เมื่อพายุผ่าน ที่ป่าไผ่
ขอบคุณที่จำได้ว่าเราจะไม่ลืมการขอบคุณสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในเเต่ละวัน ขอบคุณที่ความเครียดลดลงบ้างมันเกิดขึ้นได้ยังไงหรอ 
 อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ 
อารมณ์เหมือน
เรากำลังเดินชมธรรมชาติที่สวยงามอยู่ท่ามกลาง ป่าไผ่ซากาโน๊ะ เเห่งเมืองเกียวโต
อารมณ์เรา กำลังล่องลอยไปตามกระเเสลมอ่อนๆ กลิ่นหอมของใบไม้ที่คละคลุ้ง ผิวสัมผัสกำลังรับความชื้นสัมพัสของอากาศเย็นสบายรอบๆตัว ทำให้จิตใจเราล่องลอยไปตามจินตนาการ ความสุขภายในของเรากำลังเริ่มผลิบานเเละเติบโตภายในใจของเราโดยที่เราไม่รู้สึกกดดัน
หรือ ถูกบีบคั้นจากปัจจัยใดๆ   

ใบหน้าที่สดใสจนมองเห็นได้ผ่านเเววตา เเละดวงตาที่ดูสดชื่น
 

ไม่ทันตั้งตัว
อยู่ดีๆก็มีพายุกระโชกใส่ 



ลมที่กันโชกเเรง พัดพาสรรพสิ่งถาถมเข้ามาหาเรา ทั้งฝุ่นผงเเละน้ำฝนต่อเนื่อง

ลมพัดพามาทั้งฝุ่น ทราย เข้าหูเข้าตา เศษใบไม้ เศษใบหญ้า ติดที่ใบหน้าของเรา
จนมองไม่เห็นทาง   กลิ่นเน่าเหม็นพัดเข้าจมูกชวนอวกออกมา บรรยากาศช่างเเตกต่างจากช่วงนาทีก่อนนี้เหลือเกิน    




ช่วงเวลาที่พายุฝุ่นพัดมา


เรา มองไม่เห็นทางที่จะเดินต่อไป ลืมตาไม่ได้ เพราะฝุ่นจะเข้าตา เราเเสบตาจนน้ำตาไหล เเต่ยังต้องทนเดินฝ่าพายุต่อไป เราทั้งเปียกเเละหนาว เเต่พายุก็ไม่ปราณีจากการร้องขอของเรา

ไม่มีที่หลบ หรือ ที่พักพิงใดๆให้เราได้พักร่างที่เหนื่อยล้า ตลอดทางเดินที่ฝ่าพายุ
เราพยามหาหนทางที่จะเดินออกให้พ้นพายุ เรายังก้าวเดินต่อไปอย่างไม่หยุดกับความท้อเเท้ที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ

ทุกนาทีเเละทุกลมหายใจได้เเต่เฝ้าดูโอากาสว่าเมื่อไหร่ พายุนี้จะสงบ ทุกเวลานาทีผ่านไปอย่างยาวนานจนเเทบจะรับรู้ได้ถึงลมหายใจเข้าออกที่เชื่องช้าทุกจังหวะ

เราได้เเต่จดจ่อทุกก้าวย่างก้าวที่เราต้องออกเเรงเดินออกไปอย่างไม่ยอมหยุด

มีหลายครั้งที่เราต้องล้มฟุ๊บลงกับพื้นเพราะทนต้านเเรงลมไม่ไหว
ขณะที่เราฟุ๊บอยู่กับพื้น ร่างที่นิ่งสงบยังคงต้องทนต่อเเรงลมเเละสิ่งที่เข้ามาปะทะทั้งจากภายนอก อีกทั้งความท้อเเท้ที่เกิดขึ้นมาเองภายในจิตใจ

เสียงภายในใจเราก็ดังขึ้นว่า...
เราหยุดอยู่นิ่งเเบบนี้ไม่ได้ เราต้องไปต่อ เราต้องไปต่อ เราต้องลุกขึ้น เราต้องออกเดินต่อไป เราหยุดอยู่เเบบนี้ไม่ได้ เราต้องไม่ยอม 

 เราลุกขึ้นยืนเเละก้าวต่อไปโดยไม่รู้ว่าพายุจะสงบลงเมื่อไหร่ เเละ จะเจอที่หลบพายุหรือไม่

เรายังคงเดินต่อไปอย่างไม่เห็นวี่เเววว่าพายุจะสงบ

เราตั้งใจมองเเต่ย่างก้าวเล็กๆที่พาเราเคลื่อนออกไปข้างหน้า นับได้ หนึ่ง สอง สาม สี่ เเละ หนึ่ง สอง สาม สี่ วน ต่อไปเรื่อยๆ

อย่างไม่รู้ตัว เหมือนเรากำลังเริ่มจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว ไม่ได้คิดถึงเรื่องที่ไกลตัวที่เคยกังวล ไม่สนอดีตที่ผ่านมาเเล้ว นี่หรอที่เค้าเรียกว่า ดึงสติกลับมา

พายุยังโหมกระหน่ำ เเต่เรากำลังสนใจเเค่ ทุกก้าวเดินของเรา “หนึ่ง สอง สาม สี่ หนึ่ง สอง สาม สี่ ....”

สัมผัสทางร่างกายของเรายังเหมือนเดิม สภาพจิตใจเราก็ยังมีเเต่ความหวาดกลัว ไม่เเน่นอน วูบไปวูปมา ระหว่าง “หนึ่ง สอง สาม สี่” เเละ เเละความกังวลต่างๆ

เรายังคงก้างต่อไปจนเราเริ่มรับรู้ได้ถึงสภาวะที่สงบ นิ่ง เฉย ต่อผลของพายุที่กำลังถาถมอยู่รอบตัว เราจดจ่ออยู่กับ ก้าวเล็กๆ “หนึ่ง สอง สาม สี่ หนึ่ง สอง สาม สี่ ....”    

ขณะที่เรานิ่งเฉยต่อปัจจัยรอบด้าน 

อยู่ดีๆ พายุ ก็หยุดลง ลมสงบ ฝนหยุดตก มีเเสงเเดดอ่อนๆ ออกมาให้เห็น ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าอมน้ำเงิน มีเมฆจางๆให้รู้ถึงว่ายังมีท้องฟ้าที่อยู่สูงขึ้นไป ต้นไผ่เริ่มปลิวไหวอ่อนๆ อากาศเริ่มกลับมาสดชื่นอีกครั้ง  
อย่ารู้เลยว่าทำไม พายุสงบ ไปตอนไหน เเละ เพราะอะไร
 ขอบคุณทุกย่างก้าว “หนึ่ง สอง สาม สี่ หนึ่ง สอง สาม สี่ …” ที่ทำให้เรารอดมาได้

ขอบคุณ จิตใจที่ยอมรับความจริงอย่างเข้มเเข็ง ว่าเคยท้อเเท้ ย่อท้อ เเละ ล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า

ขอบคุณ ในความกล้าหาญที่จะบอกเล่าความท้อเเท้ให้คนอื่นๆได้รู้ว่าเราก็เป็นเหมือนคนอ่อนเเอ เเละเคยคิดว่าอ่อนเเอก็เเพ้ตลอด เเต่ไม่ได้เเพ้ตลอดไป เมื่อเรารอดออกมาได้ ความอ่อนเเอนั้นเป็นอิฐก้อนโตที่เสริมความเเข็งเเกร่งในจิตใจของเรา

ขอบคุณ ความกล้าที่พาทุกก้าวย่างให้เกิด “หนึ่ง สอง สาม สี่…” เเละ 
ขอบคุณ สติ ที่ยังกลับมาอยู่กับตัว
ขอบคุณ วิธีคิดที่ไม่ย่อท้อของเราที่พาเรารอดออกมาได้ อย่างน้อยก็พายุในวันนี้ เเละวิธีคิดนี้น่าจะพาเราให้ผ่านพายุลูกใหม่ๆ หากเราต้องเผชิญกับพายุลูกใหม่อย่างไม่ทันตั้งตัว

ขอบคุณ นะจ๊ะหัวใจที่ไม่ยอมเเพ้ 



SHARE
Writer
Nokkratua
Explorer
เขียนไปเรื่อย... ....เเค่อยากเปลี่ยนความคิดให้เป็นรูปธรรม...ไว้ลูปคลำ...เเละขัดเกลา

Comments

Indyspace
5 days ago
ขอบคุณสำหรับเทคนิค "หนึ่ง สอง สาม สี่" นะครับ จะลองเอาไปใช้บ้าง :)

#สู้สู้ครับ
Reply
Nokkratua
4 days ago
ขอบคุณที่ชอบครับ