ก่อนอาทิตย์อัสดง
ทิวางาม
ยามอยู่เคียงคง
สุริยาแสงส่ง
ปวงชีวิตในโลกดำรงเริงใจ
แว่วเสียงนกกางเขนลอยมาตามสายลมเสมือนนาฬิกาปลุกในเช้าวันใหม่ กลิ่นชื้นดินชื้นหญ้าจากหยาดน้ำฝนในค่ำคืนที่ผ่านมา เรียกความสดชื่นให้หญิงสาวลุกจากเตียงนอนไปเปิดม่านออกเพื่อรับแสงแดด หล่อนไม่ได้เปิดเครื่องปรับอากาศ แต่ใช้วิธีปิดประตูมุ้งลวดริมระเบียงแทนประตูกระจก ฝนที่ตกตลอดทั้งคืนทำให้อากาศค่อนข้างเย็น แม้จะเปิดแค่เพียงพัดลม แต่ถึงกระนั้น หล่อนก็ยังคงนอนหลับใหลได้ตลอดคืน

หล่อนยืนกอดอกอิงขอบประตูระเบียงที่เพิ่งเปิดออก ทอดสายตาสู่ภาพที่ปรากฏตรงหน้า กิ่งไม้เขียวขจีแกว่งไกวไปตามลม ท้องฟ้าแจ่มใสจนมองไม่เห็นเมฆ เหมือนว่าไม่เคยมีพายุฝนเกิดขึ้นมาก่อน หากไม่มีความเย็นชื้นที่สัมผัสผิวกายบ่งบอก หล่อนสูดออกซิเจนจากธรรมชาติเข้าเต็มปอด ก่อนจะหันหลังกลับเข้าไปในห้อง เปิดเพลงไทยยุค 80 ที่โปรดปราน แล้วต้มน้ำร้อนในกาเตรียมชงกาแฟเป็นกิจวัตรอย่างเคย วันหยุดสุดสัปดาห์เช่นนี้ก็เป็นอีกวันที่หล่อนเติมคาเฟอีนเข้าสู่ร่างกาย ราวกับมันเป็นยาอายุวัฒนะก็ไม่ปาน

เวลาเดินไปอย่างรวดเร็ว สวนทางกับหล่อนที่ยังคงไม่ได้ทำสิ่งใดเป็นชิ้นเป็นอันอย่างที่ตั้งใจไว้ ชีวิตหล่อนก็อย่างนี้ อะลุ่มอล่วยจนเคยชิน บางครั้งรีบร้อน บางครั้งก็เชื่องช้า บางครั้งจริงจัง บางครั้งก็เอาแต่สุขารมณ์ รู้ตัวอีกทีเวลาก็ได้ผ่านเลย เข้าทำนองว่า...เวลาเหมือนสายน้ำ ไหลไปแล้วไม่ย้อนกลับ

เรียวขาสลักเสลาพาตัวหล่อนทอดน่องไปตามทาง กลิ่นดอกปีบร่วงหล่นเรียงรายส่งกลิ่นหอมเย็นเช่นทุกครั้งที่ผ่าน มันเป็นดอกไม้ที่หล่อนชอบ ทว่าความจริง...หล่อนก็ชอบดอกไม้ทุกชนิดบนโลกนั่นแหละ หล่อนยังคงเดินไปอย่างคนไร้จุดหมาย บ่ายคล้อยแล้ว อากาศเริ่มเย็นลงทุกขณะจิต เสียงเพลงจากหูฟังเริ่มหล่อหลอมให้รู้สึกว่าโลกนี้เหลือเพียงแค่หล่อน ม้านั่งริมสระมรกตยังคงว่างเปล่าคล้ายกำลังรอให้หล่อนไปนั่ง ซึ่งหล่อนก็ไม่ปฏิเสธ

สายลมหวีดหวิวกระทบผิวนวลเป็นระยะ แสงแดดยังคงรำไร หล่อนยิ้มบาง ๆ ด้วยอารามชอบใจในบรรยากาศ พลันห้วงความคิดหนึ่งก็แทรกเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ ความคิดที่หล่อนกดเก็บมันไว้ลึกสุดของหัวใจไม่เคยมีใครได้เห็น เป็นความรู้สึกเปล่าเปลี่ยวเมื่อไม่พบใครตรงนี้ ผนวกเข้ากับความถวิลหาในความสัมพันธ์ที่เลยผ่านและใครบางคนที่อยู่แสนไกล ความคิดหล่อนลอยฟุ้ง หากย้อนเวลากลับไปได้หล่อนจะยังคงเลือกทำอย่างเดิมไหม ? หากอีกความคิดหนึ่งชิงตอบขึ้นอย่างถือวิสาสะ ผ่านทิฐิอันแรงกล้าที่มีในตัวหล่อน

'คนอย่างฉัน ถ้าได้ทำอะไรลงไปสักอย่าง ฉันคิดมาเป็นร้อยตลบ'
ทิวาทราม
ยามห่างดวงกมล
สุริยาหมองหม่น
ปวงชีวิตในโลกอับจนเสื่อมทราม
ฝูงนกแตกรังโผบินพาดผ่านฟ้าสีช้ำเลือดช้ำหนอง แสงอาทิตย์จับปลายขอบฟ้าจวนจะลาลับ หล่อนยังคงนั่งอยู่ม้านั่งริมสระที่เดิม สระมรกตสะท้อนแสงสุดท้ายของวัน อารมณ์หล่อนสลับขึ้นลง บางครั้งอ่อนไหว บางครั้งว่างเปล่า หล่อนมองฝ่าม่านน้ำตาออกไปยังอาทิตย์อัสดงตรงหน้า อ้อยอิ่ง เนิ่นนาน ก่อนจะดับสูญ - หวนนึกถึงใครบางคนจับจิตจับใจ

หวังคอย คอยเฝ้าโมงยาม จวบจนทิวาเรืองงาม สบความรักยามคืนคง
SHARE
Written in this book
Sentiment
บันทึกเผื่อลืม
Writer
Pryssana
Duaghter&Dreamer
จืดชืด เรียบง่าย สบาย ๆ ไม่หวือหวา

Comments