การอ่าน คือการลงทุนในความรู้
เมื่อวานได้ไปฟัง Maruey Talk ที่ห้องสมุดมารวย
ในหัวข้อ “การอ่าน คือการลงทุนในความรู้”
โดยมีพี่เอ๋ นิ้วกลม กับพี่ต้องกวีวุฒิ จากแปดบรรทัดครึ่ง

เป็นบรรยากาศนั่งพูดคุยในวงสนทนาของคนรักการอ่าน
ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการอ่านหนังสือ สิ่งที่ได้จากการอ่าน
คำแนะนำต่างๆ ทั้งคนที่ยังไม่เคยอ่าน และคนที่อ่านอยู่แล้ว
มีหลายประเด็นที่ฟังแล้วได้แรงบันดาลใจพอสมควรเลย

เริ่มจากการอ่านคือการค้นหาคำตอบของความสงสัย
ขึ้นอยู่ว่าแต่ละช่วงของการดำเนินชีวิต เราสงสัยในเรื่องใด
แน่นอนว่าปัจจุบันคำตอบเกือบทุกอย่างมีอยู่ในกูเกิ้ล

แต่เสน่ห์ของการค้นหาคำตอบจากการอ่านหนังสือ
คือการที่เราสามารถโฟกัสกับคำถามแรกที่เราต้องการ
ไม่เลื่อนไหลไปตามคลื่นของข้อมูลข่าวสารนับไม่ถ้วน
ที่บางครั้งไม่ได้สลักสำคัญอะไรกับเราเลยด้วยซ้ำ

การอ่านหนังสือเหมือนเป็นการเปิดขอบเขตการเรียนรู้
ทำให้โลกที่เราเคยอยู่กว้างขึ้น บางครั้งเรื่องบางเรื่อง
ที่เคยเป็นคำถาม ก็อาจจะมีคำเฉลยจากการอ่าน
อาจไม่ใช่จากการอ่านหนังสือเพียงแค่เล่มเดียว
แต่เกิดจากการอ่านหนังสือสะสมไปหลายๆ เล่ม

เมื่อถึงจุดที่เราเชื่อมโยงมโนภาพเหล่านั้นออกมาได้
คำตอบจะถูกเฉลยออกมา โดยที่หนังสือไม่ได้บอกไว้
ซึ่งคล้ายกับทฤษฎี Connecting the dots ของสตีฟจ็อบส์

สำหรับเราแล้ว เส้นทางการอ่านหนังสือแบ่งออกเป็นสามช่วง
ช่วงแรกคือ อยากแชร์ อยากแชร์ความรู้สึกของตัวเอง
ร่วมกับผู้เขียนหนังสือ อยากหาแนวร่วมในความรู้สึกนั้นร่วมกัน
เพราะฉะนั้นหนังสือที่เป็นจุดเริ่มต้นของการอ่านของเรา
ก็จะเป็นหนังสือแนวความเหงา ความเศร้า ความทรงจำ
การได้แชร์ความรู้สึกเหล่านี้ร่วมกับตัวหนังสือที่สื่อออกมา
ทำให้รู้สึกอุ่นใจว่าอย่างน้อยก็มีอีกหนึ่งคนที่เข้าใจในสิ่งที่เรารู้สึก

ถัดมาช่วงที่สองคือ อยากรู้ ก็จะตรงกับที่พี่เอ๋และพี่ต้องพูดเอาไว้
เรารู้สึกว่ายิ่งอ่าน ทำให้เรายิ่งอยากรู้ ยิ่งสงสัย ยิ่งค้นหาไปเรื่อยๆ
ความรู้สึกตอนที่อ่านหนังสือแล้วคิดว่า เอ้ย มันมีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ
เป็นอะไรที่ชวนใจเต้นเอามากๆ เหมือนต่อมสงสัยได้เร่ิมทำงาน
เลยขอให้คำนิยามของหนังสือไว้ว่า โลกกว้าง ข้างๆ ตัวเรา

สุดท้ายช่วงที่สามในเส้นทางการอ่านหนังสือของเราคือ
อยากแชร์ แต่เป็นการแชร์ให้กับคนรอบข้างได้รู้ในสิ่งที่เราอ่านมา
พูดง่ายๆ คือการส่งต่อสิ่งดีๆ ที่ได้จากหนังสือไปสู่คนอื่น
ทั้งคนที่ไม่เคยอ่าน และคนที่เคยอ่านมาแล้ว
ทั้งการเขียนสรุปออกมาผ่านตัวอักษร หรือการพูดคุยผ่านบทสนทนา
เหมือนได้สร้างสังคมอีกสังคมหนึ่งเพิ่มเข้ามาในชีวิต
ซึ่งนี่เป็นส่วนเติมเต็มหัวใจให้เราได้เหมือนกัน
โดยเฉพาะเวลาคนเหล่านั้นได้ไปลองอ่าน แล้วตอบกลับมาว่า
"ขอบคุณที่แนะนำ อ่านสนุกมากเลย มีเล่มไหนแนะนำอีกไหม"

ถ้าจะให้ตอบว่าคุ้มค่าหรือยัง จากการลงทุนกับการอ่าน
ขอตอบไว้ตรงนี้เลยว่า คุ้มค่าตั้งแต่หยิบหนังสือเล่มแรกมาอ่านแล้ว

สำหรับคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ ลองมองไปที่โต๊ะหรือกล่องเก็บของ
แล้วลองหยิบหนังสือเล่มที่คิดว่าอยากอ่านที่สุดมาสักเล่ม
ไม่แน่ว่านั่นอาจเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากที่สุดครั้งหนึ่งเลยก็ได้นะ . . .
SHARE

Comments