เพื่อนคนเดิม
     วันนี้เป็นวันศุกร์ ทั้งๆที่ควรจะหยุดอ่านหนังสืออยู่ที่บ้านแท้ๆ แต่ผมดันต้องหิ้วสังขารตัวเองมาทำงานที่โรงเรียนซะได้ ก็ใกล้จะแข่งแล้วนี่เนอะ ไม่ทำงานแล้วจะเอาอะไรไปแข่ง 

   " กูจะกลับแล้วนะ ต้องไปตลาดต่อ "
   " ไปด้วยดิ "

   สีหน้าของเพื่อนผมบ่งบอกชัดเจนเลยว่า 'มึงจะไปทำไม' แต่ก็นั่นแหละนี่ก็จะบ่ายสามแล้ว ผมนั่งทำงานมาตั้งแต่8โมงเช้า จะกลับตอนนี้จารย์ก็ไม่ว่าไรหรอก ผมไม่สนใจหรอกว่าหน้าของมันจะเป็นแบบไหนเพราะตอนนี้ผมปิดคอม เก็บของเรียบแล้ว

   ' ตลาดก็คือตลาด ' เสียงรถ เสียงจากผู้คน และที่สำคัญเลย อากาศร้อน ประเทศไทยนี่ยืนหนึ่งจริงๆเรื่องนี้ แต่อย่างน้อยแอร์จากร้านขายยาที่ผมกำลังอยู่ในร้านตอนนี้ก็ทำให้ดีขึ้นได้บ้าง
   ผมมองไปที่เพื่อนของผมที่กำลังคุยกับคนขายยา และรอยาพร้อมกับจ่ายเงิน เราเจอกันมากี่ปีแล้วนะ 4หรอ หรือ5 ตอนนั้นเรายังเป็นเด็กกะโปกอยู่เลยมั้ง

   " เหมือนเด็กเลยนะมึงอ่ะ " 

   เสียงเพื่อนของผมดังขึ้นหลังจากที่ผมจับชายเสื้อมันตอนข้ามถนน 

   " ก็กูไม่ได้ใส่แว่น กูมองไม่เห็น "

   จริงๆบ้านผมกับโรงเรียนไม่ได้อยู่ใกล้กันมากนัก ใช้คำว่าไกลโพ้นได้เลยมั้ง ซึ่งนั่นแปลว่าผมจะไม่เชี่ยวกับบริเวณรอบโรงเรียนสักเท่าไหร่รวมถึงตลาดนี่ด้วย ผมมาครั้งแรก ก็มากับมันเนี่ยแหละ 


   " ถามจริง ทำไมชอบมาตลาดกับกูนัก "

   นั่นสิ ทั้งๆที่เป็นแค่ตลาดธรรมดา มันจะมีอะไรพิเศษ หรือมันพิเศษเพราะมากับเพื่อนคนนี้วะ จริงๆผมไม่ค่อยชอบนัั่ั่ั่ั่ั่ั่งวินหรือรถตู้เท่าไหร่ คนเยอะ เบียดด้วย แต่ตั้งแต่รู้จักกันมา ผมยอมนั่งรถตู้ต่อด้วยวินอีก เพื่อที่จะได้ไปไหนด้วยกัน ครั้งแรกที่มาตลาดที่นี่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่ผมรู้สึกว่าใหญ่กว่าแถวบ้าน และคนก็เยอะมากๆ ดูแปลกใหม่นิดนึง แต่ก็ดีแล้ว เผื่อมีธุระต้องมา จะได้ไม่หลง หลังจากนั้นก็อีกหลายๆที่ ที่มันเป็นคนพาผมไปครั้งแรก

   " เนี่ย หนีงานมาเดี๋ยวจารย์ก็บ่นอีก "
   
   มันยังเหมือนเดิม เป็นมันคนเดิม คนเดียวกับที่พาผมไปไหนมาไหนครั้งแรกพร้อมกับคำถามที่ดูแปลกใจว่า 'มึงไม่เคยมาจริงๆหรอ' ซึ่งถูกใช้อยู่หลายๆครั้ง

   " จารย์เขาก็น่ารักดีนะ บ่นว่าเดี๋ยวทำงานไม่ทัน จารย์ช่วยไม่ได้นะ เอาแต่ดองงานบลาๆๆ จริงๆก็แค่ห่วงกูนั่นแหละ "

   " เนี่ย มึงก็เป็นซะแบบนี้ เป็นเด็ก "

   อ่า ใช่ คำนี้ก็ด้วย พอมาคิดๆดูแล้วเราผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะเลยนะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ จนกระทั่งทะเลาะกันจนเลิกคบกันไป2-3ก็มี แต่ในที่สุดเราก็กลับมาหากันเสมอเลย และมันก็ดีขึ้นในหลายๆด้าน แต่ก็ยังคงเป็นมันมาเสมอ และ
ก็อยากให้ที่ตรงนี้เป็นของมันไปเรื่อยๆ
   อีกปีกว่าๆเราก็จะเรียนจบมัธยมและแยกย้ายกันไปแล้ว ถึงเราจะแอบวาดฝันกันไว้ว่าจะเข้าที่เดียวกันนะ หรือจะมาหาบ่อยๆ แต่ผมก็รู้แหละว่าคงเป็นไปได้ยากในหลายๆด้าน มันอยากเรียนวิศวะซึ่งเยินแน่นอน ยุ่งมากแน่ๆ แต่ถ้าเป็นไปได้ ผมด็อยากให้มันยังอยููููู่่่่กับผมไปเรื่อยๆ พาผมไปในที่ใหม่ๆ ชวนผมไปกินชาบูทุกสิ้นปีหรือสอบ คอยให้กำลังใจผม คอยดูแลผม และแน่นอนผมก็จะทำแบบเดียวกันกับที่มันทำให้ผม 

   มันดีจริงๆนะ การที่เราเหนื่อยจากงาน จากปัญหาต่างๆแต่ก็ยังมันใจได้ว่าหันกลับมาก็จะมาเจอคนๆนี้ มันเป็นคนที่มีปัญหาที่บ้านและมาปรึกษากับผมอยู่บ่อยๆ ผมก็สนิทกับที่บ้านมันจนย่ามันแทบจะฝากฝังมันไว้กับผม

   เราดูแลกันและกันมาตลอดเลย 

   " ซื้ออาหารให้แมวเสร็จกูก็จะกลับแล้วนะ มึงจะกลับยังไง "

   " รถตู้ไง "

.

   " ไปนะ เจอกัน "

   " เจอกัน "

   และผมก็อยากดูแลกันไปเรื่อยๆแบบนี้ไปตลอด



* จริงๆคือเราและเพื่อนเราเป็นผู้หญิงนะคะ;-; แต่ถนัดเล่าแนวนี้ง่ะ ต้องขออภัยด้วยจริงๆค่ะ *

สุดท้ายนี้ก็ขอบคุณเพื่อนคนนั้นที่เข้ามาในชีวิตนะ🖤
SHARE
Written in this book
ตี้ ตี้นั้น
" ขอบคุณที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราเป็นเราได้จนถึงตอนนี้ "
Writer
qartearna
TheBishop
You strong enough

Comments

Ralph
3 months ago
ถ้าเรียนจบไปแล้วต่างคนต้องแยกย้ายคงต้องคิดถึงมากๆเลยใช่ไหมคะ ;_;
Reply
qartearna
3 months ago
สุดใจเลยค่ะ คงงอแงมากแน่ๆ