออฟฟิศ ซึ่งถ้าใครเคยอ่านหนังสือ “เพื่อนร่วมงานของคุณเป็นลิงแบบไหน” เราจะบอกเลยว่าเราเป็นลิงประเภทกอริลล่า ที่เป็นคนจริงจัง คิดถึงพวกพ้อง แต่ขี้กลัว ชอบใช้ชีวิตแบบเดิมๆ เป็นคนเงียบๆ ให้เกียรติผู้อื่นและยึดกฎระเบียบเป็นที่ตั้ง ถนัดกับการทำงานแบบเดิมๆ ที่ตายตัว

เราไม่ชอบอะไรที่เกิดการเปลี่ยนแปลงจนกระทบกับวงจรชีวิตของเรา ที่มันทำให้เราต้องเปลี่ยนการใช้ชีวิต พอมันเปลี่ยนเราจะรู้สึกแพนิคมากๆ จนมันเหมือนกับการดำเนินชีวิตแบบนั้นมันไม่ใช่ตัวเราเลย แล้วปัญหานี้เองพ่อแม่เราก็ยังคงไม่รับรู้ แล้วก็บอกว่าเราเป็นพวกความอดทนต่ำ แต่ถ้ามองกลับกันในมุมมองที่เราเป็น มันทรมานมากๆ เลยนะ เพราะคุณจะมีความกังวลจนเกิดเป็นความไม่มั่นใจในตัวเอง ทำให้ตัวเองทำอะไรที่ดูจะซื่อบื้อลงไปแบบที่ไม่รู้ตัว

หลังๆ มาเข้าเดือนที่สองของการฝึกงานความสัมพันธ์เรากับพี่ๆ ที่ร่วมงานกันมันก็เริ่มพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับว่าเขาเห็นธาตุแท้ของเราแล้ว บวกกับการที่เราจะต้องทำงานนอกสถานที่ด้วยกันบ่อยๆ ทำให้ต้องคุยกันมากขึ้น ไปไหนมาไหนด้วยกันมากขึ้น มันก็กลายเป็นเครื่องพิสูจณ์ว่าเราไม่ใช่พวกที่หยิ่งยโส ที่คุยด้วยแล้วไม่ตอบ หรือสั่งอะไรแล้วไม่ทำ แต่เราอาจจะรู้สึกไปในทางลบมากกว่าทางบวกเพราะว่าเราเองก็หมด passion ในด้านงานอีเว้นท์นี้ด้วยล่ะมั้ง ความคิดมันก็เลยมีอิทธิพลกับการตัดสินใจหลายๆ อย่าง

เราเองน่ะเพิ่งมารู้ตัวตอนใกล้เรียนจบ เราหันหลังกลับไปนับปี 1 ใหม่ก็ไม่ทันแล้วถูกป่ะ แต่เราก็ถือคติประจำใจที่เราคิดขึ้นมาเองเลยนะว่า “ถ้าผ่านไปได้ มันจะกลายเป็นเรื่องเล่า” ซึ่งมันก็จริง การฝึกงานที่ผ่านมาครั้งนี้ก็กลายมาเป็นเรื่องเล่าให้ทุกคนรับรู้ เราอยากจะบอกว่าทุกอย่างที่ผ่านมาในชีวิตถึงแม้เราจะคิดไปด้านลบ แต่มันก็ยังมีส่วนเล็กๆ ที่มันแสดงออกมาให้เราได้เห็นได้รู้สึกเสียดายกันบ้างเล็กน้อย

อย่างฝึกงานที่ผ่านมาด้านลบๆ จากความคิดเราก็เล่าไปแล้ว ด้านบวกคืออะไรรู้มั้ย
1. คุณได้บทเรียนที่คุณไม่สามารถที่จะเก็บได้จากอาจารย์ในห้องเรียน
ว่ากันง่ายๆ ก็คือขนาดอาจารย์ยังไม่เคยสอนในสิ่งที่เราเจอมาจากการฝึกงานเลย กลายเป็นความรู้ใหม่ๆ ที่เพิ่มพูนเข้ามา มันสามารถนำไปใช้ได้กับการทำงานในอนาคต
2. ความสัมพันธ์ระหว่างคนในบริษัทกับเด็กฝึกงาน
แน่นอนช่วงแรกๆ เรารู้สึกเลยว่าเราโดนบูลลี่ แต่หลังๆ ทำงานด้วยกันบ่อยขึ้น เห็นสันดานกันหมดแล้ว มันก็กลายเป็นความเคยชินว่าแต่ละคนนิสัยแบบไหน ปรับตัวยังไง กลายเป็นว่าพอเราออกจากการฝึกงานมันก็มีโมเม้นต์แบบ อ่ะ เลี้ยงส่งด้วยการพิมพ์ TOR นะ ไม่ฝึกต่อหรอ น่าจะฝึกต่อนะ

มันก็เป็นความรู้สึกดีๆ เล็กๆน้อยๆ ด้วยความที่ในแผนกมีกันอยู่รวมเราแล้วก็ 5 คน แต่ไม่ค่อยได้คุยกันเยอะแยะอะไรมากมายในแต่ละวัน แต่มันรู้สึกได้เลยว่าจากวันแรกที่เข้ามาทำงานจนถึงวันสุดท้ายที่ฝึกงาน ความสัมพันธ์ของเรามันดีขึ้นๆ จนเราเองก็ยังคิดถึงพวกเขาเลย แต่เราตัดสินใจออกมาเพราะว่าเรายังหาตัวเองไม่เจอ ยังหาความชอบของตัวเองไม่เจอ ถ้ายังทำงานในสิ่งที่ตัวเองไม่โอเคกับมันต่อเราก็คงทำมันออกมาได้ไม่ดี ก็เลยตัดสินใจไม่สานต่อ

การที่เราเล่าเรื่องนี้เราไม่ได้อยากให้ทุกคนรู้สึกว่าการฝึกงานมันเป็นเรื่องที่ยากลำบากหรืออะไร แต่มันขึ้นอยู่กับความรู้สึกของแต่ละคนว่า คุณพอใจในสิ่งที่คุณศึกษาอยู่รึเปล่า คุณรู้สึกชอบสิ่งที่คุณเป็นอยู่มั้ย ถ้าคุณรู้สึกว่านี่แหละตัวฉัน เราก็แนะนำว่าคุณก็ควรที่จะสานฝันตัวเองต่อ ฝึกงานกับบริษัทที่คุณหวัง แต่ถ้าคุณรู้สึกท้อว่าเราไม่น่ามาสายนี้เลยว่ะ แต่กลับลำไม่ทันแล้ว เราอยากจะให้คุณคิดว่าคุณเก็บมันไว้เป็นความรู้ติดตัวคุณ เพื่อเอาไปประยุกต์ใช้กับสิ่งที่คุณอยากจะเป็นหรืออยากจะทำ เราเชื่อว่าความรู้ทุกอย่างมันจะได้นำเอาออกมาใช้แน่นอน
SHARE
Written in this book
Experience
Writer
yimnastic
คนชอบเพ้อ
ตัวอักษรถึงแม้จะไม่มีชีวิต แต่มีความรู้สึก

Comments

HARMONYHappy
17 days ago
จริงมากก ช่วงแรกๆคือแพนิค กลับมาร้องไห้เกือบทุกวัน ทั้งๆที่คิดว่าเราเป็นคนเข้ากับคนอื่นง่าย แต่สิ่งที่เจอมันไม่ได้ดูดีเหมือนที่คิด ได้เจอคนหลายรูปแบบ ได้ลงมือทำงานที่แท้จริง ทำดีก็ดีไปทำไม่ได้ทำผิดก็โดนติ กดดันและแพนิค แต่มองย้อนกลับไปก็ถือเป็นประสบการณ์ที่หาจากที่ไหนไม่ได้จริงๆ เก่งมากเลยค่าที่ผ่านมาได้✌️ขอให้เจอสิ่งที่ชอบตัวตนที่อยากจะเป็นไวๆนะคะ
Reply
yimnastic
16 days ago
ขอบคุณนะคะ❤️❤️
Rabitnowww
14 days ago
อ่านแล้้วคิดถึงช่วงเวลาของตัวเองเลยค่ะ สู้ๆนะคะ ขอให้เราเจอทางที่ใช่ สิ่งที่ชอบ ได้ทำงานที่เรารัก
Reply