5 ข้อ สำหรับการวิ่ง City run
เมื่อย่างเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว
การตื่นเช้ามาออกกำลังกายคือความฟินอย่างหนึ่ง
โดยเฉพาะการวิ่งในช่วงเช้าตรู่ของวันหยุด
เป็นอะไรที่เติมความสดชื่นของวันนั้นได้เลย

และยิ่งเป็นการวิ่งแบบ City run หรือวิ่งรอบเมือง
หรือจะเรียกว่าวิ่งชมเมืองก็ไม่ผิด
บอกได้เลยว่าเป็นการวิ่งที่ชวนตื่นเต้น
ตั้งแต่ก่อนวิ่ง ระหว่างวิ่ง และหลังวิ่ง
เลยอยากแชร์การเตรียมตัววิ่ง City run
จากประสบการณ์ส่วนตัวของเราเอง

1. การเลือกเส้นทางวิ่ง
ความตื่นเต้นก่อนเริ่มวิ่ง คือวางแผนเส้นทาง
ว่าจะวิ่งจากจุดไหนไปจุดไหน ผ่านเส้นทางไหนบ้าง
แนะนำให้ลองวิ่งเส้นทางใหม่ๆ ที่ไม่เคยไป
ผ่านสถานที่ท่องเที่ยว ผ่านย่านที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว

ส่วนตัวชอบวิ่งจากคลองสาน ข้ามสะพานพุทธ
ผ่านปากคลองตลาด ยาวไปถึงสนามหลวง
เลี้ยวขวาตรงอนุสาวรีย์ประชาธิไตย ผ่านเสาชิงช้า
ทะลุไปเยาวราช เข้าสู่เจริญกรุง และจบที่บางรัก
ลองศึกษาลักษณะของย่านนั้นๆ
กดดูแผนที่ว่าเส้นทางวิ่งมีฟุตบาท มีทางวิ่งสะดวกไหม
ที่สำคัญคือต้องเป็นเส้นทางที่ไม่เปลี่ยว
เพราะอาจได้รับอันตรายจากการโดนจี้ปล้นได้ง่ายๆเลย

2. กำหนดจุดหมายปลายทางที่ดึงดูดใจ
บางคนอาจจะวิ่งจากที่บ้านแล้ววนกลับมาจบที่บ้าน
แต่ส่วนตัวชอบกำหนดปลายทางที่ดึงดูด
ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารดังๆ ในย่านนั้นๆ
สถานที่ท่องเที่ยวสำหรับถ่ายรูปต่างๆ

ส่วนตัวแล้วชอบกำหนดปลายทางเป็นร้านอาหาร
วิ่งเสร็จแวะหาของกิน เรียกได้ว่าเป็น Milestone อย่างดี
สำหรับการออกวิ่งเลยทีเดียว

3. เลือกช่วงเวลาในการวิ่ง
ถ้าเป็นการวิ่ง City run ในเมืองที่แออัดอย่างกรุงเทพ
ไม่แนะนำให้วิ่งในช่วง Rush hour
เพราะจะเจอทั้งผู้คนมากมายริมถนน ทำให้วิ่งลำบาก
ที่สำคัญคือการจราจรที่หนาแน่นมากๆๆๆ

ยิ่งฟุตบาทเมืองไทย มีการเผื่อแผ่ให้มอเตอร์ไซค์
สัญจรร่วมด้วย (T.T) นับว่าอันตรายมาก
สำหรับเมืองไทยอากาศร้อนระอุแค่เดินยังมอดไหม้
ไม่ต้องนับว่าวิ่งกลางวันแล้วจะเป็นยังไง

ส่วนตอนเย็นก็ไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ เพราะการจราจรหนาแน่น และมืดค่ำก็เริ่มอันตราย
เลยแนะนำให้ลองวิ่งช่วงเช้าตรู่ของวันหยุดเสาร์อาทิตย์ มลพิษจากฝุ่นควันก็จะน้อยหน่อย

4. ดื่มด่ำกับบรรยากาศตลอดเส้นทางวิ่ง
การวิ่ง City run มีเสน่ห์ที่ไม่เหมือนกับการวิ่งในสวน
หรือการวิ่งในสนามกีฬา เพราะตลอดเส้นทางที่วิ่งผ่าน
เราจะได้เจอกับสถานที่แปลกใหม่ ผู้คนหลากหลาย
ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกเส้นทางยังไง ไม่ต้องตั้งหน้าตั้งตาวิ่ง
เจออะไรน่าประทับใจก็หยุดถ่ายรูปเพลินๆ

บางครั้งเจอร้านกาแฟแปลกๆ ก็ลิสต์เอาไว้
และอย่างหนึ่งที่เราชอบคือ การวิ่งแล้วหลงทาง
แม้จะวางเส้นทางวิ่งมาแล้ว แต่พอก้าวเท้าออกไปจริงๆ
จะพบว่ามีซอยเล็กซอยน้อย แยกซ้ายแยกขวามากมาย

หลายครั้งที่วิ่งไปเรื่อยๆ จนไปโผล่อีกที่หนึ่งแบบงงๆ
หลายครั้งที่วิ่งไปเจอสถานที่ที่ไม่คิดว่าจะเจอ
จะเกิดความรู้สึกหนึ่งขึ้นมาในหัวว่า
"อ้าว ร้านนี้อยู่ตรงนี้เอง ได้ยินชื่อมานาน เพิ่งเคยผ่าน"
สุดท้ายวิ่งเสร็จก็สงสัยตัวเองเหมือนกันว่ามาถ่ายรูป
หรือมาวิ่ง เพราะได้รูปกลับมาครึ่งร้อย

5. การเตรียมตัวและข้อควรระวัง
• ควรหาคนไปวิ่งด้วยกัน ไม่ควรไปวิ่งคนเดียว
เวลาเกิดอุบัติเหตุจะได้มีคนคอยช่วยเหลือ
โดยเฉพาะผู้หญิง แต่ถ้าต้องไปคนเดียวจริงๆ
ก็เลือกเส้นทางที่ปลอดภัย ไม่เปลี่ยว

• ควรสวมเสื้อผ้าที่มองเห็นได้ชัด ถ้าสะท้อนแสงได้ยิ่งดี
จะทำให้สังเกตได้ง่าย โดยเฉพาะรถที่วิ่งริมถนน

• ควรพกมือถือ บัตรประชาชน และเงินติดตัวไปด้วย
สำหรับใช้ติดต่อในกรณีฉุกเฉินต่างๆ แวะซื้อน้ำดื่ม
แวะซื้อหมูป้ิงระหว่างทางก็เคยมาแล้ว ฮ่าๆ

• ไม่ควรฟังเพลงขณะวิ่ง หรือไม่ควรใช้หูฟังตัดเสียง
เพราะจะทำให้ไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง ทั้งเสียงรถ
เสียงผู้คนริมทาง ซึ่งอันตรายมาก
ลองวิ่งแบบฟังเสียงวิถีชีวิตข้างทางดูบ้างก็ดีนะ

• พกสติไปด้วย ข้อนี้สำคัญมากๆ
จะข้ามถนน ข้ามแยกต่างๆ ต้องระวังรถ ต้องดูให้แน่ใจ
ถ้าวิ่งเหม่อๆ จะเกิดอุบัติเหตุเอาได้ง่ายๆ เลย
เพราะงั้นต้องมีสติทุกย่างก้าวของการวิ่ง
SHARE

Comments