ตึง
 เศษแสงไฟกับคลื่นน้ำดำคลักเหลือบน้ำเงินเพียงน้อยนิดนัวเนียทั้งผลักไสทั้งโหยหาชุลมุนโดยไม่รู้เลยว่าพวกมันเป็นปรปักษ์หรือสหายสนิท เสียงเครื่องยนต์และการยุยงของมวลสารขนาดใหญ่ทำให้เสียงของการกระทบขอบมวลนำ้ไร้เสียซึ่งความคงที่และซำ้ซาก แล้วแต่คาดเดาไม่ได้ จ้อสอดด้วยเสียงแตร่เเละเครื่องยนต์อีกชนิด อาจน่ารำคาญหากคุณเพิ่งจากมาจากภูมิประเทศที่ไม่ได้มีค่าเดซิเบลด้านลบของเสียงมากถึงเพียงนี้ ไม่ใช่จากเมืองนี้เมืองเเห่งเสียงจ้อกแจ้กก๊องแก๊งอื้ออึง ชินเสียแล้วล่ะ

คนที่อยู่เมืองนี้มาตั้งแต่เกิดอย่างฉัน แยกแยะเสียงอันผสมปนเปไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เหมือนกับคนลิ้นจระเข้ คนที่เเยกเฉดสีในสีเดียวกันไม่ออก โดยเหตุทั้งหมดเกิดจากความเคยชิน

ฉันอยากจะแก้ไขปัญหานี้เสียให้จบสิ้นไป อาจรักษามันด้วยการหนี ทิ้งทุกอย่าง พาตัวเองเข้าห้องเงียบ หรือในที่นี้หมายถึงการเอาตัวเองไปจากที่นี่สักพัก แต่ฉันยังไม่กล้า กลัวเกินไป และยังทิ้งบางสิ่งไปไม่ได้

ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยถึงการจากไป

“ทำไมวันนี้มันเงียบๆผิดปกตินะ”
“เงียบยังไง
ก็เหมือนเดิมนี่”

“เงียบขึ้นกว่าปกติตั้งเยอะ”
“หรอ ไม่เห็นรู้เลย”

“ใช่สิ
แล้วสรุป วน้ เ น ร”

“ห้ะ อะไรนะ?”
“ ว ี ปอ ะ ไ”

“ห้ะ พูดอะไรไม่ได้ยินเลย”

“เราว่าคุณหูตึงจริงๆเเล้วนะ
ไปรักษามั้ย”

“...”

“จริงๆนะ อะไรอะไรอาจจะดีขึ้น”
“คุณว่างั้นหรอ”
“อื้อ
อาจจะได้ยินอะไรอะไรชัดเจนขึ้น”

แต่คุณไม่รู้หรอกว่า
เมื่อฉันได้ยิน ฉันก็คงจะไม่เลือกฟังเสียงของคุณต่อไป

“ไม่อยาก”

“ทำไม”
“ชัดเกินไป จะฟังคุณไม่รู้เรื่อง”

กลัวกลัวเหลือเกิน กลัวชีวิตที่ปราศจากการฟังคุณ
และที่กลัวมากกว่า คือความกลัวชีวิตของคุณที่ขาดการฟังของเรา

“งั้นแล้วแต่คุณ”
“ไม่ไปไง”.
SHARE
Written in this book
สคสพ
เสพความสัมพันธ์
Writer
kradarng
after rain waiter
กระด่าง ผู้รอคอยฟ้าหลังฝน กระด้างไม่อ่อนโยน กับกระบนหน้าที่เหมือนรอยด่างจากกรดอ่อนๆของหยาดเหงื่อ

Comments