คนเดียวที่ฉันไว้ใจที่สุด : ก็คือ..
แม่.. ถ้าลูกไม่มีหลานให้แม่ จะเป็นไรไหม ?
“ ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย มันก็แล้วแต่นะ คนเราถ้าไม่พร้อมที่จะมี มันก็ไม่มี เหมือนฟ้าลิขิตน่ะแหละ “ แม่ตอบ

โธ่แม่ ครึ่งแรกก็ดีหรอก แต่พอไอฟ้าลิขิตมาเนี่ยจบเลย

แม่..  แล้วถ้าลูกไม่แต่งงานล่ะ ?
“ ก็ไม่เป็นไรไง ลูกก็อยู่กับแม่ อยู่เป็นเพื่อนแม่ไปเรื่อยๆ แม่จะได้ไม่ต้องไปเหงาหรือไปอยู่กะญาติ “ 

เฮ้อ.. ลูกแค่รู้สึกว่า ชีวิตลูกอาจจะเหมาะแล้วที่จะต้องอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิตแบบนี้น่ะ (ตัดพ้อเหมือนเด็กมอปลายไปได้อิเจ้าความรู้สึกเวรมันเล่นงานฉันอีกแล้ว)

เราลองถามคำถามเดิม
กับผู้คนที่แตกต่างกันออกไป..
ครั้งนี้เราลองถามญาติของเราดู
“ ถ้าหลานไม่แต่งงาน ไม่มีลูก จะเป็นไรไหม “ เราถาม

“ เห้ย ! ไม่ได้นะ เธอเป็นลูกชายนะ ลูกชายของลูกชายคนโตอีกด้วย ยิ่งไม่ได้ใหญ่เลย “

อ้าวเชี่ย.. กูผิดหรอวะ เวรกำละ เหมือนเป็นกรรมที่เกิดเป็นลูกชายและเป็นกรรมที่รับต่อมากจากพ่อที่เป็นลูกชายคนโต ที่เกิดในครอบครัวจีนที่มีความเชื่อเรื่องลำดับเพศพี่น้องแข็งแรงเป็นอย่างยิ่ง.. ZzzZ
ความเชื่อที่แข็งแรงแบบนี้..
บางครั้งมันก็น่าหวั่นเบาๆนะ 
มันเหมือนเป็นสิ่งที่ถูกส่งต่อทอดกันมา
โดยที่ไม่ได้ผ่านการวิเคราะห์เปิดใจและทำความเข้าใจกับมันจริงๆ ผู้คนแค่รับมันมา เชื่อเและก็ส่งต่อไปให้อีกคนเชื่อ เพื่อที่จะเป็นระบบเช่นนี้ต่อไปเรื่อยจนกระทั่งถึงลูกถึงหลานเหลนโหลนของเราเป็นสิบยี่สิบทอด
ตราบใดที่ไม่มีการยกมือตั้งคำถามขึ้นมา สิ่งเหล่านี้
มันก็ไม่อาจมีการเปลี่ยนแปลงใดๆเกิดขึ้นได้เลย
 
แย่ล่ะสิ เหมือนโดนมัดมือชกยังไง ยังงั้นเลย.. 
เอ๊.. สรุปแล้ว ชีวิตเป็นของเราจริงๆใช่ไหมน้า
(ใช่สิ ทุกวันนี้นายก็ทำอะไรตามเสียงหัวใจตัวเองตลอดไม่ใช่รึเจ้าความรู้สึกเวงเอ้ย) อืม.. เสียงในหัว
มันโผล่มาอีกแล้ว
วันนี้ก็.. น่าจะรอบที่ สาม ได้แล้วมั้ง
คงเปรียบได้เหมือนกับการมีบุคคลที่อยู่ในตัวอีกร่าง 
ที่มีทั้งระบบความคิดและคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งที่นับได้ก็คงประมาณ สามร่างได้แหละมั้ง 
มีคนเคยบอกว่า เราเหมือนมีสามคนอยู่ในคนเดียว และสามคนนั้น จะโผล่มาในช่วงเวลาที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยของเวลา และสภาพแวดล้อม 
เอิ่ม.. ฟังดูหลอนๆ น่าขนลุกเบาๆนะ 

ตายห่า จากอีแค่คำถามที่ว่าด้วยเรื่องของการแต่งงานกับมีลูก ครอบครัว จู่ๆมันพูดมาถึงเรื่องนี้ได้ยังไงฟะ 
สุดท้ายชีวิตเราแม่งก็หนีไม่พ้นการตั้งคำถามจริงๆ สินะ
(เอาจริงเราก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เราอยู่ในร่างไหน) 
รู้ตัวอีกทีก็เขียนแบบ Raw ตามอารมณ์ความรู้สึกมาเรื่อยๆเลยเนี่ย ถ้าเป็นการวาดรูปก็คงเป็นการวาดแบบ Contour ที่ไม่วางมือจากกระดาษเลยก็ได้มั้ง

เอาจริง ไม่อยากมีลูกเลย.. (คิดมากทำไมวะ)
แฟนมึงยังไม่มีเลย (จะรีบไปถึงลูกทำไม)
เออ.. สงสัยจะได้อยู่คนเดียวไปเรื่อยๆจริงๆ 
(ก็อยู่เป็นเพื่อนแม่ไงอิเวน) 
เออ ก็รู้แหละ ว่าฉันเหมาะแล้วที่อาจจะเป็นแบบนี้ไปตลอดชีวิตน่ะ (เป็นโสดนะเหรอ?) 
ป่าว หมายถึงเรื่อง คุยคนเดียว น่ะ 
(นี่มึงอยู่ร่างไหนเนี่ย?)
ถ้านายยังไม่รู้ นายคิดว่าฉันจะรู้หรอ 

ถ้านี่เป็นการวาด Contour กระดาษแผ่นนี้จะต้องเต็มด้วยรอยขีดเขียนและไม่เหลือพื้นที่ให้ระบายหรือวาดอะไรลงไปต่อแล้ว เผลอๆกระดาษอาจจะขาดหรือเป็นรูไปแล้วก็ได้ เพราะบทสนทนาระหว่างผมกับตัวผมอีกคนหนึ่งมันยัง... ไม่สิ บทสนทนาระหว่างเรากับแม่มันยังไม่จบละ- (พอส!) คือเราคิดวะ- (แปป) เราน่าจะตะ- (หยุดเถอะ) เออ กูยังพูดไม่จบให้กูพูดให้จะ- อบ- (พอได้แล้วววววววววววววววววววววววววว ไอสัส) 
-.....
-...
-....
-..
-..
เห้ย เจ้าความรู้สึกเวร มึงหายไปไหน ! กลับมา
-...
-..
กลับมาเดี๋ยวนี้นะ !
-...
—————————-
(ไม่มีสัญญาณตอบรับ จากความรู้สึกที่ท่านเรียกคะ)


SHARE
Writer
Kenjicult
Listener
Life without expectations is good I know , but for the truth I can’t even do it.

Comments