จากฉัน; ถึงความหวานรสขม
สวัสดี ตุลาคม;
และความขมที่ยังคงอวลอยู่ในหัวใจ



ตุลาคมผ่านมาครึ่งเดือน ฉันยังคงย่ำอยู่ที่เดิมในขณะที่หลายคนเริ่มต้นใหม่ได้นับครั้งไม่ถ้วน ฉันยังคงเดินวนอยู่ที่เดิมในขณะที่เธอ.. เดินไปได้ไกลแสนไกล และฉันยังคงไปไหนไม่ได้ไกล แม้อยากจะหนีไปให้สุดขอบฟ้าก็ตาม 




แม้จะมีผู้คนเข้ามาทักทาย แม้จะมีมิตรภาพใหม่ๆ ให้ได้จดจำ แม้จะมีกิจกรรมมาทำให้ลืมความเหงา แต่จนแล้วจนรอด 'ภาพจำของเธอ' ยังคงเล่นงานฉันได้หนักหน่วงดังเงาตามตัวเช่นเคย




ฉันหลอกตัวเอง...ว่ามันคือความทรงจำแสนหวาน ฉันยิ้มให้ภาพเหล่านั้นทั้งที่ม่านน้ำตาทำมันลางเลือน ฉันกลืนรสชาติน้ำผึ้งหวานแต่แสนขมขื่นลงคอ คล้ายหลอกตัวเองซ้ำๆ ว่าภาพความทรงจำของเรามัน "สวยงาม" แค่ไหน




แต่แล้วแรงสั่นสะเทือนที่หัวใจ ช่วยดึงให้ฉันกลับสู่โลกความเป็นจริงและย้ำเตือนว่าที่ฉันกลืนลงไปคือน้ำตาไม่ใช่น้ำผึ้งอย่างที่เข้าใจ 






ในรอยยิ้ม..มีน้ำตาซุกซ่อน
ในความหวาน..มีรสขมเจือปน






ฉันตอบตัวเองไม่ได้ว่า ทำไมในรอยยิ้มที่ควรสดใสถึงได้เศร้านัก ฉันตอบไม่ได้ว่าทำไมบ่อน้ำตาถึงได้ทำงานหนักกว่าเครื่องจักรในโรงงาน ฉันตอบคำถามใดๆ ไม่ได้เลย..ว่าทำไม และ ทำไม 




ฉันปล่อยให้คำถามไร้ที่มาลอยล่องอยู่ในหัว ไม่อยากแยแส ไม่อยากตอบโต้ และปล่อยให้มันฟุ้งเท่าที่มันต้องการ 




ฉันปล่อยให้ตัวเองดื่มด่ำกับความขมปร่าเป็นว่าเล่น ในขณะเดียวกันก็พยายามเติมสีสันให้ชีวิตชืดๆ ของตัวเองตามคำแนะนำของใครต่อใคร แต่คล้ายกับว่า ความหวานที่พยายามเติมลงไป ถูกละลายด้วยน้ำตาจนไหม้ขมเกินกลืน





ความปวดร้าวในหัวใจฉันยังคงมีรอยปริแตกดังที่ผ่านมา ช่องว่างขนาดใหญ่ไม่ได้ถูกเติมเต็มหรือถมกลบ มันยังคงร้าวและกลวงไม่เปลี่ยนแปลง 





ฉันแค่สร้างเกราะป้องกันตัวเองด้วยการเสแสร้ง 


แสร้งยิ้ม
แสร้งหัวเราะ
แสร้งว่าสดใส
แสร้งว่า...ปกติดี




ใช่.. ฉันเสแสร้งได้เก่งทีเดียว










ฉันคนหนึ่งกำลังยิ้ม..

ในขณะที่ตัวฉันอีกคนกำลังร้องไห้ปริ่มขาดใจ 







กาลเวลาไม่ได้ช่วยให้ฉันดีขึ้น มันแค่ช่วยย้ำเตือนว่าบาดแผลที่เคยได้รับไม่ใช่แผลสดอีกต่อไป มันไหลผ่านไปช้าๆ และไม่มีวันย้อนกลับ ไม่แยแส ไม่ยินดียินร้าย คล้ายจงใจทิ้งรอยแผลเป็นไว้เพื่อตอกย้ำถึง "ที่มาของมัน" ได้อย่างเลือดเย็นที่สุด 




นี่แหละ...ความโหดร้ายของกาลเวลา




กลับมาสู่โลกความเป็นจริง..

ฉันยังคงกินยาอย่างต่อเนื่องไม่เคยขาด แม้จะมีอาการข้างเคียงมากมายให้ต้องเผชิญ ด้วยความหวังทั้งหมดที่ว่า ฉันอยากหาย อยากกลับมาปกติ ฉันจึงสร้างวินัยให้ตัวเองอย่างเคร่งครัด แต่ความคิดด้านลบยังคงส่งผลต่อฉันได้ดีไม่เปลี่ยน 




เม็ดยามากมายที่อัดลงกระเพาะตลอดเวลาการรักษา ทำหน้าที่เพียงปรับสมดุลสารเคมีในสมองให้กลับมาปกติเท่านั้น แต่กลับไม่ได้ช่วยให้หัวใจของฉันคลายเจ็บปวดลงได้เลย 




มันน่าเศร้าตรงที่.. ในขณะที่ฉันกำลังพยายามจัดการทุกอย่างเงียบๆ ด้วยการทำตัวเองให้ปกติที่สุดและมีความสุขกับทุกเรื่องราวในชีวิต แต่สมองไม่รักดีกลับขุดทุกภาพจำขึ้นมาทำร้ายกันซ้ำๆ ไม่หยุดหย่อน 




ฉันยังคงเจ็บปวด
ฉันยังคงร้องไห้ และ แตกสลายซ้ำๆ อย่างเดิม




ฉันคิด.. บางทีการมีชีวิตอยู่ก็เหนื่อยเกินไป ฉันเสียน้ำตากับตัวเองมากเกินไป ร้องไห้มากเกินไป หัวใจมีช่องว่างขนาดใหญ่มากเกินไป เศร้ามากเกินไป และผิดหวังกับตัวเองซ้ำๆ จนเกินให้อภัย




อยากหลับตาลงแล้วไม่ต้องตื่นขึ้นมาอีกเลย อยากหายไปจากโลกเน่าๆ ใบนี้ อยากหายไปจากความเจ็บปวดมากมายในหัวใจ 



อยากลาจากโลกนี้ไป...ตลอดกาล




ในขณะที่หน้ากากแห่งรอยยิ้มถูกสวมใส่ คงมีแค่ฉันที่รู้ดีกว่าใครว่าภายใต้หน้ากากนั้น..น้ำตาไม่เคยแห้งเหือดลงเลยแม้สักหยดเดียว ก็คงมีแค่ฉันอีกเช่นกัน ที่ลงมือจ้วงแทงหัวใจตัวเองให้เจ็บปวดจนน้ำตานอง



กุหลาบในใจฉันกำลังจะแห้งตาย..
และรสชาติของน้ำตา ก็ขมปร่าอย่าบอกใคร..








#จากฉัน,ถึงฉันอีกคน
#บันทึกซึมเศร้า 













จากฉัน; ถึงเธอ

ถ้าหันกลับมาแล้วไม่เจอกัน ขอให้รู้ว่า ไม่ใช่ไม่อยากรอนะ แต่ฉันแค่อาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานพอให้เราได้เจอกันแล้ว

กุหลาบยังอยู่ในหัวใจฉันเสมอแม้มันไม่สวยงามเท่าเก่า และแม้อาการนอนไม่หลับ จะกลับมารุมเร้าฉันอีกครั้งเพราะขาดยานอนหลับมีชีวิต แต่ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไรเลย 


แค่เธอไม่ต้องเจ็บปวด ฉันจะสบายดี :)


รัก.
มาก.
💕





SHARE
Writer
Peekthum
เสพโศกแทรกเศร้า
ติดปีกให้ตัวอักษร กอดเศษหัวใจที่แตกสลาย ปล่อยปีศาจร้ายให้โบยบินในฝัน

Comments