ทริปเที่ยวกัน(กาญจนบุรี) กับคนกล้า ต้องบ้าให้สุด (จบ)
03/10/2562 เวลา 6.00 น. หลังค่ำคืนอันยาวนาน ก็ได้เวลาที่ผมจะต้องเดินทางต่อ ผมกับพี่หินต่างแยกย้ายกันไปขึ้นรถตามจุดหมายที่เราตั้งไว้ และจุดหมายของผมคือ "ทองผาภูมิ" รถที่ผมนั้งไปเป็นรถคล้ายๆรถเมล์ 
       6.30 น.รถออกจากบขส.กาญจนบุรี จุดหมายคือทองผาภูมิ
ผมจะเล่าบรรยากาศที่ผมได้รับจากการนั้งรถเมล์นี้ กว่า3ชม. เราออกจากบขส.ในตอนเช้าอากาศจึงเย็นสบายมากๆ ได้เห็นตัวเมืองของ จ.กาญจนบุรี ได้เห็นวิถีชิวิตยามเช้าของคนในจังหวัดนี้  สภาพบ้าน สภาพตึก มันก็ยังไม่มีกลิ่นอายแบบเก่าๆอยู่ หลังออกมาจากต่อเมืองก็เริ่มเห็นภูเขาสีเขียวใหญ่อยู่ ด้านหน้า ด้านข้าง และยังเห็นปุ๋ยหมอกบนเขา บางๆๆ รถเมล์นี้ไม่มีป้ายที่จอดตายตัวขอแค่คุณยืนโบก รถเมล์ก็จะจอดรับคุณทันที บางทีผมก็เห็นคนเดินลัดกอหญ้าข้างทางมาโบกรถก็ยังมี และผมก็เห็นเด็กนักเรียนหลายๆ คนที่ออกมารอรถเมล์คันนี้เพื่อไปโรงเรียน มันทำให้ผมนึกถึงบรรยากาศในหนังเรื่อง "แฟนฉัน"
       ระหว่างทางพี่คนขับรถเมล์จะบีบแตรทุกครั้งเมื่อมีรถใหญ่ หรือรถเมล์แบบแก ขับมาอีกฝั่งถนน ผมเดาว่ามันคือการทักทาย มันอาจจะน่ารำคาญไปหน่อยสำหรับใครหลายคน แต่มันก็ดีสำหรับผมอยู่นะ เพราะเมื่อผมเผลอหลับผมก็จะสะดุ้งตื่น เพราะแตรของพี่เขานี้แหละ ตื่นมาเห็นบรรยากาศดีๆ 2 ข้างทาง ที่เต็มไปด้วยต้นไม้และภูเขา 
                   มาเที่ยวทั้งทีก็ต้องชมบรรยากาศในการเดินทางให้เต็มอิ่มซิ !!
       9.30 น. ถึงทองผาภูมิ
จุดหมายต่อไปของผมคือ ปิล็อก รถรอบแรกจากทองผาภูมิไปปิล็อก คือ 10.30 น. ระหว่างนั้นผมก็ไปเดินชมรอบๆ พื้นที่ ณ ที่รถเมล์มาส่งจะเป็นตลาดสด มีทั้ง ขนม อาหาร และของสดต่างๆ ผมเดินไปเรื่อยๆๆ ก็ไปเจอสถานที่ๆหนึ่งมันอยู่เลยตัวตลาดไปนิดเดียว ก็พบกับลำน้ำที่ไหลผ่านอยู่ ผมเดินลงไปถ่ายรูปเล่น น้ำเย็นมากๆ อากาศก็ดี ฟินสุดๆ ฮ่าๆ หลังจากนั้นผมก็ไปหาอะไรกินและก็ขึ้นไปรอบนรถ2แถว เพื่อขึ้นไปปิล็อก ระหว่างที่ผมนั้งรออยู่บนรถก็เริ่มมีคนขึ้นมาเรื่อยๆ ผมได้คุยกับคุณป้า คนหนึ่งแกเป็นคนพื้นที่แกเล่าเรื่องต่างๆให้ผมฟังเยอะมากๆ แนะนำที่เที่ยวต่างๆ ดีมากๆ รถรอบนี้มีคนที่จะขึ้นไปปิล็อก 9 คน ผม ป้า(ที่ชวนผมคุย) คู่แม่ลูก คู่หนุ่มสาว เด็กนักเรียน2คน และคนขับ 
       10.30 น. ออกเดินทางจากทองผาภูมิ มุ่งหน้าไปปิล็อก
วิวสองข้างทางเต็มเป็นด้วยต้นไม้ อากาศเย็นๆ บางจุดก็จะเห็นน้ำตกเล็กๆหรือลำธาร ป้าก็อธิบายให้เราฟัง ว่าจุดที่เราเห็นตรงนี้คืออะไร ชื่อว่าอะไร รถได้ขับผ่าน บางส่วนของเขื่อนวชิราลงกรณอีกด้วย มันดูกว้างมากๆ รอบหน้าถ้ามากับเพื่อน โครตอยากหาที่กางเต็นท์เแถวๆนั้นเลย ขับไปเรื่อยๆแต่ทางขึ้นไปปิล็อก ทางโค้งเยอะมาก เขาบอกว่ามีโค้งทั้งหมด399 โค้ง ขนาดผมเป็นคนไม่ค่อยเมารถแต่เจอโค้งเยอะขนาดนี้ก็มีอาการมึนๆบางแแหละ ฮ่าๆๆ ก่อนจะถึงปิล๊อกมีฝนตกลงมานิดหน่อยพอถึงปิล็อกฝนก็หยุดลง
       13.00 น. ถึงปิล็อก
เย้ ถึงแล้วมาถึงก็ได้เวลาหาที่พัก ผมไม่ได้จองที่พักมา พี่คนขับรถก็แนะนำที่พักให้ พอได้ที่พักก็เก็บของๆเข้าไปในห้องละก็เดิน ชมในหมู่บ้านซะหน่อย เดินเล่นไม่ถึง10นาทีฝนก็เริ่มตกลงมาอีกครั้ง ผมก็เลยต้องรีบวิ่งกลับที่พัก แต่มันสายไปฝนตกลงมาแรงมาก ผมตัวเปียกซกเป็นลูกหมาตกน้ำ ฮ่าๆ 
หลังอาบน้ำเปลี่ยนชุดเสร็จฝนก็หยุดตกพอดี ผมก็เลยจะนั้งรถ2แถวไปดูน้ำตกจ๊อกกระดิ่น
 จริงๆแล้วเหตุผลที่ผมมาที่ปิล็อกก็เพราะผมอยากเห็นน้ำตกจ๊อกกระดิ่น ผมเปิดดูมันหลายที่มาก เขาบอกมาว่า น้ำเย็นและใสมาก สรุปเลยคือสวยมาก ผมก็เลยตัดสินใจมาที่ปิล๊อก แล้วปัญหาก็เกิด พี่คนขับบอกผมว่าต้องรอคนก่อนไม่งั้นออกไม่ได้มันไม่คุ้มค่าน้ำมัน ผมก็เลยออกไปเดินเล่นรอ เพราะพี่เขาบอกรวมคนได้เดี๋ยวจะไปเรียก เวลาผ่านไป พี่โซ่ (คนขับรถ) ก็มาตามผม สรุปแล้วรวมคนได้3คน คือ ผมและคู่แม่ลูกที่นั้งมาด้วยกันจากทองผาภูมิ ทำให้ผมต้องจ่ายเงินแพงขึ้น แต่ไหนๆก็มาแล้วๆ (คำนี้อีกแล้วฮ่าๆ) พี่โซ่บอกผมจะพาไป 3 สถานที่นะ มีน้ำตกจ๊อกกระดิ่น 
ช่องมิตรภาพ ชายแดนไทย-เมียนมาร์ แล้วก็เนินช้างศึก ใช้เวลาเท่าไรก็ได้
             ที่แรก น้ำตกจ๊อกกระดิ่น เป้าหมายในทริปนี้ของผม ผมตื่นเต้นมากที่จะได้ไปเห็น
สถานที่นั้นด้วยตาตัวเอง ระหว่างทางไปน้ำตกผมก็ได้คุยกับ 2 คู่แม่ลูก คุณแม่ชื่อ ป๊อด แต่ผมเรียกว่าน้าป๊อด คุณลูกชื่อ พี่ยูซ่า ก็คุยไปคุยมา น้าป๊อดกับพี่ยูซ่า อยู่จังหวัดเดียวกับเราเลย มันจะบังเอิญอะไรเช่นนี้ 
ผม : พี่กับแม่เที่ยวบ่อยไหมครับ
น้าป๊อด : บ่อยมากๆ น้าพาลูกเที่ยวตั้งแต่เด็กๆเลย จนตอนนี้
ผม : (คิดในใจ โห่โครตเจ๋ง เพราะพี่ยูซ่า อายุ20กว่าๆ งี้ก็ต้องไปมาหลายที่แน่ๆโครตดี)
ผม : ชิวิตดีมากเลยครับ แล้วไปปีละกี่ครั้งหรอครับ
น้าป๊อด,พี่ยูซ่า : อยากไปก็ออกเลย ไม่ได้มีจำนวนที่แน่นอน ฮ่าๆ
ผม : ดีจัง ผมอยากทำแบบนี้บ้าง แต่รอมีงาน มีเงิน มีอะไรพร้อมก่อนแล้วกัน
       เมื่อไปถึงน้ำตกผมก็รีบเดินเข้าไปดู จุดหมายที่ผมตั้งใจมาถึงที่นี่ แต่ภาพน้ำตกจ๊อกกระดิ่นที่ผมเห็นในอินเตอร์เน็ต กับสิ่งที่ผมเห็นมันต่างกัน ในเว็บต่างๆที่รีวิว น้ำใส ไหลเย็นมาก แต่ภาพที่ผมเห็นคือน้ำสีส้มๆเหมือนน้ำชานมไข่มุก และไหลแรงมาก ฮ่าๆ ก็ก่อนผมจะมาถึงฝนมันตก มันก็เลยเป็นเช่นนี้ แต่ก็ไม่เป็นไรยังไงเป้าหมายผมก็สำเร็จได้มาเห็นมันกับตาตัวเอง คิดว่าเป็นอันซีนๆไม่เคยเห็นเว็บหรือเพจไหนมารีวิวแล้วเจอน้ำสีแบบนี้ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ
       จุดต่อไป ช่องมิตรภาพ ชายแดนไทย-เมียนมาร์ เป็นช่องทางที่เดินเขาไปก็จะเห็นทิวทรรศน์ต่างๆของฝั่งเพื่อนบ้านของเรา เห็นภูเขาเห็นตัวหมู่บ้านต่าง เป็นวิวที่สวยงามจริงๆมัน
       
        จุดต่อไปคือเนินช้างศึกเป็นจุดสุดท้ายของทริปเราในวันนี้ ผมไม่ค่อยหวังอะไรมาก แต่พอไม่ไหว กับไม่ผิดหวัง แถมเป็นจุดที่ประทับใจที่สุดอีกด้วย เมื่อผมขึ้นไปบนเขา ผมเห็นวิวภูเขาต่างๆใหญ่มากรอบตัวผม และก็มีหมอกจางๆค่อยๆลอยผ่านมา เป็นบรรยากาศที่ฟินสุดๆ ผมนั้งมองพื้นที่กว้างใหญ่เบื้องหน้าผม มันทำให้ผมรู้สึกตัวเล็กไปเลยมันยังมีอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่าเรา(มนุษย์)อีก นั้นก็คือธรรมชาติ ผมได้ไปสัมผัสอากาศเย็นๆ สูดลมหายใจลึกๆ 
ที่มีแต่อากาศอากาศบริสุทธิ์ พักใจที่เหนื่อยกับอะไรๆหลายอย่าง แต่ก็นั้นแหละชีวิตเราต้องมีเวลาพัก พอหายเหนื่อยก็เดินกับมาต่อสู้กับปัญหาต่างๆกันต่อไป ทุกคนที่กำลังอ่านอยู่ฟังผมนะ เราเหนื่อยเราท้อกับเรื่องหรือปัญหาที่เกิดขึ้นได้เว้ย บางครั้งคุณอาจจะเหนื่อยจนไม่ไหวไม่อยากอยู่แล้ว เชื่อผมเถอะพวกคุณแต่ต้องการพักเว้ย พักจากสิ่งเลวร้ายที่พวกคุณเจอ เมื่อคุณได้พักได้ทำความเข้าใจความรู้สึกต่างๆในตัวคุณจริงๆแล้ว พวกคุณค่อยกับมามองมันใหม่ ปัญหาต่างๆที่คุณมองว่ามันใหญ่ แต่เมื่อคุณได้พักแล้วกลับมามองมันใหม่ ปัญหามันอาจจะเล็กลง หรือมีทางออกแล้วก็ได้ คุณก็อาจจะเข้าใจปัญหาหรือไม่ก็ตัวคุณได้ดีขึ้นจากการได้พักนะ 


           ดราม่าเฉย.....ฮ่าๆเราก็กลับเข้าที่พักหาอะไรกินแล้วก็พักผ่อน เพื่อนเตรียมตัวกลับในวันพรุ่งนี้เช้า เช้าวันถัดมาเราตื่นมาตอนตี 4 ด้วยความหนาว เราก็เลยเก็บของต่างๆรอ เพื่อจะออกจากปิล๊อก ตอน 8.00น. 
04/10/2562 6.00 ผมตื่นมาดริปกาแฟ อากาศเย็นๆบวกกับกาแฟร้อนๆจะมีอะไรที่เขากันกว่านี้อีกละคุณ ต่จากนั้นก็ท่านอาหารเช้า เก็บของเสร็จผมก็ยังมีเวลาอีกนิดหน่อย เลยเดินไปดูรอบๆหมู่บ้าน ไปดูเหมืองปิล็อก พอ 8.00น. ผมก็ได้ขึ้นรถกลับ สมาชิกบนรถ 2 แถววันนี้เหลือเพียง 4คน ผม น้าป๊อด พี่ยูซ่า และพี่โซ่(คนขับรถ) ผมได้อะไรหลายอย่างจากการเที่ยวในครั้งนี้  ได้พักผ่อน ได้เขาใจความรู้สึกตัวเอง ได้ความสนุก และได้มิตรภาพที่ดีจากคนอื่น และได้เขาใจเพลงบางเพลงดีขึ้น คือเพลงจั๊กจั่นรินเบียร์และเพลงโปรดเรียกขานฉันด้วยนามอันแท้จริง ของ boy imagine ลองหาฟังกันนะทุกคนฮ่าๆ เป็นอันจบการเล่าเรื่องของทริปนี้ 
                                                                                       
                                                                                      เจอกันทริปหน้่าครับ.
Traveling alone will be the scariest, most liberating thing in your life. Try it at least once
.

                                            




SHARE
Writer
PEACE_SUN
writer
I HAVE A DREAM

Comments