เด็กชายกับละครหลังข่าว
ไม่รู้ทำไมถึงชอบเล่าเหตุการณ์ตอนเด็กให้ใครหลายๆ คนรอบข้างฟังเหมือนกันนะ อย่างเช่นบทความนี้ก็เหมือนกัน ผมก็กำลังจะเล่าความคิดตลกๆ ในวัยเด็กของผมให้ได้อ่านกัน



ผมโตมากับยุคละครทีวี ที่มีนางเอก พระเอก รักกันและมี Moment น่ารักๆ จนผมตอนนั้นคิดอยากจะมีแฟนตั้งแต่ "อนุบาล 2" !!! ใช่ครับ ผมจำได้แม่นเลย ไม่ผิดแน่นอน อนุบาล 2 ครับ



ผมชอบดูละครหลังข่าวเอามากๆ เพราะว่าสมัยนั้นมันไม่มีอะไรทำจริงๆ และก็ไม่ใช่แค่ผมนะ เพื่อนๆ ผมก็เป็นเหมือนกัน ปล. เฉพาะเพื่อนผู้หญิงนะ

เวลาอยู่ที่โรงเรียนผมก็จะชอบไปนั่งคุยกันเรื่องละครพวกนี้ นี่แหละ และถ้าเปรียบกับยุคนี้ก็คงจะอารมณ์คล้ายๆ กับเพื่อนที่ดู Game of Thrones แล้วมานั่งคุยกันเวลานัดเจอร้านกาแฟ หรือ สถานที่ต่างๆ นั่นแหละ



มาเข้าเรื่องกันดีกว่าครับว่าทำไมผมถึงอยากมีแฟนตั้งแต่อนุบาล 2 ตอนนั้นเนี่ยผมมีผู้หญิงคนนึงในใจผมมาตลอดเลย ผมแอบชอบแต่ไม่เคยบอก ไม่คิด ไม่กล้า ที่จะบอกกับเธอด้วย อนุบาล 2 นะ อย่าลืม ฮ่าๆๆๆๆ



ผมได้แต่เฝ้าคิด เฝ้าฝันว่าถ้าผมได้มีเธอเป็นแฟนเนี่ย ผมจะขอเธอแต่งงาน และมีครอบครัวด้วยกัน.....

นั่นแหละครับที่เด็กอนุบาล 2 คนนึงที่ติดละครทีวีหลังข่าวจะคิดได้

// ตลกตัวเองที่ต้องมาเขียนอะไรแบบนี้ ฮ่าๆๆๆ



ผมปล่อยเวลาล่วงเลยผ่านไปเรื่อยๆ จนเข้าสู่ช่วงประถมปีที่ 6 ผมก็ไม่ได้ลืมหรอกนะว่าผมเคยชอบเธอแค่ไหน แต่ผมก็ยังไม่ได้บอกเธออยู่ดี ผมก็มีแฟนเป็นคนอื่น คนนั้น คนนี้ โดยที่เรานั้นกลับชอบพูดคุย หยอกล้อ ติดตลกกัน สนิทกันในขั้นที่ว่าถ้าเป็นผมตอนนี้คงขอเบอร์หรือ Line มาไว้คุยแล้วแหละ



และเวลาที่ผมไม่คิด ไม่ฝันมาก่อนว่ามันจะมี Moment แบบนี้จริงๆ เหมือนกับละคร ซีรี่ส์บลาๆ อะไรก็ช่างมันเถอะ มันเป็นช่วงเวลาหลังเลิกเรียน ผมกำลังจูงจักรยานออกจากโรงเรียนเพื่อที่จะเดินทางกลับบ้านพร้อมกับเพื่อนๆ ระหว่างที่ผมกำลังจะออกจากรั้วโรงเรียนแล้วนั้นก็มีเพื่อนสนิทของเธอที่ชื่อ อ. เดินมาขอเบอร์ของผม ซึ่งผมมองไปด้านหลังของ อ. ก็เห็นว่าเธอยืนมองอยู่ ผมก็อ้ำๆ งงๆ ไม่เคยโดนขอเบอร์มาก่อน มีแต่เราไปขอเค้า ฮ่าๆๆๆ ก็ให้ไป โดยที่ไม่คิดอะไรหรอก ให้ไปงั้นๆ แหละ



เมื่อผมมาถึงบ้าน.... ก็มีเบอร์โทรศัพท์ปริศนาโทรเข้ามาซึ่งผมก็ลืมไปแล้วว่าได้ให้เบอร์ใครไป เพราะว่าระหว่างทางที่ผมปั่นจักรยานจากโรงเรียนมาบ้านเนี่ย มันใช้เวลาค่อนข้างนานอยู่เหมือนกัน ผมก็รับสาย....

"ฮัลโหล ใครครับ?"

"ฮัลโหล นี่ใครอะ" เสียงผู้หญิง

"วิทครับ และนี่ใคร?"

"ให้ทายๆ"

และผมก็นึกได้ทันทีว่า อ้อ! เราให้เบอร์ อ. ไปนี่หว่า แต่อีกใจก็คิด ว่าเสียง อ. มันไม่ใช่เสียงนี้นี่หว่า

"อ. หรอ?"

แล้วปลายสายก็มีเสียงหัวเราะของผู้หญิง 2 คน ซึ่งผมได้ยินแล้วว่าเสียงหัวเราะของ อ. นั้นอยู่ด้านหลัง ผมคิดได้เลยทันทีและตอบกลับอีกที

"งั้นโบว์หรอ?"

"อื้ม! ใช่"

สิ้นสุดจากนั้นในความทรงจำของผมก็จำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ....



หลังจากนั้นเราก็คุยกันมาเรื่อยๆ ซักระยะนึง จนมีคนเริ่มเม้าท์กันแล้วว่า เราเป็นแฟนกัน

และเราก็ตกลงคบกันหลังจากนั้นเลยเพื่อที่ยุติคำเม้าท์ต่างๆ นาๆ บลาๆ ๆ ๆ

เราคบกันด้วยดี เรารักกันในวัย puppy love รักกันสนุกๆ



แต่ด้วยตัวผมในตอนนั้นมันเกเรแบบสุดๆ ผมอยู่ในกลุ่มตัว TOP เด็กมีปัญหาประจำโรงเรียนเลยผมก็ด้วยความ BAD BOY ก็คิดเรื่องที่ไม่ควรจะคิด... ผมคิดว่าผมอยากจะนอกใจโบว์.... ผมคิดแค่นั้นเองระหว่างที่ผมกำลังคบกับโบว์อยู่นั้น ผมก็ไปจู๋จี๋กับผู้หญิงคนอื่นด้วย เพราะผมไม่ได้คิดที่จะจริงจังอะไรกับใครมากขนาดนั้น หรือ แทบจะไม่จริงจังเลย แค่คบไว้อวดเพื่อน แค่นั้นเอง



และนั่นก็อาจจะเป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่ทำให้เราต้องเลิกกัน.... ตอนผมเลิก ผมยอมรับว่าผมไม่รู้สึกอะไรเลย ผมแค่เสียใจที่ว่า ผมนั้นดูแลเธอไม่ได้ และผมก็ไม่เคยคิดจะทำมันเลยตลอดเวลาที่เราคบกัน เราเลิกกันด้วยดีและยังเป็น "เพื่อน" กันได้จนถึงทุกวันนี้ หลังจากที่เราเลิกกัน เรากลับไปพูดคุย ติดตลกกัน ได้เหมือนเดิมซึ่งผมก็ไม่คิดเหมือนกันว่ามันจะเป็นแบบนั้นได้...



จนถึงทุกวันนี้ผมกับเธอยังเป็นเพื่อนกันอยู่เลย มีคุยกันบ้าง แต่ผมก็รู้สึกเสียดายทุกครั้งที่ตอนเวลาที่ผมมีเธออยู่ ผมกลับดูแลเธอได้ไม่ดีพอ อยากลองกลับไปแก้ตัวดูเหมือนกันนะ อยากให้เธอให้โอกาสผมซักครั้ง แต่ก็คงไม่เอาดีกว่า ผมขอให้เธอมีความสุขกับคนของเธอละกัน



ตอนนี้โบว์มีแฟนที่ดีมาก!

คิดว่าดีกว่าถ้าเป็นผม เลยด้วยแหละ... ผมหวังว่าพวกเขาจะคบกันไปนานๆ นะ.



และนี่มันก็คงจะเป็นเรื่องราวตลกๆ ในวัยเด็กของผมที่ผมยังไม่ลืมมันไปซักที...





Story : WKstory.

Writer : WKstory. #WKstory
SHARE
Written in this book
ละครในชีวิตจริง
บางครั้งก็อยากมีความรักที่ Perfect เหมือนในละครเนอะ...
Writer
WKstory
Writer
อารมณ์ ถึง ตัวหนังสือ Call Me “EMO” Boy

Comments