ปลายฤดูร้อนที่สิบเจ็ด,




1983, last summer


“ Hearts may change, but memories won’t 
  You know I don’t ㅡ I don’t want to go”



        .


         ราวกับว่าปี 1983 ยืดยาวออกไปไม่มีสิ้นสุด ,
ฉันยังคงมีชีวิต เขียนเรื่องราวของเราสองคนซ้ำไปซ้ำมา  เพื่อที่จะค้นพบว่าผู้อื่นเอาเรื่องราวของเราไปเขียนใหม่ กระทั่งฉันลืมไปแล้วว่าคุณคือใคร เชื่อมั่นในสิ่งใดอยู่


    ทว่ายังคงยินดีทั้งหมดนั้น ยินดีที่ได้พบ ยินดีที่ได้เจอ ยินดีที่ได้รู้จักและรักมาตลอด และแม้ว่าอาจจะไม่ได้ยินดีที่จากลาด้วยเช่นกัน แต่หากมันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ฉันก็ขอจากไปด้วยความรักทั้งหมดที่มี


        เรื่องมันเกิดจากเช้าวันนั้น ในเดือนเมษายน ปลายฤดูร้อนที่สิบเจ็ด ห้วงฤดูร้อนที่ไม่จบไม่จาก ไม่สิ้นไปในความทรงจำ เหมือนกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่หมุนซ้ำวนไปวนมา และฉันเองก็ไม่ปรารถนาจะหยุดฟัง


        อาจจะเป็นเพราะกลิ่นแป้งเด็กอ่อน ๆ  จากตัวเขา หรือบุหรี่กลิ่นสตรอว์เบอร์รี่ที่อยู่ในมือข้างขวา ซึ่งแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่มันน่าแปลกตรงที่พอรวมกันแล้วน่าหลงใหลเสียมากเกินกว่าจะเบือนหน้าหนี


       เขาแนะนำตัวด้วยสีน้ำเงินเข้ม ส่วนฉันเองคงเป็นสีเหลืองสักเฉดในจานพลาสติกเฉกเช่นเดียวกับบนผ้าใบรูปดอกทานตะวันข้างหลังกระดานไม้ผืนนั้น 


        หกสัปดาห์ เราใช้เวลาแค่เพียงหกสัปดาห์ในการตกหลุมรัก และใช่ ฉันตกหลุมรักเขาทั้งที่รู้ว่าอาจจะต้องเจ็บปวด หรือเสียน้ำตา ตกหลุมรักทั้งที่รู้ว่าอาจจะต้องยืนอยู่ที่เดิมด้วยหัวใจที่แตกสลายต่อไปทั้งชีวิต

        แต่ทุกครั้งที่เขายิ้ม ทุกครั้งที่เขาหัวเราะ ทุกครั้งที่ได้สัมผัสความสุขของเขา ฉันบอกกับตัวเองว่า ต่อให้ไม่ว่าจะต้องแลกกับอะไรก็คุ้มเสียทั้งนั้นที่ได้รับมา


      เรียนรู้ที่จะสุขตั้งแต่ได้ให้ เรียนรู้จะยิ้มได้ตั้งแต่ที่ได้รับ เมฆสีดำค่อย ๆ จาง จนหายไปทั้งหัวใจเพราะการมีความสุขที่ได้ยืนอยู่ข้างกันตรงนี้


      ฉันใช้เวลาราว ๆ หกปีเห็นจะได้ ในการทำใจยอมรับการจากลาที่ผืนน้ำสีฟ้าได้นำพาให้มาพบ หนึ่งพันล้านไมล์ทะเล คือระยะห่างจากใจฉันถึงเขา


       ฉันบอกกับตัวเองเสมอว่าความสัมพันธ์ใดใดที่เกิดขึ้นแล้วล้วนดีทั้งนั้น เราจะได้เรียนรู้ในสิ่งที่เราเองไม่เคยพบเจอ เราจะได้เรียนรู้ในสิ่งที่เราไม่เคยรู้ และเราจะได้เรียนรู้ในสิ่งที่ไม่เคยสัมผัส 

      การรักเป็น รักอย่างดี  และรักให้ดีมากขึ้นไปอีก


      เวลาเดินต่อไปไม่รอให้ใครได้เช็ดน้ำตา ฉันออกเดินทางอีกครั้ง ออกเดินทางเพื่อที่จะพบ พบก็เพื่อที่จะจาก ออกเดินทางเพื่อพบเจอความว่างเปล่าและการสูญเสียครั้งแล้วครั้งเล่า

      จากนั้นจึงตระหนักได้ว่า หากฉันยังคงรักและยังมีแต่เขาทั้งใจ ฉันจึงควรเลิกออกไปเสียดีกว่า ถ้าการเดินทางนั้นเกิดขึ้นเพื่อค้นพบความจริงว่าฉันไม่เคยจะเดินไปไหนได้ไกลจากหัวใจของตัวเองเลย




     “ไง ไม่เจอกันนานเลย เป็นยังไงบ้าง”


     ไม่ต่าง ไม่เคยต่างจากวันแรก,
     เคยมีอิทธิพลต่อหัวใจยังไง วันนี้ก็ยังคงเป็นแบบนั้น


      “ก็ดี ก็เหมือนเดิม”

      “เหมือนเดิม?”

      “อือ ใช่”

      “คิดถึงเหมือนเดิมอะนะ?”

      “......”

      สายตาคู่เดิม เสียงหัวเราะแบบเดิม รอยยิ้มน่ามองเช่นเดิม ทุกสิ่งทุกอย่างถูกบันทึกลงในใจไม่ต่างจากวันแรก มีหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปจากวัยเยาว์ ริมฝีปากสีชมพูคราวนั้น เปลี่ยนเป็นแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีนู้ดอย่างที่เขาชอบ ทรงผมที่แตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง หรือจะเป็นการแต่งตัวที่ไม่ได้ละม้ายคล้ายคลึงกับในอดีต แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขาดูน่ามองน้อยลงเลย


      “เห็นวันก่อนอัพรูป ไม่คิดว่าจะได้มาเจอพี่ที่นี่”

      “ว่าแล้ว”

      “ว่าแล้วอะไร?”

      “ว่าแล้วว่าเราไม่ได้มาแบบบังเอิญ”

      “ก็ประมาณนั้นค่ะ”

      “.....” 


      ฉันเงยหน้าขึ้น มองไปที่ซีกแก้มของเขา วางสายตาอยู่ตรงนั้นตราบนานเท่านาน มองด้วยความคิดถึงและแสนหวงแหน มองด้วยสายตาแสนรัก มองอย่างคนที่เคยได้เป็นเจ้าของ แต่บัดนี้กลับทำได้แค่มองแล้วดึงสายตากลับมาดังเดิม

       “ยังพูดเก่งเหมือนเดิมเลยนะ”

       “เก่งแค่กับพี่ต่างหาก กับคนอื่นไม่ค่อยพูดหรอก ไม่สนิทใจ....อีกอย่างคือคิดถึงเราสองคนตอนนั้น”

       “อืม...แล้วยังชอบขึ้นไปดูดาวที่นั่นอยู่หรอ”

       “ก็ยังชอบค่ะ”

       “เดี๋ยวนี้ไปกับใคร”

       “......”

       “งั้นเปลี่ยนคำถาม มีอะไรอยากจะถามพี่ไหม?”

       “พี่... เป็นไงบ้างคะ”

       “ก็เหมือนเดิม”

       “เหมือนเดิมคือ...ยังชอบกินกาแฟเหมือนเดิม ยังชอบนอนดึกเหมือนเดิม ยังชอบท้องฟ้าเหมือนเดิม ยังชอบไปที่ชิงช้าเหมือนเดิม หรือว่ายังรู้สึกเหมือนเดิมคะ”        

       “ถามเยอะเชียว เก็บกดหรอ”

       “เปล่า...กลัวพี่หายไปเหมือนวันนั้น”


       เขายิ้ม ทอดสายตาอ่อนโยนมองไปที่เด็กสาวคนเดิมเมื่อเจ็ดปีก่อนตรงหน้า มองด้วยสายตาที่ไม่ต่างอะไรจากการพบกันครั้งแรก ครั้งแรกในปลายฤดูร้อนที่สิบเจ็ด เพียงแต่ก่อนจากกันคราวนี้


       “ยังคิดถึงอยู่หรอ”


        ไม่รอคำตอบ จุมพิตแผ่วเบาข้างแก้มแต่งแต้มสีฝาดเลือดให้ขึ้นมาบนผิว สัมผัสนุ่มนวลราวกับหมุนย้อนเวลาให้เดินกลับไปตรงที่เก่า หัวใจของเขาพลันเต้นรัวไม่ต่างจากเมื่อแปดปีที่แล้ว 


       เขามองเข้ามาในดวงตา มองอย่างตั้งใจ ราวกับมีความหมายใดซ่อนอยู่ข้างในนั้น เขายังคงมองโดยที่สายตาวูบไหวของฉันก็ไม่ได้หันหนีไปทางอื่นอย่างเมื่อก่อนแล้ว ปรารถนาเพียงสิ่งเดียว ปรารถนาให้เขาได้รับรู้ความคิดถึงนับแสนล้านครั้ง ไม่ต่างจากดวงดาวหลงทางทั้งจักรวาลที่เคยสะสมเอาไว้


      คิดถึงเสมอ คิดถึงทุกวัน ไม่มีวันไหนไม่คิดถึงเลย


      พอสบตากันอย่างนี้ ขอบตาพลันรื้นขึ้นมา อยากบอกออกไปเหลือเกินร้อยพันเรื่องราวที่ผ่านมา อยากบอกว่ายังรักอยู่ อยากบอกให้รู้ว่าคิดถึงมากแค่ไหน ต่อให้นำเอาพื้นที่น้อยใหญ่ทั้งจักรวาลมาเทียบก็คงไม่พอ


      ปลายนิ้วมือทั้งสิบของเขา วางเทียบลงบนแก้ม และเริ่มต้นเอ่ยอย่างตั้งใจ


      “อย่าใจร้อน อย่าเป็นเด็กดื้อ”

      “.....”

      “ขอบคุณที่ผ่านมาเสมอ ขอบคุณที่รัก ขอบคุณที่ยังรัก ขอบคุณที่ตั้งใจกับเรื่องของเรา”

      “.....”

      “พี่ขอให้เราเจอแต่คนดี ๆ ความรักดี ๆ ”

      “.....”

      “อย่าเจ็บปวด อย่าร้องไห้”

      “.....”

      “อย่าเสียน้ำตาเพราะใคร”

      “.....”

      “แล้วสุดท้าย...อย่าคิดถึงอีกเลยนะ”


       ฉันนิ่งไป, และเขายังกล่าวต่อ คงไม่หายไปอย่างครั้งก่อน ㅡ เพราะเราจะไม่มีวันกลับมาเจอกันอีก ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม 


        ‘ขอบคุณสำหรับการเติบโตอย่างดี พี่ภูมิใจในตัวหนูเสมอ และจากนี้ขอให้หนูเติบโตอย่างเป็นอิสระ’


        ‘ไม่ต้องรอแล้ว’


        “ไปเติบโตเป็นดาวบนท้องฟ้าของคนอื่นนะ”








      cew,

     : strawberries and cigarettes 




     ปล.ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ ไม่เคยเขียนแนวนี้เลย หวังว่าจะชอบกันนะคะ ; - ;












SHARE
Writer
cewlixm
mondaemoods
ชอบคุยกับปลาวาฬ, เป็นนักสะสมผีเสื้อ

Comments

bubblebua
5 months ago
ชอบแนวนี้จังเลยค่ะ :-)
Reply
Aintrsxx
5 months ago
🥺
Reply
Miemiesy
4 months ago
ชอบมากเลยค่ะ🥺🥺
Reply
PWLIONY
2 months ago
เราชอบเพลงนี้มากๆเลยค่ะ ชอบเรื่องที่คุณเขียนมากๆมันคล้ายกับชีวิตเราเลย เราขอเอาไปอ่านให้คนอื่นฟังด้วยได้มั้ยคะคุณ🥺
Reply
susoon
13 days ago
เปียกปอน
Reply