บันทึกจากก้อนเมฆที่คอยอยู่ข้างๆท้องฟ้าในทุกๆวัน

ในทุกๆวันของเรา มันช่างยาวนานและน่าเบื่อ...
ในทุกๆวันของเรา เราเฝ้าคอยการผ่านมา และ ผ่านไป ของใครคนนั้นอยู่เสมอ
ในทุกๆวันของเรา เราได้แต่นั่งมองโทรศัพท์... นั่งรอแจ้งเตือนที่มีเรื่องของแกอยู่ในนั้น

คนธรรมดา ที่เข้ามาในวันธรรมดามันช่างสวยงาม
เราคือคนๆหนึ่งที่มักจะคอยอยู่ข้างหลังเพื่อนๆในเวลาเดินทาง 
เรามักจะคอยมองเพื่อนๆเดินไปจากข้างหลัง ทั้งๆทีเราเป็นคนเดินเร็วมากๆ
ครั้งหนึ่ง เคยมีเพื่อนถามเราว่า
"ทำไมชอบไปอยู่ข้างหลังว่ะ ไม่ชอบเดินกับเพื่อนไง๊"

คำตอบของเราที่มีให้เพื่อนคนนั้นมันช่างเรียบง่าย และไม่ชัดเจน
"ป่าว... ไม่มีอะไรหรอก"

ในความจริงแล้ว ที่เราเดินข้างหลังเพราะเราชอบความเรียบง่ายของมันมากกว่า เราจะอยู่ ณ ตรงนั้นเมื่อมีคนต้องการเรา เราชอบมองภาพรวมของมัน มันช่างสวยงามและไร้ที่ติ

แกว่าคนเราจะเฝ้ารอให้ใครคนหนึ่งหันมามองได้นานแค่ไหนกันนะ

จำเรื่องทีี่เราบอกได้ไหม ที่เราบอกเราชอบเดินข้างหลัง 
ความในใจลึกๆของเราแล้ว มันก็แค่อยากมองเขาเดินไปเรื่อยๆเท่านั้นเอง 
มันคงเป็นความเคยชินละมั้ง... กับการมองใครสักเดินทางเข้ามาและผ่านไป

ถ้าให้สมมุติเรื่องราวความรักของเราง่ายๆ ก็คงจะเหมือนกับก้อนเมฆนั้นแหละ
ก้อนเมฆน้อยที่จะคอยอยู่คู่กับท้องฟ้าตลอดเวลา แม้ว่าลมจะพัดก้อนเมฆไปไกลแค่ไหน 
สักวัน ก้อนเมฆก็จะหาทางกลับมาหาท้องฟ้าอย่างแน่นอน....

ถึงแม้ว่า ท้องฟ้าจะต้องคู่กับพระอาทิตย์ก็ตาม 

ใช่... มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลย พระอาทิตย์ช่างส่องสว่างและสดใส 
แสงจากพระอาทิตย์คอยทำให้ท้องฟ้าสวยงามในทุกๆวัน 

แม้แต่ในตอนที่พระอาทิตย์ลับฟ้า แสงของเขาก็ยังคงส่องสว่าง

วันเวลาผ่านไป แสงสว่างของพระอาทิตย์ก็ยังคงส่องแสงไปยังท้องฟ้าอย่างสม่ำเสมอ
ไม่ว่าเวลาใด บทสรุปของมันก็คือพระอาทิตย์ที่ได้ส่องแสงไปบน "ท้องฟ้า"

เรารู้และเราเข้าใจบทสรุปนั้นเป็นอย่างดี แต่ในขณะเดียวกัน
เราก็ไม่อยากรับรู้และไม่อยากเห็นบทสรุปนี้เช่นเดียวกัน

เราหลอกตัวเอง

"ความรู้สึกของตัวเองเรายังดูแลได้ แต่หากเสียความรู้สึกดีๆที่แกมีให้ไป เราคงใจหาย"
                                                                                                       -ง่วง-
นี้เป็นประโยคจากในหนังสือที่เราชอบมาก มันสื่อทุกอย่างที่เราเป็น

การที่เราได้เฝ้าดูแกนั้น มันมีความสุขมากจริงๆนะ 

มันมีความสุขมากเสียจนเราไม่กล้าเอามันไปเสี่ยงเลย เราได้แต่คิดสร้างเรื่องราวไปต่างๆนาๆ 
สร้างโลกสมมุติที่ทุกอย่างเป็นอย่างที่ใจเราหวัง 
สร้างตัวตนของแกและเราในนั้นอย่างมีความสุข

เราได้แต่คาดหวัง...
หวังให้เรื่องสมมุติที่เราแต่งขึ้น มันเป็นเรื่องจริงขึ้นมา
เรารู้ดีว่าเราไม่มีทางสมหวัง เพราะยังไง วันหนึ่ง เรื่องสมมุตินี้จะจบลง
ไม่ทางใดก็ทางหน

ทุกๆวันของเรา เหมือนเราติดอยู่ในลูปที่ไม่มีวันจบสิ้น
คำถามที่เราเจอบ่อยสุดคงจะเป็น
"เมื่อไหร่จะมูฟออนว่ะ"
 
มันเป็นคำถามง่ายๆที่ในตอนนี้ ณ ตอนที่เรากำลังเขียนเรื่องราวนี้ เราก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ว่าทำไม...

แต่ถ้าให้หาคำอธิบายที่ใกล้เคียงสุด ก็คงจะมีใจความว่า
"เรามีความสุขที่เห็นแกมีความสุขละมั้ง"

ความสุขนี้มันคล้ายกับยาเสพติดเอามากๆ เราเสพติดความสุขนี้ และเรากลัว 
กลัวว่าถ้าเราขาดมันไป การดำรงอยู่ของตัวตนของเราจะหายไปด้วย

ภายในตัวตนที่ว่างเปล่าของเรานั้น มันถูกแต่งแต้มสีสันไปต่างๆมากมาย
ด้วยการมีตัวตนของแกในช่วงเวลานั้น...

รอยยิ้มของแก มันทำให้เรากลับเข้าลูปนี้อีกครั้ง
ในทุกๆวันที่เราผ่านมาพบกัน เราอยากจะอยู่ตรงนั้น เป็น "เพื่อน" ของแกไปอย่างงี้เรื่อยๆ
ถึงแม้ว่าเมื่อถึงตอนจบ หนังม้วนนี้จะทำให้เราเสียน้ำตาไปกับมันอีกกี่ครั้งก็ตาม..

เกิดมาเป็นคนช่างสังเกตุนี้แย่เนอะ
เราเห็นสิ่งต่างๆมากมาย และสามารถประติดประต่อเรื่องราวของมันได้ทันที
และสิ่งหนึ่งที่เราสังเกตุได้ก็คงเป็นเรื่องแกกับเขานั้นแหละ 

เวลาเราเห็นแกอยู่กับเขา เรามีความสุขมากเลยนะ เพราะเขาทำให้แกมีความสุข
และหน้าที่นั้น ก้อนเมฆอย่างเราคงทำไม่ได้จริงๆ

แย่จังเนอะ...
ทำไมตอนแกมีความสุข เราถึงเศร้าด้วยหล่ะ 
ใช่.. เราเคยบอกว่าเห็นแกมีความสุข เราก็มีความสุข แต่ความสุขของเรามันช่างว่างเปล่า
มันเป็นความรู้สึกลึกๆของเราที่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้จริงๆแหละ

สุดท้ายนี้ หากเป็นไปได้ เราอยากฝากคำพูดผ่านสายลม ส่งผ่านความรู้สึกของเราไปถึงแกมากๆ

"สวัสดีคุณท้องฟ้า เป็นไงบ้าง" 
"เราอยากขอบคุณ คุณมากๆเลยนะที่คอยมอบความสุขให้เราในทุกๆวัน "
"ดูแลตัวเองด้วยนะคุณท้องฟ้า"
"กินอาหารให้ตรงเวลาหล่ะ เดี่ยวจะปวดท้องอีก"
"สิ่งที่คุณแบกรับไว้ ผ่อนมาให้เราบ้างก็ได้นะ"
"ไปหาอะไรกินกันไหม เรารู้จักร้านอร่อยๆเยอะเลย"
"การที่เราได้มารู้จักคุณ มันเหมือนเราได้ถูกรางวัลที่ 1 เลยนะ"
"เดินทางปลอดภัยนะคุณ"
"ถ้าคุณต้องการอะไร บอกเราได้เสมอเลยนะ"
"ไม่รู้คุณรู้ตัวหรือเปล่า แต่รอยยิ้มของคุณมันทำให้คุณน่ารักมากเลยนะ"
"เราอยากจะรู้จักกับคุณให้มากกว่านี้เยอะๆเลยนะ"
"ถ้ามีอะไรไม่สบายใจ มาปรึกษาเราได้ทุกเรื่องจริงๆนะ"
"ไม่ต้องห่วงว่าเราจะไปไหน เพราะถ้าคุณต้องการเรา เราจะอยู่ตรงนั้นเสมอ"

"เป็นเพื่อนกันนี้แหละดีที่สุดแล้ว"
สำหรับเราทั้งคู่เลยนะ

สุดท้ายจริงๆแล้วนะ
คำสุดท้ายที่เราอยากพูด ในวันสุดท้าย เรารู้ว่าถึงจะออกหัวหรือก้อย เราก็ไม่มีทางมีความสุขกับมันได้อยู่ดี หากคุณบังเอิญผ่านมาเห็นไดอารี่นี้ อยากให้คุณอ่านมันนะ 
"เราชอบคุณมากๆเลยนะ"

และเรา
ก้อนเมฆที่คอยอยู่เคียงข้างท้องฟ้า แม้ในยามที่แสงจากพระอาทิตย์จางหายไปก็ตาม























SHARE
Writer
GreyStaniedHeart
Loner
A simple guy with a broken heart.

Comments

ihD710
3 days ago
เหมือนกันเลย กลัวว่าวันนึงจะเสียเค้าไป ทั้งๆที่ก็ยังไม่ได้มีเค้าอยู่
Reply
Sky_2002
1 day ago
คุณท้องฟ้า. :(
Reply
Austinsmith
19 hours ago
"เมื่อไหร่จะมูฟออนว่ะ" เจ็บที่ยังรัก
Reply
PUPEALLI
12 hours ago
อ่านแล้วน้ำตาไหลเลยค่ะ
Reply
Natthawat
8 hours ago
TT
Reply