คู่ชีวิต
        "เอ็งจำไว้นะ ไอ้ความรักแบบหนุ่มสาวน่ะมันไม่ยาวนานหรอก เซ็กซ์น่ะพอแก่ตัวกันไปแล้วแม่งก็ไม่มีอารมณ์ให้กันแล้ว แก่ๆกันแล้วเห็นหน้ากันทุกวันจนเหม็นเบื่ิอ แต่ไอ้ความรักความเข้าใจ ความมีน้ำใจให้กัน มันจะทำให้ชีวิตคู่ยาวนาน อยู่กันไปนานๆจากผัวเมียกันก็จะกลายเป็นเพื่อนกัน..." นี่เป็นคำแนะนำเรื่องความรักจากน้าของฉันผู้ที่มีประสบการณ์ความรักมาอย่างโชกโชน ฟังตอนแรกก็แอบขัดใจนิดๆ ทำไมความรักในนิยามของน้ามันถึงเรียบๆเพลนๆไม่ตื่นเต้นเร้าใจหวานชื่นเหมือนในนิยาย หรือ จากคู่ของเพื่อนหลายๆคู่เลย... 

        ในคำปฏิญาณที่บาตรหลวง(นิกายคริสเตียน)จะให้คู่แต่งงานกล่าวตอนสวมแหวนแต่งงาน แต่งงานทีว่า

I, (Name), take you, (Name), to be my wife/husband, to have and to hold from this day forward, for better, for worse, for richer, for poorer, in sickness and in health, to love and to cherish, till death us do part, according to God's holy law, in the presence of God I make this vow.
       เป็นการสัญญาว่าจะรักกันอยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยา ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ จะร่ำรวยหรือยากจน จะเจ็บป่วยหรือจะสมบูรณ์แข็งแรง ก็จะอยู่ด้วยกันจนกว่าความตายจะพรากจากกัน...

       เวลาที่เรากล่าวคำปฏิญาณนี้จะมีคู่แต่งงานซักกี่คู่ที่เข้าใจความหมายของถ้อยคำในคำปฏิญาณนี้ วันแต่งงานเป็นเวลาแห่งความสุข แน่นอนชีวิตคู่ไม่ได้หยุดแค่วันแต่งงาน มันเป็นวันเริ่มต้น(อย่างเป็นทางการ)ของคนสองคนที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน หลายคู่แต่งงานไม่เคยอยู่ด้วยกัน สิ่งที่เห็น สิ่งที่สัมผัส จึงเป็นเพียงเปลือกผิว เศษเสี่ยวของความเป็นตัวตนของแต่ล่ะคน ถึงแม้จะเป็นคนที่อยู่ใช้ชีวิตร่วมกัน ความรู้สึกของการเป็นแฟนกันกับการเป็นคู่ผัวเมียมันก็ต่างกันโดยสิ้นเชิง
ช่องว่างของความเป็นส่วนตัวมันแคบลง ในขณะที่ความรับผิดชอบต่อกันและกันมันเพิ่มมากขึ้น เงินที่หามาได้จากที่เคยเป็นของฉันคนเดียวก็ต้องแบ่งบางส่วนมาให้เค้า เวลาที่เคยเล่นสนุกเที่ยวนอกบ้านกับเพื่อนฝูง มาวันนี้ก็ลดลงเพื่อมานั่งเล่นกับเธอ ยิ่งถ้ามีลูกด้วยกันหน้าที่และความรับผิดชอบก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว...

       วันเวลาจะเป็นบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งความมั่นคงในรักของคนทั้งคู่ คู่ไหนลงตัวยอมรับข้อดีข้อเสียของกันและกันได้ก็ไปต่อ ส่วนคู่ไหนเมื่อหมดเวลาโปรโมชั่นทนรับกันไม่ได้ก็แยกย้ายกันไป...

      อย่างไรก็ตาม...สภาพสังคมและสภาพการใช้ชีวิตในปัจจุบันก็มีส่วนท้าทายความสัมพันธ์ของคู่สามีภรรยาค่อนข้างมาก...งาน รถติด เพื่อนฝูง เกมส์ออนไลน์ โซเชียล กิ๊ก ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนแย่งเวลาของชีวิตคู่ งานจากที่เคยทำ 5 วันต่อสัปดาห์ก็เปลี่ยนเป็น 6-7 วันต่อสัปดาห์ (ถ้าอยากจะมีงานไว้ทำ) รถที่เคยติดก็กลายเป็นโครตติด ขอบคุณโครงการณ์รถไฟฟ้าที่ลงมือสร้างทุกสายพร้อมๆกัน เกมส์ที่เคยเล่นคนเดียวก็กลายมาเล่นเป็นทีม รวมกันตีป้อมจนลืม_เมีย ส่องดูชีวิตของคนอื่นตามโซเชียลจนลืมสอดส่องชีวิตตัวเอง สมัยก่อนการเป็นชู้หรือเป็นเมียน้อยเป็นเรื่องน่าอับอาย ปัจจุบันไม่ต้องมีสถานะ สบตาถูกใจกัน ก็สานสัมพันธ์กันได้ทั้งแบบคืนเดียวหรือนานกว่านั้น...

       การมีชีวิตคู่มันหมายความว่าเราต้องให้ความสำคัญกับคู่ของเรา ให้เวลา ความรัก ความใส่ใจ อย่าให้สิ่งอื่นๆมาดึงเวลาและความสำคัญระหว่างเราจนมากไปนัก เราเกรงใจเจ้านาย เกรงใจเพื่อน จนลืมเกรงใจคนที่บ้าน ตั้งหน้าตั้งตาทุ่มเวลาหาเงินจนลืมให้เวลาคนข้างตัว ตามหาความรักความตื่นเต้นในเซ็กซ์จนละเลยความซื่อสัตย์ความไว้วางใจของคนที่รักเรา...

       หากคุณยังมีเค้าอยู่ข้างคุณและคุณยังอย่างที่จะมีเค้าอยู่ มันคงถึงเวลาแล้วหล่ะที่คุณจะต้องจัดลำดับความสำคัญของสิ่งรอบตัวคุณซะใหม่ สิ่งอื่นๆไม่ว่าจะงาน เพื่อน กิ๊ก มันก็มีแนวโน้มที่จะผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่คู่ชีวิตถ้าคุณให้คุณค่าและประคับประคองทะนุถนอมกันและกันไว้ การจะมีกันและกันไปจนกว่าจะตายจากกันก็เป็นไปได้มากทีเดียว
       

Photo by Dương Hữu on Unsplash
https://www.weddingwire.co.uk/wedding-tips/inspiration-for-your-christian-wedding-vows--c26740



SHARE
Writer
Giant_kook
Writer
ชอบอ่าน แต่เพิ่งจะเริ่มต้นเขียนและพบว่าชอบเขียนเหมือนกัน เขียนทุกอย่างที่อยากเขียน ช่วย comment ด้วยนะคะ จะเอาไว้ปรับปรุง

Comments