เดี๋ยวฟ้า เดี๋ยวเหลือง เดี๋ยวก็เดิน
หลังจากตกลงกันแล้วว่าไปแม่แจ่ม
พวกเราก็บอกตี้ให้มาเจอกันที่เซ็นทรัลแอร์พอร์ท
และแวะซื้อขนมกับนมไปฝากน้องๆ ในหมู่บ้าน
พวกเรานั่งรถเมลล์สีฟ้า (เชียงใหม่-ฮอด) ไปทอดแรก ก่อนลงกลางทางแวะเอาโน้ตบุ้คของโบว์ (เพื่อนตี้) ไปทำงาน แล้วต่อรถเหลืองเชียงใหม่-จอมทองอีกที ระหว่างที่นั่งรถ .. พวกเราก็ถามคุณลุงคนขับเรื่องรถที่จะต่อไปยังหมู่บ้าน คุณลุงชาวไทใหญ่และชาวเมืองเหนืออู้กำเมืองกันจนพวกเราฟังไม่ทัน แต่ลุงทั้งสองคนคุยกันเรื่องเส้นทางเหมือนเป็นประเด็นใหญ่เอาการ พยายามหาทางให้พวกเราขึ้นไปที่หมู่บ้าน และสุดท้ายคือ ...

"ต้องเดินไปหมู่บ้านแม่แรกก่อนประมาณ 1 กิโล แล้วไปหาพ่อหลวง ให้พ่อหลวงหารถพาขึ้นไปได้" ลุงชาวไทใหญ่บอก 

เราคุยจอแจกับคนขับ และคุยกันเองไปตลอดทาง รถไต่ขึ้นไปบนเขาเรื่อยๆ อากาศเริ่มเย็น และข้างทางไปเป็นต้นไม้เขียวชะอุ่ม ต่างกับกุมภาตอนที่เรากำลังกลับบ้านหลังจากฝึกงาน ทุกอย่างตอนนั้นเป็นโทนสีส้ม-น้ำตาล อากาศร้อนและแห้งจนถึงกับภาวนาให้ถึงบ้านตัวเองไวๆ  
หลังจากนั้นลุงถามว่าพวกเรามาจากไหน พวกเราก็บอกว่ามาจากกระบี่ (แต่คนเขียนมาจากตรัง) ลุงก็ถามว่าบ้านพวกเราติดทะเลไหม ทำประมงรึเปล่า แต่เราทั้งสามคนก็บอกว่า เปล่า
แล้วคุณลุงบอกพวกเราประมาณว่านึกว่าคนใต้เขาจะทำแต่ประมง 

_________________________________


สักพักลุงก็จอดรถและบอกพวกเราว่าถึงแล้ว พวกเราลงรถกันไป คุุณลุุงคนขับช่วยยกกระเป๋าและของฝากลงจากหลังคารถ และคุณลุงชาวไทใหญ่ก็บอกพวกเราว่า เดินไปทางนี้ ไปหมู่บ้านแม่แรก เราเห็นศาลาริมทางที่เริ่มพุพังตามเวลา  มีคุณตากับคุณยายแต่งตัวแบบที่เราเรียกกันว่าชาวเขานั่งอยู่ตรงศาลา และถนนดินแดงทอดไป เแล้วเราก็เริ่มออกเดิน
ฉลามสวัสดีคุณตาคุณยาย เราก็สวัสดีตามๆ กัน
แล้วคุณตากับคุณยายก็ลุกขึ้นเดินไปกับพวกเราด้วยและใจดีคอยช่วยเราถือของ แต่พวกเราปฏิเสธทุกครั้งเพราะคุณยายเจ็บขาและคุณตาก็ไม่ค่อยแข็งแรง เป็นช่วงที่อุ่นใจเพราะตอนนี้พวกเรามีกันอยู่ 5 คนแล้ว

หลังจากนั้น ก็มีรถมอไซด์มารับคุณตากััับคุุณยายล่วงหนาไปยังหมู่บ้านก่อน เหลือแค่เราสามคนเดินอยู่กับเพลงที่ดังไปตามทาง กระเป๋าและของที่มาใหม่จำนวนหนึ่ง ทำให้เราเหนื่อยง่ายไปอีกหน่อย เราเลยพักกันเป็นระยะ พลัดกันถือของหนัก ผูกติดไว้กับกระเป๋าบ้าง และพยายามไม่พูดถึงเรื่องความไกล (?)

__________________________________


เดินไปไม่นานเราก็ค่อยๆ เห็นเนินเขาทุ่งข้าวโพดสีเขียว เห็นเพิงเล็กๆ ที่อาจใช้เป็นที่พัก เห็นทางโค้งไปยังหมู่บ้าน และภูเขาทักทายมาไกลๆ 
พวกเราเลยถือโอกาสหยุดพักและเก็บภาพไปด้วย เมื่อออกเดินต่อก็เจอรถคุณลุงคนนึงผ่านมาพอดี เราเลยลองโบกรถคุณลุงกันดู แต่คุณลุงไม่สะดวก (ก็แหงล่ะ เพราะลุงกำลังขับรถออกจากหมู่บ้านนี่นา) ด้วยความเหนื่อยล้าก็ทำให้เราฉุกคิดถึงเรื่องจะไป trekking ที่เนปาลเราก็เลยพูดกับเพื่อนว่า "แค่นี้ก็เหนื่อยแล้ว ไปเนปาลนี่คงตายไปเลย " แล้วเพื่อนก็ดันเห็นด้วย ... 
เราออกเดินต่อผ่านทางโค้งไปหมู่บ้าน เราเริ่มมองหาบ้านหลังแรกและเมื่อเห็น .. ใจเราก็เริ่มชุ่มชื้นขึ้นมาทันใด ใกล้แล้ว ..
I wanna wake my soul, climb the highest mountain
I wanna write my name in the clouds and never come back again
— Never comes back again : Austin Plain
(เพลงที่เราเปิดฟังกัน)
To be continued .. 

SHARE
Written in this book
North-Again : Mae Chaem
การเดินทางของเพื่อน 3 คน ในระยะเวลา 3 วัน ณ หมู่บ้านเล็กๆ (ในภูเขาลูกใหญ่) แห่งหนึ่ง .. ในจังหวัดเชียงใหม่

Comments