October 9, 2019
วันนี้มันก็เหมือนจะดีนะ

วันนี้พี่ก้องจะลองไปสมัครงานที่ใหม่ดู ด้วยเหตุเพราะที่ที่ทำอยู่มันผีห่าอย่างที่เคยเล่าๆไปในบทความก่อนๆ วันนี้เป็นวันหยุดเรา ก็จัดการตื่นแต่เช้ามาเอาผ้าโยนใส่เครื่องแล้วก็กลับมานอนต่ออีกนิดหน่อย

6.42
โทรศัพท์ดัง สายพี่ก้องโทรเข้ามาแต่เช้า

“ฮัลโหล ตื่นรึยังคะคนดี”

“อื้อ ตื่นนานแล้ว ซักผ้าเสร็จแล้วเนี่ย”

คุยกันสัพเพเหระประมาณ 5 นาที

“ไปอาบน้ำได้แล้ว เดี๋ยวพี่ไปรับนะคะ”

“อื้อ โอเคค่ะ”

ยิ้มน้อยๆที่มุมปากนิดนึงแล้วเราก็รีบวิ่งลงไปตากผ้า ขึ้นมาอาบน้ำแต่งหน้าแต่งตัว ถึงคนสมัครงานจะไม่ใช่เรา แต่คนไปด้วยก็ต้องดูดีนิดนึงล่ะนะ

เสร็จสิ้นภารกิจในบ้านเราก็หยิบกระเป๋ากับหมวกกันน๊อคเดินออกจากบ้าน ป๊าม๊ามองเราด้วยสายตาขุ่นๆเพราะเพิ่งระเบิดลงกันไปเมื่อคืน

“เอาหมวกไปทำอะไร”

“เดี๋ยวตอนเย็นจะติดรถแจ๊คกลับ”

แจ๊ค เพื่อนชายผู้น่ารัก แจ๊คเป็นช่างอยู่แผนกเดียวกันกับแฟนเรา อีแจ๊คก็แอบชอบเรามานานนะ เป็นคนดีคนนึงเลยก็ว่าได้ แต่ก็อย่างว่าแหละ คนบางคนก็เป็นเพื่อนกันดีที่สุดแล้ว

แล้วเราก็เดินออกจากบ้านมาเพื่อไปรอพี่ก้องแถวๆปากซอย เดินไปถึงก็นั่งลงข้างๆทาง จุดบุหรี่สูบยังไม่ทันหมดมวนพี่ก้องก็ขับรถมาจอด

“ไปกันเถอะ”

การเดินทางที่แสนจะปวดตูดก็เกิดขึ้น รถก็ติด หลงทางอีกต่างหาก ไปถึงดูแล้วบริษัทนั้นก็เจ้ากี้เจ้าการพนักงานมากเกินไป แถมในระหว่างที่กำลังนั่งกรอกใบสมัครอยู่ ก็มีพนักงานคนนึงเดินมายื่นใบลาออกพอดี บอกว่างานแบบนี้ไม่ไหว เลิกตีสองแล้วยังต้องมาเข้ากะเช้าตอนเจ็ดโมงอีก

เรากับพี่ก้องมองหน้ากันแล้วยิ้ม

พอกันที ไม่น่าเสียเวลามาเลยแฮะ

แต่พี่เขาก็นั่งทู่ซี้เขียนใบสมัครจนเสร็จนะ แล้วก็เดินไปส่ง แต่ไม่แนบหลักฐานเอกสารอะไรไปให้สักอย่าง เจ้าหน้าฝ่ายบุคคลเขาก็คงพอรู้แหละว่าเราไม่เอาที่นี่แน่ๆ ด้วยเงินเดือน ไกลบ้านอีกต่างหาก 

“พี่นัดคุณต้าร์ไว้กี่โมงอ่ะคะ”

“บ่ายๆแหละ นี่ก็ใกล้เที่ยงแล้ว เดี๋ยวพี่พาหมวยไปกินข้าวก่อน แล้วค่อยเข้าไปบ้านคุณต้าร์กัน”

คุณต้าร์ ลูกค้างานนอกที่เรารับไว้ไม่ผ่านบริษัท ติดต่อผ่านมาจากพี่สาวที่เคารพกัน อาการเบื้องต้นก็แรงดันตก น้ำที่หัวชงกระจายออก อุณหภูมิร้อนเร็วเกินไป คร่าวๆที่เราประเมินอาการไว้ก็น่าจะต้องยกกลับมา overhaul เครื่องใหม่หมด เนี่ย มีแฟนเป็นช่างก็เลยได้ความรู้มา ดีจริงๆ~

หลังจากจบงานที่บ้านคุณต้าร์เราสองคนขับรถออกมาเพื่อที่จะไปหาอะไรทำฆ่าเวลาไปเรื่อยๆ ระหว่างทางฝนเจ้ากรรมก็ดันตกซู่ลงมาจนต้องจอดแวะหลบฝนที่ป้ายรถเมล์ข้างทาง เคราะห์ซ้ำกรรมซัดอะไรก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ในช่วงที่กำลังก้าวขาลงจากรถมอเตอร์ไซค์ กระเป๋าเครื่องมือของพี่ก้องก็ดันทิ้งน้ำหนักลงไปอย่างแรงจนเราเซ บวกกับขากางเกงดันเกี่ยวติดกับป้ายทะเบียนรถ ผลที่ได้คือเราหงายลงก้นกระแทกพื้นอย่างแรงจนแทบลุกไม่ขึ้น ซี่โครงข้างซ้ายกระแทกเข้าเหลี่ยมกระเป๋าเครื่องมือเข้าเต็มๆ

พี่ก้องทิ้งของทุกอย่างในมือรีบวิ่งมาดูเรา

"หมวย หมวยเป็นอะไรรึเปล่า ไหวมั๊ย ลุกได้มั๊ย"

พูดพลางประคองเราให้ค่อยๆลุกขึ้นยืนพร้อมกับปัดเนื้อปัดตัวที่แสนจะมอมแมมให้

"ไม่เป็นไรมั่งคะ"

เราตอบออกไปเบาๆ พี่ก้องดึงเราให้เดินเข้าไปหลบฝนใต้ต้นไม้พร้อมกับโอ๋เราไปเรื่อยๆ มันก็รู้สึกดีนิดนึงแหละ อย่างน้อยๆก็ยังรู้สึกได้ว่าเขาเป็นห่วง ถึงแม้ว่าช่วงหลังๆนี้เราจะดูห่างๆกันไปก็เถอะ

หลังจากดีขึ้นแล้ว พี่ก้องก็พาเราเดินไปนั่งที่ป้ายรถเมล์เพื่อรอฝนหยุด คุยกันจิปาถะพลางแซวเราเรื่องลื่นล้มเมื่อกี้ไม่หยุด เราได้แต่ยิ้มน้อย พี่เขาดูมีความสุขดี แต่ทำไมเรากลับรู้สึกว่าเราไม่มีความสุขเลย

ใช่ มันแย่ มันแย่มากสำหรับเรา ถึงตอนนี้จะได้นั่งอยู่ด้วยกัน คุยกัน ทำอะไรๆด้วยกัน แต่หลังจากที่เขากลับไปหาลูก นั่นหมายความว่าเราจะต้องอยู่คนเดียวไปจนถึงเช้า ซุกตัวอยู่ในห้องคนเดียวไม่มีใครให้คุยด้วย ในขณะที่เขาไม่ได้อยู่คนเดียวเหมือนเรา เขาคงไม่น่าจะเข้าใจความรู้สึกของเราหรอก

บางที การที่เราบอกว่าเรารับได้ ไม่ได้แปลว่าเรารู้สึกโอเคกับเรื่องๆนั้นเสมอไปหลังจากฝนหยุดตกเราก็เสนอขึ้นมาว่าไปนวดกันดีกว่า เนื่องจากเราบู๊งานมา 9 วันติดๆยังไม่ได้หยุด ออกบูธ ยกเครื่องชงกาแฟ มันปวดเนื้อปวดตัวไปหมด

ผ่านไป 1 ชั่วโมงจบจากการนวด ซวยซ้ำซวยซ้อนกระเป๋าสตางค์หายอีก เราเดินกลับเข้าไปหาที่ร้านนวดก็ไม่เจอ จนออกมานั่งร้องไห้อยู่ข้างๆรถ ในระหว่างที่พี่เขาเดินกลับเข้าไปช่วยหาซ้ำอีกรอบเราก็จัดการโทรอายัติบัตรเครดิตทั้งหมด เพราะถ้ามันเกิดหายขึ้นมาจริงๆจะได้ไม่มีใครเอาบัตรเราไปใช้ทำอะไรได้ เราร้องไห้ไม่หยุด เพราะกระเป๋าสตางค์ใบนั้นเป็นใบที่เรารักมาก ใช้มานานมากประมาณ 3 ปี แถมเป็นกระเป๋าสตางค์ใบแรกที่เราทุ่มทุนซื้อมาในราคาเกือบ 5 พัน

เสียดายบัตรไม่เท่าไหร่ เสียดายกระเป๋ามากกว่า

ความรู้สึกมันแย่มาก ทุกๆอย่างมันดูแย่ไปหมด ทำไมต้องมาหายในวันที่ต้องกลับไปอยู่คนเดียว เขากลับไปแล้วก็แทบจะตัดขาดการติดต่อกันไปเลย เราพยายามทำความเข้าใจกับเรื่องนี้แต่มันก็ทำไม่ได้จริงๆ ในเวลาที่เราต้องการใครสักคนอยู่ข้างๆ ทำไมมันหายากหาเย็นขนาดนี้ก็ไม่รู้ 

SHARE
Writer
MuayLii
Writer
บ่นเรื่อยเปื่อย

Comments