ว่าด้วยอธิธรรม
ในพม่านั้นก็เป็นเถรวาทแบบไทยเรา แต่จะต่างกันเล็กน้อยว่าพม่านั้นถือ อภิธรรมอย่างเคร่งมาก และมิลินทปัญหา ได้รับการยกย่องอย่างมาก ... การเรียนอภิธรรมในประเทศไทยนั้น เหมือนว่าพระสงฆ์พม่าจะเป็นผู้ช่วยเหลือ จึงได้เกิดสำนักเรียนอภิธรรมขึ้นใจไทยจวบจนปัจจุบัน.
.
แม้นว่าพระอภิธรรม จะเป็นธรรมชั้นหลัง (หลังจากพระธรรม และพระวินัย) ดังพระพุทธวจนะว่า "ธรรมและวินัยใดที่เราตถาคตแสดงไว้แล้วบัญญัติไว้แล้ว ธรรมและวินัยนั้นจะเป็นศาสดาของพวกเธอเมื่อเราตถาคตล่วงลับไปแล้ว" ซึ่งอภิธรรมนั้นเชื่อกันว่าเกิดขึ้นในการสังคายนาครั้งที่สาม
.
อภิธรรมนั้น ถูกกล่าวว่าเป็นธรรมอันยิ่งใหญ่ (อภิ+ธรรม) จึงมีรูปแบบต่างไปจาก พระธรรม และพระวินัย พระอภิธรรมนั้นใช้ภาษาสำนวนที่ค่อนข้างสูง แต่พระธรรมและพระวินัยนั้นใช้ภาษาพูดหรือภาษาธรรมชาติที่ทุกคนเข้าใจกัน

[ตัวอย่างพระวินัย เล่ม 1 ข้อ 1]
[๑] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ ควงไม้สะเดาที่นเฬรุยักษ์สิงสถิต เขตเมืองเวรัญชา พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ ๕๐๐ รูป....

[ตัวอย่างพระสุตตันตะ เล่ม 1 ข้อ 1] 
[๑] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาค เสด็จดำเนินทางไกลระหว่างกรุงราชคฤห์กับเมืองนาฬันทาพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ ๕๐๐ รูป...

[ตัวอย่างพระอภิธรรมเล่ม 1 ข้อ 1]
กุสลา ธมฺมา ธรรมเป็นกุศล
อกุสลา ธมฺมา ธรรมเป็นอกุศล
อพฺยากตา ธมฺมา ธรรมเป็นอัพยากฤต
.
จะเห็นได้ชัดว่าพระอภิธรรมนั้น เป็นลักษณะทางคำสูง ต้องตีความ ใช้ความคิด ไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องที่พูด กล่าวถึง หรือเล่าเหตุการณ์ จึงมีลักษณะคล้ายๆ กับปรัชญาไปในตัว ดังนั้นบางท่านที่ศึกษาพุทธศาสนาจึงมักศึกษาอธิธรรมเพราะเข้าใจเอาว่าผู้ศึกษาอภิธรรมจนแตกแล้วนั้นเป็นผู้มีปรีชาและปัญญาสูงทางธรรม (สำหรับฝ่ายปริยัติ) .... แต่หากศึกษาแนวความคิดของท่านอาจารย์พุทธทาส ก็จะเข้าใจอภิธรรมอีกอย่างหนึ่ง ... จะเข้าใจว่าอย่างไรนั้น ... ค่อยว่ากันต่อไป
.
จากข้อความในพระอภิธรรม เล่ม 1 ข้อที่ 1 นั้น ธรรม. หมายเอาถึง ทั้งสังขตธรรม และอสังขตธรรม ในหนังสือพุทธธรรม ของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ได้ให้ความหมายว่า สังขตธรรม สิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่ง คือ ขันธ์ 5 ทั้งหมด อสังขตธรรม สิ่งที่ปัจจัยไม่ปรุงแต่ง คือ นิพพาน ส่วน อัพยากฤต นั้นหมายถึงการไม่ดีไม่ร้าย ในทางอภิธรรมข้างต้นก็น่าจะหมายถึง ธรรมที่เป็นกุศลและธรรมที่ไม่เป็นกุศล จะเปรียบทางคณิตศาสตร์ ก็น่าจะเป็นเลข 0 อันได้แก่ ไม่ลบ ไม่บวก ดังนั้น จึงเป็นศูนย์ กล่าวรวมถึงสิ่งทั้งหลายทั้งปวงก็ว่าได้เพราะได้กล่าวเอาไว้แล้วว่า นี่สิ่งบวก นี่สิ่งลบ และนี่คือสิ่งไม่บวกไม่ลบ จะหาเลขใดนอกจากบวก นอกจากลบ และไม่บวกไม่ลบ คงไม่มีแล้ว ... อย่างๆ น้อยเท่าที่เราจะพอนึกได้คงไม่มีแล้ว
.
จะเห็นได้ว่าอภิธรรมแค่เพียง 1 ข้อ ในส่วนแรกๆ ไม่กี่บรรทัดเราก็จำเป็นต้องตีความ หาความหมาย ละจินตนาการข้อความเหล่านั้น จึงเป็นการยากที่จะศึกษาอภิธรรม ดังคำท่านอาจารย์พุทธทาสได้กล่าวว่า อภิธรรมนั้นเหมาะสำหรับคนมีปัญญาสูง คนเหล่านี้ชอบเล่นอภิธรรมเพราะเข้าใจว่าเก่งกาจ จนหลงอภิธรรม .... ทั้งนี้ท่านอาจารย์พุทธทาสยังได้ยกพุทธพจน์ว่า ไม่จำเป็นต้องรู้อภิธรรมก็เป็นอรหันต์ได้อีกตากห่าง ดังเรื่อง
"ม้าอาชาไนย"
SHARE

Comments