Constructive สัมปยุต
ในช่วงนั้นเป็นช่วงที่ผมพึ่งได้เรียนศิลปะในมหาวิทยาลัย
อันที่จริงผมน่าจะได้เขียนประโยคสั้น ๆ ในทวิตเตอร์เพื่ออธิบายว่าผมต้องการเล่าอะไร
ใช่ มันสั้นไม่กี่ประโยค

ช่วงเวลานั้น เราตั้งคำถามแรกในการทำความเข้าใจว่าศิลปะคืออะไร
อันที่จริงเราสามารถหยิบคำถามนี้มาทำเป็นหัวข้อทีสีสสำหรับคนทุกคนได้ด้วยซ้ำ
แต่ด้วยความรู้น้อยและอ่านหนังสือน้อยนั้น
เราทำให้เราเกิดอุปทานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกว่า
เราได้ตั้งคำถามที่แทบจะทำให้เราพ้นจากความลุ่มหลงในอัตตา
เราคือที่สุดของอาชีพในฐานะมนุษย์แล้ว
ช่างเป็นความสัตย์ซื่อต่อตัวเองแบบเด็กน้อย
เด็กที่เล่าให้พ่อกับแม่ตัวเองว่า เขาควรภูมิใจใจในตัวเรา

จนกระทั่งผ่านมา 8 ปี
ตอนนี้ผมเริ่มเปิดหนังสือกฎหมายขึ้นมาอ่าน
เพื่อทำความเข้าใจมุมมองแบบนักปกครอง
หนังสือที่ถูกพิมพ์ด้วย Oxford Press ชื่อหนังสือเกี่ยวกับ concept of law
เขาขึ้นประโยคด้วยหนังสือที่ใกล้เคียงกับคลาสเรียนศิลปะของผมมาก
กฎหมายคืออะไร?

ผมตอบได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงในตอนนี้มาคือ
สิ่งที่รวบรวมหัวข้อทางกฎหมายเพื่อนำไปใช้ในทางการปกครอง
ซึ่งถามผมว่า ในช่วงเวลากลับไปมองว่าศิลปะคืออะไร
ผมจะตอบคำถามนี้อย่างไร
มันยิ่งง่ายกว่าเดิมด้วยซ้ำ
มันคือรูปวาด มันคือรูปปั้น ถ้าเข้าไปในศิลปะร่วมสมัยยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่

แต่นั่นก็ได้ทำลายความงี่เง่าทางเศรษฐศาสตร์ของผมไปที่
การที่อยู่จุดบนสุดของห่วงโซ่ทางเศรษฐศาสตร์นั้น คืออะไร
ผมกลับไปนั่งทบทวนอดีตของผมซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า
อะไรที่ทำให้ตัว Metaphysics ไม่ถูกนำมาเป็นวิชาพื้นฐานตอนประถม
ทำไมเราถึงนำคณิตศาสตร์ หรือวิชาทั้งหลายสอดคล้องกับการนำปัญญาไปซ่อน
และหลังจากนำปัญญาไปซ่อนแล้วก็ดึงมนุษย์เข้าสู่ระบบแรงงาน
อะไรที่ทำให้กระทรวงศึกษาธิการ ไม่ตั้งชื่อตัวเองว่า
กระทรวงแรงงานและศึกษาธิการ
พวกเขาไม่ได้เขียน proposals มาจากปรัชญาแน่ ๆ
ให้ตายเถอะ

อันที่จริงนิเช่น่าจะตายไปพร้อม ๆ กับ พระเจ้านั่นแหละ
เราไม่ได้เรียนรู้ห่าอะไรจากช่วงเวลา สี่ห้าพันปีที่ผ่านมาเลย
ขอโทษ คืองี้

เราขโมยความรู้ของพวกที่ได้รางวัลโนเบลมา
เอามายัดลงในหลักสูตรการศึกษา แล้วก็ให้เครดิตปลอม ๆ แล้วบอกว่าไอ่เหี้ยพวกนั้นคิดค้นขึ้น
แต่ไม่ต้องสนใจไอ่พวกหัวควยพันนั้นหรอก สนใจว่าตัวเองจะมีชีวิตรอดได้ยังไง
(นี่ผมยังไม่เคยเล่าสักนิดเลยว่า ผมเคยไม่หยิบเงินออกจากบ้านประมาณเกือบเดือน)
แต่ช่างผมเถอะ สิ่งที่ผมเฝื๋อเผื่อเลือกพันนี้ไม่ได้ทำให้ประเทศดีขึ้นหรอก
แต่ผมตลกดีที่เงินในกระเป๋าของผมเปลี่ยนประเทศได้
ทั้งที่ความจริงแล้วความรู้ของผมคอยดูแลผมอยู่
และพระเจ้าของผมก็ดูแลเงินและปัญญาของผมอยู่อีกที
แล้วพระเจ้าของผมตลกดี ที่พระองค์โดนตำหนิตลอดเวลา
หาว่าไม่มีจริงบ้าง หาว่าทำให้เกิดสงครามขึ้นบ้าง
ทั้งที่พระองค์ชื่อเดิมชื่อว่าความเมตตา ความยุติธรรม และความชอบธรรม
แต่พอเปลี่ยนชื่อเป็นพระเจ้าปุ๊บ พระองค์โดนเข้าใจผิดซะเหี้ยน

ขอโทษที่โหนอีกครั้ง
เอาจริง ๆ นะ
เรามีความรู้ในไตรปิฏกน้อยเหลือเกิน
ในนั้นมีเรื่องเล่าสนุก ๆ เยอะ เหมือนกัน

เหมือนผมเป็นอีกาที่เกาะบนหน้าต่างไหม?
หนังสือโบราณว่ากันว่า อีกาไม่เห็นต้องทาน้ำมันทุกวันเพื่อรักษาความดำของมัน
ช่างมัน ถ้าประเทศมันจะดี เดี๋ยวมันก็หาทางดีกันเองนั่นแหละ
SHARE
Writer
Pdhala
School Dropout
งานเขียนของนักปรัชญาคนอื่นนั้น กล่าวได้ว่าเป็นเชิงอรรถของเพลโตเท่านั้น - ส. ศิวรักษ์

Comments