Joker (2019) : Movie Review
ไปดูมาตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว ส่วนตัวต้องบอกก่อนว่า ไม่ได้เป็นแฟนหนังแบทแมนของโนแลนด์เลย* (ย้ำว่าเลย)​ เพราะว่ามันดูสมจริงเกินไป ไม่ใช่ว่าไม่ชอบดูหนังดราม่านะ ชอบ ชอบมาก แต่ถ้าพูดถึงหนังซุปเปอร์​ฮีโร่​ จะชอบดูที่มันมีความเป็นไซไฟแฟนตาซีจัดๆ (ถึงแม้จะมีปมอะไรในชีวิต ก็โอเค แต่ต้องแฟนตาซีฮะ 555 อันนี้เหตุผล​ส่วนตัวล้วนๆเลย)

(* โจ้กเกอร์เวอร์ชันนี้ไม่ได้กำกับโดยโนแลนด์นะฮะ แต่อ้างถึงด้วยความที่หนังมีลักษณะ​บางประการที่คล้ายกัน และเนื้อเรื่องก็มีความเกี่ยวโยงในจักรวาล​เดียวกัน)​

แต่อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่า โจ๊กเกอร์​ จะไม่ได้วางตัวเองเป็นหนังแนวซูเปอร์​ฮีโร่​ หรือว่าเป็นส่วนหนึ่งของหนังแนวนี้ซะทีเดียว หนังพาเรามาสู่จุดกำเนิดของความบ้าคลั่ง การหล่อหลอมตัวตนของวายร้าย ที่เรียกได้ว่า เป็นคู่ปรับคนสำคัญตลอดกาลของแบทแมน ที่น่าสนใจคือ ได้สร้างความเกี่ยวโยงและสายสัมพันธ์​เล็กๆระหว่างตัวละครทั้งสอง น่าสนใจๆ

#สปอยส์

โจ๊กเกอร์​ ในฐานะ อาเธอร์ ที่เป็นมนุษ​ย์ที่อยู่ร่วมกับคนอื่นนี่น่าสงสารมาก ซึ่งปกติก็ดันเป็นโรคประหลาดที่เวลาเศร้าดันหัวเราะ (อาจจะเกิดจากอาการเก็บกดจากหลายๆอย่าง ที่ทำให้ไม่สามารถแสดงอารมณ์ได้เหมือนคนปกติ) และอาการนี้เองทำให้ผู้คนที่อยู่รอบข้างไม่เข้าใจจนนำไปสู่การโดนทำร้ายร่างกายหลายครั้ง ที่ทำงานเองก็ไม่มีเพื่อนแท้ มีเพื่อนใกล้ตัวที่ทำมาเป็นหวังดี แต่แอบแทงข้างหลังอยู่เรื่อยๆ มีจิต​แพทย์​กับเขา ก็ไม่ได้สนใจรักษาอย่างจริงจัง เพียงแค่นั่งฟังและจ่ายยา กลับมาถึงบ้าน ก็เจอแม่ที่มีอาการทางประสาท แถมต่อมายังใส่ข้อมูลผิดๆ (?)​ เกี่ยวกับชาติกำเนิดของตัวเองไปอีก จะเห็นได้ว่า ชีวิตของคนๆหนึ่งในหนึ่งวัน อยู่ในสภาวะที่เป็นพิษตลอดเวลา

ในสภาพที่ย่ำแย่นั้น มีอยู่ 3 อย่างที่คอยเยียวยาจิตใจของอาเธอร์ คือ สาวที่ตัวเองแอบชอบ รายการตลกที่เป็นแรงบันดาลใจ​ในอาชีพ และต่อมาคือ การเข้าใจว่าที่แท้แล้วตัวเองมีพ่อเป็นมหาเศรษฐี​คนสำคัญ​ของเมือง จะเห็นว่าเมื่อเนื้อเรื่องดำเนินไปเรื่อยๆ สิ่งที่ค้ำจุนจิตใจทั้ง 3 อย่าง ค่อยๆพังทลายลงมา จนนำไปสู่จุดหักมุม ที่ก่อกำเนิดสุดยอดวายร้ายแห่งเมืองก้อตแทม

เกี่ยวกับประเด็นนี้ เมื่อก่อนเราอาจเข้าใจว่า ความเข้าใจเรื่องความดีความชั่วของเขาบิดเบี้ยว ที่จริงแล้ว นั้นเป็นในมุมมองของเราที่ว่าเขาบิดเบี้ยว​ แต่ว่าในมุมมองของเขาเองนั้น เขาเพียงอาจจะได้ค้นพบและบรรลุสัจธรรม​บางอย่างที่แตกต่างจากคนทั่วไป จนนำไปสู่อิสระภาพในตัวตนของตัวเองก็เป็นได้ ดังวลีเด่นในเวอร์ชั่น​ก่อนหน้า "Why so Serious?"

IMDb 9/10
Rotten​Tometo​es 68%
Metacritic 58%

น่าสนใจที่คะแนนผู้ชมทั่วไปจากเวบ IMDb สูงมาก ในขณะที่เวบที่ใช้คะแนนจากนักวิจารณ์​ทั้งสองเวบให้เกินครึ่งมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นับว่าเสียงแตกนะเนี่ย 😗Why so Serious? 
SHARE
Written in this book
films

Comments