He ☄️

แสงไฟสลัวสีนวลตามราวรั้วส่องสว่างท่ามกลางความมืด บรรยากาศของสวนที่ถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้ และกลิ่นหอมอ่อนๆหลังฝนจาง ผมนั่งอยู่ที่ม้านั่งเพียงลำพังกับใจที่เหม่อลอย ลอยไปตามอากาศ ลอยไปตามสายลม ลอยไปหาดวงดาว ลอยไปหาใครซักคนหนึ่ง คนที่ไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว

เพราะเธอกลับไปหาคนคนนั้น ทิ้งผมให้อยู่กับอดีตและความทรงจำ ที่เราสองคนสร้างไว้ และพังมันลงด้วยมือของพวกเราเอง



3 ปีก่อน ,


ตอนนั้นผมยังอยู่มัธยมอยู่เลย ในวันที่ทุกอย่างกำลังจะไปได้ดี ในวันที่ทุกคนดูมีความสุข รวมถึงผมเองด้วย ปาร์ตี้สังสรรค์ก่อนจบของพวกเราทุกคนในร้านอาหารขนาดใหญ่ เรื่องราวทั้งหมดจะไม่เกิดขึ้น หากในตอนนั้น ผมไม่เหลือบไปเห็นแววตาคู่นั้น

แม้จะอยู่ในความมืด ผมก็ยังเห็นดวงตาที่แดงก่ำของเธอ และน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม ก่อนที่เธอจะเดินออกไป


ผมรู้ เราทุกคนรู้ว่าเธอกำลังคบกับใคร และในสถานการณ์แบบนี้ ทุกคนรู้ดีว่าคนที่ควรเดินตามเธอออกไป ต้องเป็นแฟนของเธอ ไม่ใช่ผม

แต่ในเวลาที่ความรู้สึกอยู่เหนือเหตุผล
ผมตัดสินใจตามเธอออกไป

“เป็นไร” ผมถามเธอ ในฐานะเพื่อนคนหนึ่งที่เป็นห่วง
และในตอนนั้นเอง

เธอหันมากอดผม แล้วซบหน้าลงที่อก สะอื้นไห้อย่างคนเสียสติ และมันค่อยๆแน่นขึ้น แน่นขึ้น และไม่มีท่าทีว่าเธอจะหยุดมันง่ายๆ

“ค่อยๆพูดนะ ไม่เป็นไร ใจเย็นๆ”

“เราเลิกกับพี่เขาแล้วนะ”

ผมไม่รู้จะพูดอะไรต่อไป มันเป็นความรู้สึกจุกอยู่ในอก ทั้งสงสาร ทั้งเห็นใจ เธอยืนกอดกับผมอยู่นานทีเดียว ก่อนที่เธอจะเริ่มพูดด้วยเสียงสั่นเครือ

“เราไม่อยากเจอเขาแล้ว”

“อืม เราเข้าใจนะ”

เธอยิ้มให้ผม แล้วกอดผมอีกครั้งนึง

“ขอบคุณที่อยู่ข้างเราวันนี้นะ เธอเป็นคนแรกเลย ที่เดินตามเราออกมา เรารู้สึกดีมากๆ”

“ก็ร้องไห้ซะขนาดนั้น” ผมหัวเราะเบาๆ

“เราคงไม่อยู่ปาร์ตี้ต่อแล้วอะ ขอโทษด้วยนะ ฝากขอโทษเพื่อนๆด้วย”

“ไม่เป็นไรหรอก ไปพักเถอะ”

หลังจากจบบทสนทนาในตอนนั้น เราก็เริ่มสนิทกันมากขึ้น จากเพื่อนร่วมห้อง ก็กลายเป็นเพื่อนสนิท และจากเพื่อนสนิท เราต่างไม่เคยคิดเลยว่า มันจะกลายเป็นความสัมพันธ์ที่เลยเถิดและยุ่งเหยิง สร้างความเจ็บปวดให้ผมถึงทุกวันนี้

2 ปีก่อน ,

หลังจาก1ปีนั้น เราตัดสินใจคบกัน โดยที่เธอก็ดูมีความสุขดี เธอมักบอกกับผมว่า ผมเป็นคนที่ทำให้เธอมีความสุขได้เสมอ คอยอยู่ข้างเธอและปลอบเธอ ในตอนที่เธอไม่เหลือใคร

“ฉันสบายใจทุกครั้งเลย เวลาได้อยู่กับเธอ”
เธอบอกกับผม และเป็นคำพูดที่ผมไม่เคยลืม

แม้ว่าเธอจะดูร่าเริง ดูมีความสุข แต่ในใจลึกๆ ผมรู้ดีแก่ใจว่า ในแววตาของเธอมีความเศร้าปนอยู่ด้วยเสมอ

และสิ่งที่ผมกลัวมาตลอดก็ได้ผุดขึ้นมาในหัว

เพราะเธอยังไม่ลืมคนเก่า

นั่นเลยทำให้ผมสงสัยว่า

ในใจเธอมีผม หรือมีเขากันแน่


แต่เราต่างไม่ได้พูดเรื่องนี้ และปล่อยให้มันเป็นความลับในใจต่อไป

1 ปีก่อน ,

ผมไม่เคยเชื่อเลยว่า ความสัมพันธ์ที่ต้องคอยหวาดระแวงและไม่ไว้ใจซึ่งกันและกัน เป็นความสัมพันธ์ที่ยืนยาว

ตลอด1ปีที่ผ่านมา ผมรักเธอนะ แต่เธอรักผมหรือเปล่า ผมไม่รู้หรอก แต่ผมก็คอยหลอกตัวเองเสมอ ว่าเธอรักผม

แต่ก็นะ ใครจะลืมแผลเป็นของตัวเองได้ล่ะ ในเมื่อมันตราเข้าไปในหัวใจ และเอาออกไม่ได้เสียด้วย

มันเป็นความสัมพันธ์ที่อธิบายยาก 
เธอ ยังคงรักเขา ไม่ลืมเขา ทั้งใจเธอมีแต่เขา
ส่วนผม รักเธอ มีแต่เธอเต็มหัวใจ แต่เหมือนความรักครั้งนี้ เป็นการยัดเยียดตัวเองเข้าไป มันไม่มีความสุขเลยซักนิด

ก็คนเก่าเขาทำไว้ดี คนใหม่อย่างเราจะสู้คนในใจเขาได้ไง


และที่ผมโกรธตัวเองมากที่สุด
คือไม่สามารถทำให้เธอยิ้มอย่างจริงใจได้เลยซักครั้ง
ผมกำจัดความเศร้าในใจเธอไม่ได้
กำจัดเขาออกจากใจเธอก็ไม่ได้

6 เดือนก่อน ,

ความรักที่ดีไม่ต้องพยายาม
ส่วนความรักที่ต้องพยายาม มักไม่มีความสุข

และทุกอย่างก็มาถึงจุดแตกหัก

“ทำแบบนี้อีกแล้ว พี่ป๊อบไม่เห็นงี่เง่าแบบนี้เลย” เธอตวาดใส่ผม เป็นครั้งแรกที่เธอเอ่ยชื่อคนรักเก่า

“เราขอโทษ” ผมกดความรู้สึกโกรธให้อยู่ลึกที่สุดของหัวใจ

“พยายามหน่อยนะ คนเก่าทำไว้ดี”

“แล้วเรายังพยายามไม่พออีกหรอ” น้ำตาคลอที่เบ้า ผมรู้สึกว่าตัวเองเหมือนคนที่ต้องเสียน้ำตาให้กับความรักโง่ๆแบบนี้

“เราพยายามทำให้เธอมีความสุข เราทำทุกอย่างแล้ว แล้วเธอเคยคิดจะลืมเขาบ้างมั้ย หรือเห็นเราเป็นแค่ตัวคั่นเวลา...”

ใช่

ตัวคั่นเวลา เรามันไม่ใช่ตัวจริง ทำให้เธอมีความสุขแค่ชั่วคราว พูดแบบนี้ถึงจะถูก

คนมาทีหลังก็แบบนี้แหละ

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมพยายามรักษาความสัมพันธ์นี้เอาไว้ โดยที่อีกฝ่ายพยายามจะพังมันลงมาอย่างไม่รู้ตัว ผมสูญเสียความเป็นตัวเอง แต่ผมก็เต็มใจ หากจะทำให้เธอมีความสุข

แต่นั่นเปล่าเลย มันเปล่าประโยชน์


“เราทำให้เธอมีความสุขไม่ได้ เราสู้คนในใจเธอไม่ได้ เรายอมแพ้แล้ว...”


“นี่ เราขอ...”

“วันนั้นเธอบอกว่าเธอสบายใจ ตอนนี้ไม่สบายใจแล้วเหรอ”

ผมกลั้นน้ำตา ร้องไห้ไม่ต่างจากเธอในวันนั้น

“ถ้าเขาทำให้เธอมีความสุขได้มากกว่าเรา เธอก็ไปเถอะ เราขอโทษจริงๆ ไปมีความสุขเถอะนะ”

เธอยืนร้องไห้ แต่ด้วยสีหน้าที่เยือกเย็น แล้วมองผมเดินออกไปจากห้อง
ถ้าเธอยังตัดด้ายเส้นเดิมไม่ขาด...แล้วเธอจะเย็บผ้าผืนใหม่ได้อย่างไร
Annamel
-บุคคลสมมติผู้เป็นนิรนาม




SHARE
Writer
Annamel
anonymous
บุคคลสมมติผู้เป็นนิรนาม

Comments