ในวันที่แม่ป่วย
 
1. ความหวัง

แม่เข้าโรงพยาบาลเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคม สาเหตุที่แพทย์วิเคราะห์คือ “โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด” ซึ่งมีสาเหตุมาจากหลายๆ ประการ เช่น เส้นเลือดหัวใจตีบ แพทย์ที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด ส่งต่อแม่ไปรักษษที่โรงพยาบาลศูนย์ประจำภาค เพื่อทำการฉีดสี และสวนหัวใจ วันที่นัดคือ 7 ตุลาคม 2562

ก่อนที่เราจะไป (เราหมายถึง ฉัน พี่สาว และแม่) เรามีความหวังเต็มเปี่ยม ฉันหวังไว้ว่า ผลการฉีดสีจะบอกว่าแม่ไม่เป็นอะไรเลย พวกเราเชื่อเช่นนั้น เราคุยกัน และบอกกันว่า

“แม่ไม่เห็นมีอาการอะไรของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบเลยนะ ไม่เจ็บจี๊ดๆ ที่หัวใจ ไม่รู้สึกเหมือนใครมาเหยียบที่หน้าอก ไม่มีอะไรเลย”

“คงไม่เป็นอะไรมาก บางทีฉีดสีเราจะได้โล่งใจว่าแม่ไม่เป็นอะไรเลย”

พวกเรานับวันรอการฉีดสี หวังว่าเมื่อผ่านพ้นไปแล้ว เราจะไปฉลองเล็กๆ สักที่หนึ่ง แม่อยากดัดผมใหม่ และฉันจะเป็นคนดัดให้แม่ ส่วนพี่สาวอยากพาทุกคนไปเลี้ยงปลากะพงทอดราดน้ำปลา

2. วันเดินทาง

เราเดินทางไปจังหวัดใกล้เพชรบุรีตั้งแต่เช้ามืดของวันที่ 7 ตุลาคม ฉันพยายามขับรถอย่างระมัดระวัง แม่ดูเครียด และทุกคนดูเครียด

เราเข็นรถวีลแชร์ผ่านผู้คนคับคั่งจอแจ รอคิวแล้วรอคิวเล่า จนกระทั่งมาถึงหน้าห้องแผนกสวนหัวใจ

ด้านหน้ามีคนรอมากมาย แม่รออยู่ประมาณสองชั่วโมงจึงได้เข้าไป

ฉันเดินไปช่วยแม่เปลี่ยนเสื้อผ้า

“ญาติรอข้างนอกนะคะ” พยาบาลแจ้ง

ฉันจับมือแม่ไว้ น้ำตาคลอด้วยความเป็นห่วง

“พระเจ้าคุ้มครองนะแม่ อย่ากลัวนะ”

3. การรอคอย

ด้านหน้ามีญาติรอคอยการสวนหัวใจหลายราย รายที่นั่งใกล้ๆ ฉันเป็นหนุ่มใหญ่วัยเฉียดสี่สิบ ยิ้มให้ฉันอย่างเป็นมิตร ฉันจึงออกปากทักทายและยิ้มให้

เขาเล่าว่าเขามาจากจังหวัดเดียวกับฉัน อาการของแม่เขา แรกทีเดียวเหมือนกับโรคหอบ ซึ่งเป็นโรคประจำตัวของแม่เขาอยู่แล้ว แต่วันนั้น แพทย์เฉลียวใจจึงส่งไปตรวจวัดคลื่นหัวใจ เลยรู้ว่าเป็นโรคหัวใจด้วย

“แม่พี่ไม่มีอาการอะไรเลย มีแค่บ่นเหนื่อย ไม่มีอาการเจ็บจี๊ดๆ ที่หน้าอก อาจมีปวดแถวๆ บ่าบ้าง”

ฉันมองหน้าพี่สาว อาการเหมือนแม่เราเลย

รอได้สักพัก แม่ของพี่คนนั้นก็ออกจากห้องสวนหัวใจด้วยรถเปลนอน เขาเดินเข้าไปหาแม่อย่างรีบเร่ง หอมที่หน้าผากแม่อย่างอ่อนโยน

ฉันและพี่สาวรออย่างอดทน จากเก้าโมง เป็นสิบโมง และเป็นสิบเอ็ดโมง ล่วงเลยไปถึงบ่ายโมง จนในที่สุด พยาบาลเปิดประตูห้องสวนหัวใจและเรียก

“ญาติคุณลาวัลย์ค่ะ”

พวกเราวิ่งปรื๋อไปหาแม่ แม่ยังรู้สึกตัวดี และส่งเสียงบอก

“ทำไม่ได้ ทำไม่ได้”

“ตันหนึ่งเส้น ตีบ 80 เปอร์เซ็นต์หนึ่งเส้น ทำบอลลูนไม่สำเร็จ”

ฉันและพี่สาวแทบหมดแรงตรงนั้น

4. ความผิดหวัง 

เราเดินตามรถเปลนอน สมองยังมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น หลังจากส่งแม่เข้าห้อง CCU แล้ว ฉันต้องไปรับยาคนไข้ในที่แผนกยา รอราวๆ สองชั่วโมง ในระหว่างนั้น พี่สาวเอาแต่ร้องไห้

เราร้องไห้เพราะเราหวังเอาไว้สูง

แม่ไม่สามารถทำบอลลูนในวันนี้ได้สำเร็จ เพราะเคสของแม่เป็นเคสยาก มีหินปูนเกาะในเส้นเลือดหัวใจจนตีบ เครื่องมือธรรมดาไม่สามารถเจาะได้ ต้องใช้เครื่องมือพิเศษและอาจารย์หมอจากกรุงเทพฯ มาทำให้

ฉันรอบัตรนัดคราวหน้า พยาบาลแจ้งว่ายังไม่มีวันนัดที่แน่นอน เพราะคิวยาวมาก

อาจารย์หมอมาเดือนละครั้ง ครั้งหนึ่งทำได้แค่ 4 – 5 คน

เราต้องรอแบบไม่รู้จุดหมาย รอจนกว่าทางโรงพยาบาลจะโทรศัพท์ไป
 
5. มิตรภาพที่ไม่คาดหมาย

ระหว่างที่พี่สาวนั่งร้องไห้ ฉันพยายามเข้มแข็งสุดชีวิต ทั้งปลอบทั้งกอด แต่ทำอย่างไรก็ไม่เลิกร้องไห้สักที

ในจังหวะนั้น มีพยาบาลเดินผ่าน เธอกำลังจะเดินผ่านไป แต่ก็หวนกลับมาอีก

“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องกังวลนะ”

ฉันยิ้มให้เธอ และบอกเธอว่าพี่สาวของฉันแค่ขวัญเสีย

หลังจากเธอเดินออกไปแล้ว

ฉันก็นั่งร้องไห้

พี่สาวของฉันถามฉันทีหลังว่า ทำไมถึงร้องไห้ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นยังปลอบใจดิบดีอยู่เลย

“เคยอ่านที่บอย ตรัยภูมิรัตน์พูดถึงเพลง 'สักวัน' ของเขา เขาบอกว่าเพลงนี้เป็นเพลงปลอบใจคนที่ยิ่งฟังยิ่งร้องไห้ อารมณ์เหมือนเด็กที่จักรยานล้มแล้วพยายามจะเข้มแข็ง แต่พอพ่อหรือแม่มาถามว่าเป็นอะไรไหม ในที่สุดเด็กคนนั้นก็ร้องไห้ อารมณ์น้องก็แบบนั้นล่ะ”


วันถัดมา ฉันนั่งรอพบแม่ที่หน้าห้อง CCU พยาบาลยังไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยม แต่ฉันคุยโทรศัพท์กับแม่ แม่ร้องไห้ อยากกลับบ้าน ตลอดเวลาเราไม่เคยห่างกันเลย ฉันดูแลแม่อย่างเอาใจใส่ แล้วจู่ๆ แม่ก็ต้องไปนอนแปลกที่แปลกทาง ท่ามกลางคนไม่รู้จัก ฉันเป็นห่วง

นายแพทย์คนหนึ่งเดินเข้าไปในห้อง CCU คงตรวจอาการคนไข้ สักครู่ใหญ่เขาเดินออกมา

เขาเดินออกมา เหลียวมองฉันเล็กน้อย ก่อนถาม

“ญาติคนไข้เตียงไหน”

“เตียง 11 ค่ะ”

“แม่เค้าบ่นถึงแน่ะ”

ฉันน้ำตาคลอเบ้า ก่อนหลุดปากออกไปว่า “เป็นห่วงแม่”

“แม่ไม่เป็นไร ปลอดภัยดี ไม่ต้องห่วง”

ฉันไหว้เขาและบอกขอบคุณ

ก่อนจะเดินจากไป เขายังย้ำกับฉันอีกว่า แม่ปลอดภัยดี ไม่ต้องกังวล เดี๋ยววันนี้ได้กลับบ้าน


พี่คนที่มาจากจังหวัดเดียวกัน มารับแม่ของเขาซึ่งทำบอลลูนสำเร็จ ระหว่างนั้นพี่สาวเดินไปคุยกับเขา และบอกถึงความล้มเหลวที่เราได้รับ

ระหว่างเดินไปเอารถ ฉันหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรัง ใบหน้าเคร่งเครียดและเศร้าหมอง พี่คนนี้ที่ฉันไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ ตะโกนถามว่ารถจอดอยู่ที่ไหน เดี๋ยวช่วยถือของและไปส่งที่รถ

เขาเดินมาส่งจริงๆ ระหว่างทางฉันแค่บอกเขาว่า “พาคุณแม่มาคนเดียวหรือคะ เก่งจัง” เขาได้แต่ยิ้มรับ

เมื่อเดินมาที่จอดรถ รถของฉันมีหลายคันกั้นไว้ ก็ได้เขานี่แหละที่ช่วยเข็นรถให้

ฉันถอยรถจากมา ขับไปรับแม่และพี่สาวที่หน้าโรงพยาบาล กลับบ้านของเรา

6. คำปลอบโยน 

เรากลับมาบ้าน สมองโล่งและว่างเปล่า พี่สาวเตรียมตัวเก็บของกลับกลับกรุงเทพฯไปทำงาน

ฉันยังนั่งนิ่งคิด จะทำอย่างไรต่อไปดี

แม่บ่นแล้วบ่นอีกว่าจะไม่ทำอีกแล้ว

อยู่ก่อนหน้านี้ก็สบายดีแล้ว ไปทำเสียอีก เจ็บตัว

ฉันโทรไปหาพยาบาลที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด เล่าถึงสถานการณ์ที่เจอ

“เคยมีเคสแบบนี้บ้างไหมคะ ที่ไปทำแล้วแต่ทำไม่ได้”

“ก็มีบ้างค่ะ ส่วนใหญ่ก็กลับมาคุยกับหมอ รับยาไปกินก่อน”

“ค่ะ”

“มาหาคุณหมอปิติพงษ์วันอังคารนะ ไม่เป็นไร กลับมากินยาบ้านเรานะ”

ประโยคสุดท้ายของคุณพยาบาลยังก้องอยู่ในหู

ฉันกดตัดสาย แล้วร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น




ส่งท้าย

สาระ ฉันอยากแชร์ความรู้ว่า โรคหัวใจ อาจไม่แสดงอาการภายนอกให้รู้ นั่นไม่ได้แปลว่าปลอดภัย คนที่เรารัก หรือแม้แต่ตัวเราเอง อาจมีโรคนี้ซ่อนอยู่เงียบๆ ก็ได้ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมเสี่ยง

ความอ้วน การกินอาหารที่หวาน ไขมันสูง หรือแม้แต่การสูบบุหรี่ก็ตาม

บางทีเป็นระยะเริ่มต้น กราฟหัวใจก็บอกไม่ได้เช่นกัน เหมือนกับแม่ ที่ตรวจกราฟหัวใจทุกปี จนกระทั่งเป็นเยอะ จึงได้ต้องส่งไปฉีดสี

ใครสูบบุหรี่ อยากให้เลิกนะคะ ไม่ได้แอนตี้ว่าคนสูบบุหรี่ คือคนไม่ดี แต่ตัวบุหรี่มันไม่ดี ทำลายสุขภาพ ตอนนี้อาจจะไม่รู้ตัว แต่พออายุมาก มันส่งผลเสียต่อระบบทั้งร่างกายจริงๆ ค่ะ 


SHARE
Written in this book
Lazy Diary
ไดอารีบันทึกชีวิตเมื่อวัย 30 ปี มาถึง
Writer
niji
mirage_niji
mirage_niji

Comments

mmamm
2 days ago
เป็นกำลังใจให้คุณนะคะ
เราต้องเข้มแข็ง​กว่าคนป่วยค่ะ
เคสเราแม่เป็นเส้นเลือด​ในสมองตีบค่ะ โรคนี้ไม่มีสัญญาเตือน​จริงๆๆ นอนโรงบาลสามอาทิตย์​เข้าเยี่ยม​เป็นเวลา เข้าไปทีไรแม่ร้องไห้​ตลอด​เลยค่ะ จากคนใช้ชีวิต​ปกติต้องมาอัมพาตครึ่งซีก
Reply
IhatebutIwant
1 day ago
สู้ๆนะคะ คุณแม่ต้องปลอดภัยค่ะ
Reply
sasiwm
1 day ago
เป็นกำลังใจให้นะคะ ฮึบๆนะ
Reply
ads
9 hours ago
ส่งกำลังใจให้นะคะ ทำทุกวันที่มีอยู่ให้ดีที่สุดค่ะ และขอให้ใช้ชีวิตให้มีความสุขในทุกๆ วัน
Reply
Panmile
3 hours ago
ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีนะครับ เป็นกำลังใจให้ครับ
Reply