ปากกาเมจิกสีแดงบนเสื้อนักเรียน
กูชอบมึง

     นั่นเป็นข้อความบนเสื้อนักเรียนที่ถูกเขียนด้วยปากกาเมจิกสีแดงท่ามกลางข้อความหลากหลายที่เขียนด้วยปากกาเมจิกหลากสีสัน

     ภัคมองดูข้อความนั้นอย่างครุ่นคิด ในวันจบการศึกษาระดับชั้นมัธยมปลายมีคนมารุมเขียนเสื้อเขาเยอะไม่หยอก ไหนจะเพื่อนร่วมห้อง เพื่อนร่วมชั้น รุ่นน้องที่สนิทกันอีก เขาจำไม่ได้หรอกว่าใครเขียนอะไรให้เขาบ้างแถมข้อความนี่ยังถูกเขียนไว้บนเสื้อนักเรียนด้านหลัง ไม่มีทางที่เขาจะรู้อยู่แล้วว่าใครเป็นคนเขียน ขนาดอ่านยังเพิ่งจะได้อ่านตอนกลับมาถึงบ้านแล้วด้วยซ้ำ

     เขานั่งจ้องมันอยู่พักใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเข้าแอพสีเขียว แล้วเข้าไปในแชทกลุ่มเพื่อนร่วมแก๊งอีก 3 คนที่ตอนนี้น่าจะถึงบ้านกันหมดแล้ว



     Pakkawato : พวกมึง
     Pakkawato : รหัสแดงๆ

     ชื่อสายแต่ไม่สาย : รหัสเขียว

     Karn : รหัสเหลือง

     Namfon : รหัสฟ้า

     Pakkawato : ไม่ใช่ขบวนการห้าสี พวกเXี้ย
     Pakkawato : มีเรื่องๆ

     Namfon : ว่า?



     ภัคกดถ่ายรูปข้อความเจ้าปัญหาบนเสื้อส่งไปให้ในกลุ่มแล้วพิมพ์ต่อ



     Pakkawato : ใครไม่รู้เขียนว่ะ

     ชื่อสายแต่ไม่สาย : วู้ว
     ชื่อสายแต่ไม่สาย : เสน่ห์แรงจังว้า
     ชื่อสายแต่ไม่สาย : ของกูนี่ มีแต่เขียนด่า

     Karn : ก็ไม่แปลกใจ
     Karn : แล้วยังไง? ถามพวกกูคิดว่าพวกกูจะรู้เหรอ?

     Namfon : ใครเขียนเสื้อกูบ้างกูยังแยกไม่ออกเลยจ้า
     Namfon : มึงลองนึกดิ ใครบ้างมาเขียนเสื้อมึง

     Pakkawato : โห เยอะ
     Pakkawato : หนุ่มฮอตก็งี้

     Namfon : เฮ้อ

     ชื่อสายแต่ไม่สาย : แต่ดูจากรูปประโยคแล้ว
     ชื่อสายแต่ไม่สาย : กูว่าน่าจะคนรุ่นเดียวกับเรานะ

     Karn : เออ
     Karn : รุ่นน้องคงไม่ใช้คำแบบกูมึง
     Karn : คนเขียนน่าจะสนิทกับมึงอยู่นะ

     Pakkawato : กูนึกแปป



     ภัคนั่งนึกถึงเพื่อนผู้หญิงที่ปกติแทนตัวกูมึงกับเขา เลื่อนหาในรายชื่อบนแชทก่อนจะสะดุดที่เพื่อนสาวต่างห้องคนหนึ่งหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักซึ่งเคยเรียนอยู่ห้องเดียวกันตอนมัธยมต้น สนิทสนมกันมากพอจะพูดกูพูดมึงกันได้แบบไม่กระดากปาก



     Pakkawato : หรือจะเบลล์วะ

     Namfon : เบลล์ไหน

     Karn : เบลล์ห้อง 7
     Karn : ตอนม.ต้นเคยเรียนด้วยกัน สนิทกับภัคมันพอควร

     ชื่อสายแต่ไม่สาย : กูว่าไม่ใช่

     Pakkawato : ทำไมวะ

     ชื่อสายแต่ไม่สาย ได้ส่งรูปภาพ



     ภัคกดดูภาพที่สายส่งมา เป็นภาพของเบลล์รับดอกกุหลาบจากเพื่อนผู้ชายที่เขาไม่รู้จักด้วยรอยยิ้มเขินอาย



     ชื่อสายแต่ไม่สาย : เนี่ย แฟนเขา

     Pakkawato : ทำไมกูตกข่าววะ
     
     Karn : นั่นสิ

     Namfon : ตามไรทันกันที่ไหนอ่ะ สนแต่เกมกันทั้งคู่

     ชื่อสายแต่ไม่สาย : นั่นแหละ ตามแม่บอก
     ชื่อสายแต่ไม่สาย : คนอื่นแล้วล่ะ



     ภัคเลื่อนหาดูรายชื่อเพื่อนสาวคนอื่นอีกครั้ง แล้วสะดุดเข้ากับชื่อแชทของมะนาว หัวหน้าห้องของพวกเขา



     Pakkawato : หรือจะเป็นมะนาว
     Pakkawato : เขาก็ชอบมาคุยกับกูบ่อยๆนะ

     Namfon : ไม่ใช่มะนาว
     Namfon : นางมีคนที่ชอบแล้ว

     ชื่อสายแต่ไม่สาย : จริงดิ
     ชื่อสายแต่ไม่สาย : ใครวะ

     Namfon : ไม่บอก
     Namfon : เอาเป็นว่าไม่ได้ชอบภัคแน่ๆอ่ะ



     ภัคถอนหายใจ เลื่อนหารายชื่ออีกครั้ง



     Namfon : เออ แต่ลายมือมันคุ้นๆว่ะ

     Pakkawato : จริงดิ
     Pakkawato : ลายมือใครๆๆๆๆ

     Namfon : คำว่าคุ้นไม่เท่ากับรู้จ้า
     Namfon : แต่น่าจะสักคนในห้องเราป่ะ

     ชื่อสายแต่ไม่สาย : มึงก็ทักถามผู้หญิงทุกคนในห้องเลยมั้ยล่ะ

     Karn : เยอะไปมั้ง

     Pakkawato : กูก็ไม่ได้สนิทกับผู้หญิงทุกคนในห้องนะ
     Pakkawato : หรือว่าเมล์วะ

     Karn : อันนี้ไม่ชัวร์

     ชื่อสายแต่ไม่สาย : ไม่รู้ว่ะ

     Namfon : ภัคสนิทกับเมล์ด้วยเหรอ
     Namfon : เห็นอยู่ในห้องไม่ค่อยคุยกันนี่

     Pakkawato : จริงๆ
     Pakkawato : เมล์เป็นลูกของเพื่อนพ่อ
     Pakkawato : เลยรู้จักกันแต่เด็ก
     
     Karn : ทำไมกูไม่รู้เรื่องวะ

     Pakkawato : ก็ตอนม.ต้นเมล์เรียนที่อื่น
     Pakkawato : เพิ่งย้ายมาเรียนที่นี่ตอนม.ปลาย
     Pakkawato : พอเมล์ย้ายมาก็มีคุยกันบ้าง แต่ก็ไม่ได้บ่อยเท่า

     ชื่อสายแต่ไม่สาย : อ่อ
     ชื่อสายแต่ไม่สาย : มึงก็ลองถามดิ

     Namfon : แล้วถ้าไม่ใช่อ่ะ

     ชื่อสายแต่ไม่สาย : ก็หน้าแตก

     Pakkawato : ...



     ภัคชั่งใจอยู่พักใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจกดเข้าแชทของเมล์ ข้อความสุดท้ายที่คุยกันเป็นเรื่องการบ้านเมื่อสามอาทิตย์ก่อน



     Pakkawato : เมล์
     Pakkawato : มีเรื่องจะถาม

     MeiMei : ?
     MeiMei : เรื่อง?

     Pakkawato ได้ส่งรูปภาพ
     Pakkawato : ใช่ลายมือมึงป่ะ



     ภัคกำโทรศัพท์ในมือแน่นด้วยความลุ้นระทึก



     MeiMei : ...
     MeiMei : เหอะ
     MeiMei : ไม่ใช่
     MeiMei : วันนี้กูเขียนที่แขนเสื้อมึง ลืมเหรอ



     ภัคหยิบเสื้อมาพลิกดูแขนเสื้อทั้งสองข้าง ก่อนจะพบข้อความเขียนด้วยปากกาเมจิกสีน้ำเงิน

     'ไหนล่ะชาบูที่สัญญา'


     
     Pakkawato : ...
     Pakkawato : แหะ
     Pakkawato : ลืมค้าบ

     MeiMei : ลืมตำแหน่งที่กูเขียนได้
     MeiMei : แต่อย่าลืมชาบู
     MeiMei : รอมาปีกว่าแล้ว



     ภัคกดออกจากแชทเมล์ แล้วกลับเข้าแชทกลุ่มไปรายงานให้เพื่อนๆฟังโดยไม่เล่าเรื่องชาบูและจงใจอ่านไม่ตอบเมล์ด้วย



     Pakkawato : ไม่ใช่เมล์ว่ะ
     Pakkawato : ผู้หญิงคนอื่นในห้องกูก็ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น

     ชื่อสายแต่ไม่สาย : หรือ
     ชื่อสายแต่ไม่สาย : จะเป็นผู้ชายวะ

     Karn : ...

     Namfon : ...

     Pakkawato : ...
     Pakkawato : ไอ้สาย อย่าบอกนะว่ามึงคิดกับกู...

     ชื่อสายแต่ไม่สาย : ไม่ใช่กูครับ
     ชื่อสายแต่ไม่สาย : กูแค่จุดประกายความคิด

     Karn : แล้วถ้าสมมติเป็นผู้ชายจริงๆ
     Karn : จะทำไงวะ

     Pakkawato : ปฏิเสธสิวะ
     Pakkawato : กูชอบผู้หญิง มึงก็รู้

     Namfon : แล้วไม่มีผู้หญิงคนอื่นแล้วเหรอ
     Namfon : ที่สนิท

     ชื่อสายแต่ไม่สาย : นั่นสิ
     ชื่อสายแต่ไม่สาย : กูก็เห็นมึงคุยกับสาวเยอะ

     Pakkawato : เพื่อนสาวในห้องเรียน ขยายความด้วยครับคุณสาย
     Pakkawato : ก็คุย แต่ไม่สนิทถึงขั้นใช้กูมึง
     Pakkawato : กับผู้หญิงส่วนใหญ่กูพูดจาดีเสมอมึงก็รู้ ยกเว้นไม่กี่คน



     ภัคชะงักนิ้วที่กำลังพิมพ์เหมือนสะกิดใจบางอย่างแล้วพิมพ์ส่งลงไปในกลุ่ม






     Pakkawato : ใช่มึงป่ะวะน้ำ






     ทั้งแชทเหมือนหยุดนิ่ง คนนอกแชทเองก็เช่นกัน

     ภัครู้สึกหายใจได้ไม่ทั่วท้อง หวั่นใจกับคำตอบของเพื่อน ถ้าหากว่าไม่ใช่ก็ถือว่าขำๆกันไป แต่ถ้าหากว่าใช่ล่ะ?

     น้ำ ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนร่วมห้องของเขา เป็นเพื่อนในแก๊งที่นั่งอยู่ติดกัน ไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ ในสายตาเขา น้ำเป็นผู้หญิงที่เหมือนผู้ชายมากกว่า ลุยๆกล้าๆ หัวเราะเสียงดัง ชอบใส่กางเกงพละมากกว่ากระโปรงนักเรียน ชอบไว้ผมสั้นมากกว่าผมยาว เป็นเพื่อนที่เขาคิดแค่เพื่อนมาตลอดและไม่เคยมองในแง่อื่นเลย

     ถ้าเกิดเป็นน้ำขึ้นมาจริงๆ ความเป็นเพื่อนของพวกเขาจะจบลงเท่านี้รึเปล่า?





     Namfon : ...
     Namfon : มึง
     Namfon : ผิดผีนะ
     Namfon : คิดมาได้ไงวะว่าเป็นกู
     Namfon : ถ้าเป็นกูจริงๆกูจะบอกทำไมว่าคุ้นลายมือ คิดสิคิด




     ภัคถอนหายใจโล่งอก



     Pakkawato : ก็ไม่รู้
     Pakkawato : ดีละที่ไม่ใช่มึง

     ชื่อสายแต่ไม่สาย : แล้วเว้นช่วงนานซะกูลุ้น

     Namfon : กำลังขำอยู่
     Namfon : แต่ถามจริง
     Namfon : ถ้าหาตัวเจอมึงจะทำไงวะ
     Namfon : จะคบ?

     Pakkawato : ไม่รู้ว่ะ
     Pakkawato : ใครเขียนกูยังไม่รู้เลย
     Pakkawato : เลยต้องหาก่อนเนี่ย แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเอายังไง

     Karn : กูว่าบางทีเขาอาจจะไม่ได้อยากให้มึงรู้ก็ได้ป่ะวะ
     Karn : ประโยคบอกเล่างี้ ไม่ต้องการคำตอบ
     Karn : ถ้าเขาอยากให้มึงรู้ว่าเขาเป็นใคร ก็คงเขียนชื่อลงไปแล้ว

     ชื่อสายแต่ไม่สาย : แล้วถ้าไม่อยากให้รู้ว่าเป็นใคร
     ชื่อสายแต่ไม่สาย : จะเขียนทิ้งไว้ทำไมตั้งแต่แรกวะ
     ชื่อสายแต่ไม่สาย : คาใจตายพอดี

     Namfon : ก็เรียนจบแล้ว
     Namfon : ครั้งสุดท้าย อย่างน้อยก็ขอบอกผ่านตัวอักษรงี้
     Namfon : ไม่ได้คาดหวังอะไร ไม่ต้องตามหาไม่ต้องจริงจังก็ได้
     Namfon : แค่รับรู้ก็พอว่ามีคนชอบมึงอยู่

     Pakkawato : ...
     Pakkawato : ตกลงไม่ใช่มึงจริงๆใช่มะน้ำ

     Namfon : ใช่ก็ผีละ

     Karn : งั้นก็ปล่อยมันเป็นปริศนาต่อไป
     Karn : กูไปกินข้าวละ

     ชื่อสายแต่ไม่สาย : เออ กูด้วย

     Namfon : เหมือนกัน

     Pakkawato : เค้




     บทสนทนาทุกอย่างจบลงเท่านี้ ภัควางโทรศัพท์มือถือลงแล้วเอาเสื้อนักเรียนในมือไปใส่ไม้แขวน แขวนไว้กับที่แขวนบนบานประตูห้องนอนตนเองแล้วมองข้อความมากมายที่อยู่บนเสื้อนักเรียน

     บางทีที่เพื่อนของเขาพูดมาอาจจะถูก มันอาจจะเป็นแค่ข้อความบอกความในใจที่ไม่ต้องการคำตอบใดๆ เหมือนกับพวกข้อความที่เหมือนกับคำบอกลาพวกนี้นั่นแหละ

     ก็แค่หนึ่งข้อความท่ามกลางข้อความมากมายที่ไม่ระบุแม้แต่ชื่อผู้เขียน เขาควรจะเลิกใส่ใจแล้วปล่อยให้มันผ่านไปเหมือนที่เจ้าของข้อความนี้ต้องการ

     "ภัค ลงมากินข้าวได้แล้ว!"

     "ครับแม่"






     กาฬวางโทรศัพท์มือถือลงแล้วเอนหลังลงไปกับเตียงนุ่ม พลิกตัวจ้องมองปากกาเมจิกสีน้ำเงินและสีแดงที่วางเอาไว้บนหัวเตียงในตอนที่กลับมาถึงห้อง

     มันก็แค่หนึ่งข้อความ หนึ่งประโยคบอกเล่าท่ามกลางตัวอักษรมากมาย

     ไม่ได้คาดหวังอะไร เขารู้อยู่แล้วว่าเพื่อนสนิทของเขาเป็นยังไง ตลอด 6 ปีที่ผ่านมาที่อยู่ด้วยกันทำให้เขารู้นิสัยใจคออีกฝ่ายดีพอที่จะคาดเดาคำตอบของคำสารภาพได้ แต่พอได้ลองถามออกไปจริงๆแล้วรู้คำตอบจริงๆก็ทำเอาจุกอยู่ไม่น้อย

     กาฬหลับตาลง

     ตัวอักษรสีแดงนั้น สักพักก็คงจะจางลงไปตามกาลเวลา ความสงสัยของภัคเองก็เช่นกัน ผ่านไปสักสองสามวันเจ้าตัวก็คงเลิกสนใจไปแล้ว เหลือแค่ความรู้สึกของเขาเท่านั้น ที่ไม่รู้ว่าจะจางลงไปเมื่อไหร่

     "...ก็แค่ประโยคบอกเล่า"

     เขาพึมพำเสียงเบาหวิวตรงข้ามกับความรู้สึกที่หนักอึ้ง

     ประโยคเดียวที่เขียนขึ้นมาจากความรู้สึกที่เอ่อล้นนั่นน่ะ สำหรับคนที่ไม่รู้สึกอะไรเลยมันก็เป็นได้แค่...  


  ...แค่ปากกาเมจิกสีแดงบนเสื้อนักเรียนเท่านั้นเอง

  
SHARE
Written in this book
One day
Writer
SmokerZ
Writer
เอาไว้ลงเรื่องสั้นตามอารมณ์เป็นหลัก

Comments