ความโชคร้าย
.
.
.
.
.
.
.
ในวัยเด็ก ฉันผ่านประสบการณ์ที่ไม่เหมือนคนอื่นๆมาซักเท่าไหร่ ฉันจมอยู่กับความแปลกทางบุคลิกภาพ ซึ่งเป็นผลจากเหตุการณ์ที่เคยเจอตอนประถมปลายอยู่หลายปี เรียกได้ว่าแทบจะทั้งชีวิตมัธยมที่แทบไม่คุยกับเพื่อนเลย ในตอนสาเหตุของเหตุการณ์นั้นฉันไม่อยากให้โทษว่าใครผิด เพราะในวันนั้นทุกคนรวมถึงฉันก็เป็นเด็ก เด็กที่ยังไม่รู้อะไรมาก เด็กที่คิดอะไรก็พูด อยากทำอะไรก็ทำ เราจึงควรมองมันเป็นเหตุการณ์นึงที่เกิดขึ้นแล้วมีผลตามมาแบบนี้ โดยไม่ต้องตัดสินว่าใครผิดได้ 
พอเวลาผ่านไปหลายปีหลังจากจุดตั้งต้นเหตุการณ์ ฉันเริ่มคิดว่าตัวฉันรับมือกับปัญหาได้ไม่ถูกต้อง ฉันไม่เห็นต้องมารับมือกับปัญหาด้วยรูปแบบนี้ ฉันสามารถมูฟออนได้ด้วยความสดใสกว่านั้น ฉันจึงคิดไว้ว่ามหาลัยต้องดีขึ้น ฉันจะมีทัศนคติต่อโลก ต่อตัวเอง ต่อคนอื่นดีขึ้น ถ้าทัศนคติดีบุคบลิกภาพก็จะดีขึ้น พอมหาลัยฉันก็พยายามปรับตัวให้มันดีขึ้น แต่ฉันไม่ได้เข้าสังคมมาหกปีตลอดชีวิตมัธยม ทำให้หลายๆอย่างของฉัน เช่น การพูด การอยู่เป็น บุคลิกฯลฯ มันอาจจะดูแตกต่างอยู่บ้าง อาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติ  ฉันรู้ว่าฉันยังทำได้ไม่ดีเมื่อเทียบกับคนอื่นๆที่ไม่ได้ประสบการณ์แบบเดียวกับฉัน ตอนแรกๆชีวิตแบบมีสังคมมันเหมือนจะดี ฉันมีกลุ่มอยู่ เป็นกลุ่มเล็กๆ ฉันคิดว่าฉันจะไม่พยายามเข้าสังคมอื่นแล้ว ฉันอยู่กลุ่มเล็กๆนี้แหละ เพราะฉันเข้าสังคมไม่เก่งเลยไม่อยากฝืนตัวเอง (ซึ่งฉันพบทีหลังว่าคิดแบบนี้น่ะผิดมาก เพราะถ้ากลุ่มเล็กๆนี้มีคนทำไม่ดีกับเรา เราจะไม่สามารถหากลุ่มอื่นอยู่ได้อีก มีทางเลือกคือทนอยู่กับคนที่ทำไม่ดีกับเราหรือออกมาอยู่คนเดียว)เอาล่ะ จะกลับมาเล่าตอนปีหนึ่งก่อน ปีหนึ่งทุกๆอย่างเหมือนจะแฮปปี้สำหรับฉัน ฉันมีกลุ่มเล็กๆอยู่ แต่พอปีสอง ฉันไม่รู้สาเหตุแน่ชัดว่าเพราะอะไร แต่มีเพื่อนคนหนึ่งเค้าชอบทำไม่ดีกับฉัน ทั้งทำต่อหน้าหรือลับหลัง ฉันโดนบ่อยมากๆ ตัวฉันที่โดนทุกๆครั้งก็ได้แต่ทำเป็นนิ่งๆเก็บอาการ ไม่ด่ากลับไม่แสดงอะไรเลย เพราะฉันไม่อยากมีเรื่องกับใคร ไม่กล้ามีเรื่องกับใคร ฉันจึงโดนทำเรื่อยมา ฉันไม่มีความสุขเลย เขาดูมีความสุขที่ได้เหยียบย่ำเหยียดหยามลดทอนความเป็นมนุษย์คนอื่น (เขาทำกับคนอื่นลับหลัง) รวมทั้งฉันที่โดน แต่ฉันโดนต่อหน้าและลับหลังเลย ฉันมีบาดแผลในใจและมีปมมากขึ้น แต่ฉันก็ยังอดทนตลอดจนวันหนึ่งฉันทนไม่ไหวเลยไม่พูดกับคนนั้นอีก แต่พอฉันไม่พูดกับเขา เขาก็ยังทำกับฉันไม่ดีอีก ฉันก็ยังทนอยู่เรื่อยไป ไม่เคยปริปากต่อสู้อะไรเลย จนวันหนึ่งที่ทนไม่ไหว ประมาณปีสี่ (ทนมาจนจะเรียนจบ) ฉันก็ออกจากกลุ่มมา ฉันไม่ไปนั่งกับกลุ่ม ไม่ไปกินข้าวด้วย ไม่ไปไหนมาไหนด้วย เพราะฉันไม่อยากเจอเขา ฉันไปอยู่กับเพื่อนคนหนึ่ง เป็นเพื่อนนอกกลุ่มเพียงคนเดียว ฉันกลับไปกลุ่มเดิมเฉพาะตอนทำงานกลุ่มและตอนนั่งเรียนบางวิชาซึ่งเป็นที่นั่งข้างหน้าที่ฉันนั่งประจำและเขาก็นั่งแถวเดียวกันแต่จะมีคนนั่งคั่นระหว่างฉันกับเขา ฉันคิดว่าตัวเองจะไม่โดนอะไรเเล้ว ฉันยังมองในแง่ดีว่า เขาคนนั้นน่าจะแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวที่เขาไม่ชอบฉันออก คงไม่ทำกับฉันตอนทำงานกลุ่มหรอก แต่เขาก็ยังทำผ่านเรื่องงานนั่นแหละ และฉันก็ทนอีก ฉันทนเสมอมา ไม่เคยปริปากต่อสู้เพื่อตัวเองเลย จนขึ้นป.โทเทอมสอง(อีกสองเทอมจะเรียนจบ) เพื่อนที่ฉันออกมาอยู่ด้วย เขาลาออก ฉันเลยต้องอยู่คนเดียวมากขึ้น วันเปิดเรียนวิชาหนึ่ง ฉันไปนั่งข้างหน้าซึ่งเป็นที่ประจำของฉัน คนที่นั่งคั่นระหว่างฉันกับเขาไม่มา เขาส่งเอาท์ไลน์ให้ฉันแบบโยนให้
ตอนนั้นอ.อยู่หน้าห้อง ฉันเลยไม่พูดอะไร
ฉันควรจะทนเหมือนทุกๆครั้งที่ผ่านมา
แต่ฉันมานั่งคิดว่าตัวเองต้องทนอีกเท่าไหร่ พบว่าต้องทนเขาอีกประมาณเทอมเดียว มันเหมือนจะน้อย แต่พอตีเป็นจำนวนวันแล้วมันเยอะมากเลย ฉันเริ่มคิดว่าที่ผ่านมา ฉันรับมือกับเขาด้วยการทนมาตลอด
ไอน์สไตน์บอกว่าถ้าคุณทำแบบเดิมๆแล้วยังหวังผลลัพธ์ใหม่ๆ คุณก็บ้าแล้ว ฉันหวังให้เขาเลิกทำไม่ดีกับฉันต่อหน้าซักทีเพราะมันทำให้ฉันรู้สึกแย่ รู้สึกเสียสุขภาพจิตมากๆ แต่ฉันดันทำวิธีเดิมๆคือทน ซึ่งตลอดเจ็ดเทอม (ปีสองถึงป.โทเทอมหนึ่ง) มันไม่ได้ผล
เขายิ่งได้ใจ ยิ่งทำอยู่ แสดงว่าคนแบบนี้ใช้วิธีรับมือแบบเดิมๆไม่ได้ 
ฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองพึ่งมาบรรลุได้ตอนนี้ อาจจเพราะฉันโตมากขึ้น เริ่มมีความกล้าที่จะใช้ชีวิตในสังคมโดยไม่จำเป็นต้องอ่อนราบให้คนอื่นเสมอไป
ฉันเลยเข้าไปด่าเขาในไลน์กลุ่ม
ฉันด่าเขาว่า ที่ส่งเอาท์ไลน์แบบโยนให้ มารยาททรามมาก
มันได้ผลนะ หลายวันเลยหลังจากนั้น เขาไม่มาทำพฤติกรรมที่เป็นมลพิษทางจิตใจให้ฉันเสียสุขภาพจิตอีก
แต่แล้วฉันก็โดนอีกรอบ ก็เลยด่าไปอีก จนถึงตอนนี้ฉันก็ไม่เจออีกแล้ว ฉันรู้สึกปลอดโปร่งขึ้นที่ไม่ต้องระแวงว่าวันนี้ฉันจะโดนเขาทำอะไรใส่บ้าง 

แต่สิ่งที่เขาทำมาหลายปี มันทำให้ฉันมีบาดแผลทางใจ 
เวลาฉันอ่านหรือเจออะไรทีีทริกเกอร์ไปถึงสิ่งที่ตัวเองเคยโดน ฉันจะรู้สึกแย่ รู้สึกเศร้าทุกครั้ง

ฉันคิดว่าตัวเองเป็นคนโชคร้าย ชีวิตประถมปลายและมัธยมที่ไม่สดใส อยากจะเริ่มต้นที่ดีขึ้นในมหาลัยก็ดันมาเจอคนเลวๆ แล้วฉันก็รับมือได้อ่อนแอจนคนเลวๆเหยียบฉันอย่างสนุกสะใจอยู่หลายปี

แล้วสิ่งที่เขาทำ มันส่งผลกระทบกับชีวิตฉัน ทั้งความคิด ทัศนคติเยอะมากๆ เช่น ฉันกลายมาเป็นคนยึดติดกับเกรด กลัวการได้เกรดน้อยเพราะไม่อยากรู้สึกตัวเองไร้ค่า เพราะสมัยก่อนฉันขี้เกียจไม่อ่านหนังสือเท่าไหร่ทำให่คะแนนน้อยแล้วเขาก็ดูถูกฉันแบบย่ำจนไม่มีชิ้นดี

ฉันเสียใจและเศร้ากับสิ่งที่เกิดกับตัวเองมากๆ






SHARE

Comments