Persistence Questions
มันเหมือนกับหนังสือสองบรรทัด
บรรทัดแรกที่พูดถึงสิ่งที่อยู่ทั่วไปตามมุมตึก มหาวิทยาลัย และโรงอาหาร
อีกบรรทัดพูดถึงที่มืด ชั้นหนังสือ และสถานที่ที่เราไม่เคยไป

ไม่ใช่เพราะมันวิเศษวิโสหรอก เราถึงมีโอกาสที่จะพูดถึงมันอย่างเต็มปาก
แต่เพราะมันง่ายในการทำความเข้าใจ
และสุดท้ายแล้ว เราจะต้องอ่านบทเรียนนี่ซ้ำไปซ้ำมาจนกว่าเราจะหมดแรงลงเอง

เราเปิดโทรทัศน์และวิทยุไปพร้อม ๆ กัน
กำลังตามหาอะไรบางอย่างที่ดีเสียเหลือเกิน
โดยที่สำนักข่าวโทรทัศน์กำลังเล่าเรื่องบางอย่างอยู่
และสถานีวิทยุกำลังเปิดเพลงใต้ดินที่เรามีโอกาสได้ฟังเป็นคนแรก และอาจจะเป็นคนเดียวและคนสุดท้ายที่ได้ฟังเพลงนั้น
แต่นั่นก็ผ่านไป จนเรามานั่งเอะใจว่าเพลงนั้นคือเพลงอะไร
เราก็ไม่ชอบอะไรนักหนา เราแค่เจอ 
หรือตอนนั้นมันกำลังวุ่นวายมาก เพราะข่าวในทีวีก็กำลังพูดถึงสงคราม

จนกระทั่งเราเผลอ และรู้สึกตัวอีกที
ระเบิดกำลังร่วงผล๋อยลงมา จากเครื่องบิน
เรานึกว่ามันเป็นความฝันด้วยซ้ำ แต่อาจจะเพราะมันไม่ได้ร่วงลงมาผ่านจอทีวี
เราเลยมีอารมณ์ร่วมกับมันเยอะเสียเหลือเกิน
จนกระทั่งเรานึกถึงตัวเองอีกคนในโลกคู่ขนาน
เราอยากส่งจดหมายไปหาเขาเสียเหลือเกิน ใช่ไหม?
’เธอกำลังทำอะไรอยู่?’
‘ที่นั่นปลอดภัยดีไหม’

เราอาจจะได้คำตอบผ่านทางเมสเสจในเฟสบุ๊คว่า
‘เธอมันงี่เง่า ฉันไม่ได้มีตัวตนจริงหรอก’ หรือ
‘ที่นี่เลวร้ายไม่ได้แตกต่างกัน’ หรือ
อะไรก็ตามที่ทำให้สมองเธอสั่งการต่อมน้ำตา และร้องไห้ออกมา
เพราะเข้าใจว่าโลกคู่ขนานมีจริง
แม้มันจะมีทฤษฎีพูดถึงปรากฏการณ์นี้ น้อยเสียเหลือเกิน

แต่เพราะมันสนุกไงเล่า เธอได้ร้องไห้ เธอได้คิดเองเออเอง
และเธอได้เป็นอิสระจากการเป็นเหยื่อในโลกอันโหดร้าย
มีคนปลุกเธอเป็นร้อยเป็นพันครั้ง เธอก็เมินหน้าหนี และไม่ใส่ใจ
เพราะเวลาเป็นอิสระแล้วมันไม่มีแม้แต่น้ำตา ไม่มีแม้แต่ความสุขด้วยซ้ำ
เธอกลัวความน่าเบื่อ

จนกระทั่ง
เธอบังเอิญค้นพบว่าเธอกำลังอ่านหนังสืออยู่
และเธอสับสนมาว่าเรื่องไหนเป็นเรื่องจริง

และทฤษฎีความวุ่นวายก็เรียบร้อยเกินไป

มีคนชวนเธอไปแก้สมการความวุ่นวายด้วย
ในช่วงที่ผ่านมา
เธอบอกเขาว่ามันต้องถอดสมการหลาย ๆ ตัวพร้อมกัน
และต้องเข้าใจภาษาคณิตศาสตร์ และต้องแปลภาษาเป็นฟิสิกส์ และต้องทำให้คนทั่วไปรู้เรื่อง
และต้องแก้สมการพร้อมกัน
พวกเขาหัวเราะในความโง่ของเธอ และเข้าก็บอกมันตรง ๆ กับเธอว่า
‘อีควาย\ไอ่ควาย’

แล้วพวกเขาก็ค้นเธอว่าเธอพูดถูก
หลังจากที่เวลาผ่านไปเกือบพันปี
แล้วเขาก็กลายเป็นสิ่งที่เขาพูดออกมา
เขาได้เรียนรู้ความเรียบง่ายของอะไรก็ไม่รู้อีกที
แล้วก็ทำตัวขมขื่น

แล้วเธอก็นึกขึ้นได้อีกทีว่าเธอกำลังอ่านหนังสืออยู่

เหี้ยอะไรวะ?
ก็ถูกของมันนี่หว่า
SHARE
Writer
Pdhala
School Dropout
งานเขียนของนักปรัชญาคนอื่นนั้น กล่าวได้ว่าเป็นเชิงอรรถของเพลโตเท่านั้น - ส. ศิวรักษ์

Comments