ประมาณ 1 ปี 6 เดือน (หรือมากกว่านั้น)

เราขอสาบานอย่างจริงจัง
ว่าเราเขียนบทความนี้ ด้วยใจที่สงบ
และเป็นกลาง

ขออนุญาตพิมพ์คำว่า คิดถึง รัก และเป็นห่วง
แบบมีสติที่สุดตั้งแต่ที่รู้จักกันมา

ขออนุญาตบันทึกความคิด และความรู้สึก
เพื่อเก็บเอาไว้ไตร่ตรอง
และเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต


แกว่า.. เวลาช่วยได้จริงหรอวะ?
แล้วแกว่า..การเป็นตัวเองทำให้แกเสียคนที่แกรักมากี่คนแล้ววะ?
และแน่นอนว่า
สองคำถามด้านบน
ไม่เกี่ยวข้องอะไรกันโดยตรงอย่างสิ้นเชิง


เราเดินออกมาไกลมากแล้ว
เราพูดบ่อยจนบางทีแทบจะเป็นคำติดปาก
ไม่รู้ว่าพูดคำนี้เพราะว่าเราเดินออกมาไกลมากแล้ว
อย่างที่ปากว่าจริงๆ

หรือ เราแค่พูดไปอย่างนั้น 
เพราะว่าจริงๆแล้วเราทั้งคู่
ไม่ได้ติดต่อกันมาเป็นสักพักใหญ่

วัดจากอะไรหน่ะเหรอ?
จากที่เราไม่รู้แล้วว่าตอนนี้เขายังชอบกินเกี๊ยวซ่า
หรือว่าผัดเปรี้ยวหวานอยู่ไหม
นอนดึก หรือ แกะเพลงดึกหรือเปล่า
ทำงานอะไรอยู่
กลับบ้านบ่อยไหม มีเรื่องเครียดอะไรหรือเปล่า
ยังเมาเหมือนเดิมไหม
ยังใส่สลิปออนเฉิ่มๆอยู่หรือเปล่า
ตอนนี้ดูซีรี่ย์อะไรอยู่ ใช่ภาคต่อของเรื่องที่เคยดูด้วยกันหรือเปล่า
นาฬิกากับพี่กริซ ยังใส่หรือยังเก็บไว้หรือเปล่า
แล้วเบสหล่ะ ..เก็บเงินซื้อตัวใหม่ไปถึงไหนแล้ว

เราไม่รู้อะไรเลย
...

ประมาณ 1 ปี 6 เดือน (หรือมากกว่านั้น)
ตั้งแต่ตอนนั้น
จนถึงตอนที่เรานั่งพิมพ์อะไรโง่ๆอยู่ตอนนี้
คือระยะเวลาการเดินทางคนเดียวของเรา
ในช่วงจุดเปลี่ยนของชีวิต

และตั้งแต่ไม่มีเขา


แม่ง..
สงสัยยังเดินออกมาไม่ไกลพอว่ะ !



ไหนใครบอกเวลาช่วยได้
เราดูพระอาทิตย์ ตากฝน เจอแดดร้อนๆ
นั่งกินข้าว ดูหนัง อ่านหนังสือ นอนดูซีรี่ย์
หรือแม้กระทั่งไปดูคอนเสิร์ต
พาตัวไปเจออะไรใหม่ๆตั้งเยอะแยะ..

ทำไมตอนนี้เราแม่งยังจำหน้าเขาได้อยู่เลยวะ


แต่พอมานั่งคิดๆดูแล้ว ก็ดันกลายเป็นเราเองต่างหาก
ที่ยังอนุญาตให้เขายังอยู่ในชีวิต
หากแต่ว่า ไม่ใช่เป็นตัวบุคคล
แต่ดันเป็นของหรืออะไรที่เขาเคยชอบมันตอนอยู่ด้วยกัน


แบบนี้สิ่นะ ที่เขาเรียกว่า มูฟออนเป็นวงกลม




ตอนแรกเราคิดว่าการที่เราเป็นคนไม่ชอบทะเลาะ
มันจะเป็นเรื่องดี

แต่ทำไมตอนนี้ เราต้องมานั่งเสียดาย ที่เราไม่เคยนั่งร้องไห้คนเดียว
เพราะว่าเราทะเลาะกันเลย เรามีแต่คำว่าเข้าใจกัน
จนบางครั้ง มันดันกลายเป็นว่า
เราเข้าใจเขาอยู่ฝ่ายเดียวหรือเปล่านะ

ถ้าเราผิดใจกัน เราไม่เข้าใจกัน และเป็นเราที่ร้องไห้ฟูมฟาย
แกว่า เขาจะดึงเราไปกอดเหมือนในหนังปะวะ
หรือ เขาจะเกรงใจ และไม่โกหกเราใช่ไหม เขาจะทำอะไรก็ตามแต่
ให้เราสบายใจใช่ไหมวะ


อย่างที่เขาบอกกันว่า ถ้าทำเต็มที่ จะไม่มีเสียดาย
มันจะไม่มีคำว่า ถ้าหาก..

แต่ก่อนก็คิดแบบนั้นว่าทำส่วนของเราดีที่สุดแล้ว
แต่วันนี้ ดันมีประโยคเด็ดเกิดขึ้นในหัวว่า

ถ้าหากวันนั้น เราชวนทะเลาะกันสักตั้งสองตั้ง
เรียกร้องสิทธิ์บ้างอะไรบ้าง ขอให้เขาเปลี่ยนอะไรเพื่อเราบ้าง
เราอาจจะรักกันมากขึ้นก็ได้มั้ง

และถ้ามันเคยเป็นอย่างนั้น
ตอนนี้เราจะยังได้กอดกันเหมือนเดิมหรือเปล่า

และสิ่งที่เราเสียดายในทุกๆความสัมพันธ์
คือเราหน่ะ ไม่เคยชวนทะเลาะเลยสักครั้งนั่นเอง


เวลาผ่านไปจนจะ 2 ปี แม่งเสือกเพิ่งมานั่งเสียดาย
เสียดายที่เป็นตัวเองจนต้องเสียเขาไปจริงๆ

เสียดายที่เป็นคนเข้าใจไปหมดทุกอย่างบนโลก
หรือถ้าไม่เข้าใจ ก็จะพยายามเข้าใจให้ได้
เสียดายที่การทะเลาะกัน มันดันไม่ใช่นิสัยเราเลย
เสียดายที่เราไม่เคยแม้กระทั่งร้องขอ
ให้เขารักเรามากขึ้น
เราเสียดาย
ที่เราไม่เคยร้องไห้ต่อหน้าเขาว่าเราไม่โอเคอะไรบ้าง
เราอยากให้เขาเปลี่ยนอะไรเพื่อเราบ้าง
แต่แม่งเสือกไม่มี .. ก็เสือกไปรักเขา
ที่เขาเป็นตัวเขาเอง

แต่รักที่ต้องร้องขอ.. แบบนั้นเรียกรักเหรอวะ?

มีแค่เพียงเรื่องเดียวที่เราร้องไห้ต่อหน้าเขา
คือวันที่เขาบอกเราว่าจะไป .. เท่านั้นแหล่ะ


การเป็นตัวเอง
ทำให้เสียคนที่เรารักไปจริงๆด้วยว่ะแก..
แถมเวลา แม่งเสือกยังไม่เคยพอสักที

คิดแล้วก็เศร้านะ มันเศร้าจริงๆ

.. 


ด้วยรัก และ ยังเป็นห่วงเหมือนเดิม
ไม่ว่าจะในสถานะไหน จนถึงวินาที ที่พิมพ์ประโยคนี้จบ.

11:16:40
SHARE
Written in this book
นี่ฉันเอง
ใครๆก็มีเรื่องให้ซัฟเฟอร์กันทั้งนั้นแหล่ะหน่า
Writer
burrylin
storyteller | healer
แด่ทุกๆความรักบนโลกใบนี้ ที่เคยเกิดขึ้น ยังมีอยู่ และจบไป

Comments