เพื่อนสนิท
"เราเคยสนิทกันมากๆๆๆๆ แต่ทำไมวันนี้
เราเหมือนเพื่อนธรรมดาคนนึง
ที่ดูไม่ได้สนิทกันเลย ความรู้สึกต่างๆ
หรือสิ่งต่างๆ มันทำให้คิดแบบนี้
เราต้องทำแบบไหนหรอ
ให้ความสัมพันธ์เรากลับมาแบบเดิม
หรือมันเป็นไปไม่ได้ . . ."

ข้อความในไลน์ที่แจ้งเตือนขึ้นมาตอนหกโมงเช้า
หลังวันเกิดครบรอบ 27 ปีของเรา
ถ้าย้อนขึ้นไปอ่านข้อความอวยพรเรียบๆ
ก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน มันช่างต่างกันเหลือเกิน

ก่อนจะเปิดอ่านข้อความเต็มๆ ที่แสนยาวข้อความนั้น
เราใช้เวลาตั้งสติให้กับตัวเองอยู่หลายนาที
ใจหนึ่งตกใจและลุ้นว่าประโยคสุดท้ายของข้อความจะจบลงอย่างไร
ส่วนอีกใจก็แอบดีใจเล็กๆ ว่าอย่างน้อยคนที่เราสนิทมากๆ
ก็แคร์ความรู้สึกของเรามากๆ เช่นกัน
อาจจะมากเกินกว่าที่เราแคร์ความรู้สึกของเค้าไปหลายเท่า

ระหว่างนั่งอ่านข้อความในทุกๆ ตัวอักษร
เหมือนภาพจำค่อยๆ เลื่อนสไลด์ผ่านไปอย่างช้าๆ
ทุกๆ เรื่องราวที่เคยทำร่วมกัน ทุกๆ ที่ที่เคยไปด้วยกัน
ทุกๆ อย่างนั้นชัดเจนมากเหลือเกินว่าเราสนิทกันมากๆ จริงๆ

ตอนนั้นเหตุผลว่าทำไมเราถึงไปอยู่คนละวงโคจร
จนเกือบจะหลุดความสัมพันธ์ มันไม่ได้สำคัญอีกต่อไปแล้ว
เพราะจากจุดแรกที่ความสัมพันธ์ค่อยๆ เปลี่ยนไป
จนถึงตอนที่ข้อความเด้งขึ้นมานั้น เราทั้งสองคนอาจจะเข้าใจเหตุผลดี
ต่างคนต่างหวังว่าเวลาจะทำให้ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิม

แต่ทุกอย่างกลับตรงกันข้าม ยิ่งเวลาผ่านไป
วงโคจรของความสัมพันธ์ก็ยิ่งห่างออกไปเรื่อยๆ
เป็นเพราะเราเองที่พยายามผลักตัวเองออกมา
เลือกที่จะปล่อยให้ทุกอย่างค่อยๆ ผ่านไป
จนเกือบจะเสียเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งไป
สุดท้ายเวลาคงไม่ได้ช่วยอะไร
ถ้าใจเราไม่เคยคิดจะเปลี่ยนแปลง

สำหรับคำตอบเดียวของคำถามที่เค้าถามเราว่า
"เราต้องเป็นเพื่อนธรรมดาคนนึงที่ไม่สนิทกันแบบนี้ตลอดไปเลยหรอ"
คำตอบนั้นชัดเจนว่า "เราเคยเป็นเพื่อนสนิทกัน ตอนนี้ก็ยังเป็น
และก็ยังอยากจะให้เป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ"

ยังอยากพูดคุยหัวเราะกัน ตลกในเรื่องที่คนอื่นไม่ตลกไปด้วยกัน
ยังอยากไปเที่ยวในที่ที่อยากไปด้วยกันอีก
ยังอยากไปกินอะไรที่ทำให้อ้วนและผอมไปด้วยกัน
ยังอยากแชร์ ปรึกษาเรื่องงาน เรื่องชีวิตของแต่ละคน

แม้ว่าจะมีผู้คนและเรื่องราวใหม่ๆ เข้ามาในชีวิตตามอายุที่มากขึ้น
แม้ว่าจะมีใครต้องเดินออกไปจากชีวิต ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง
แต่หนึ่งคนที่เราไม่เคยอยากให้ต้องหายไปจากความทรงจำและชีวิต
ก็คือเพื่อนคนนี้ คนตั้งใจพิมพ์ข้อความยาวเหยียดมาเพื่อถามคำถามเหล่านี้
ที่เราเองไม่กล้าแม้แต่จะเคยเอ่ยปากถามเลยด้วยซ้ำ

ขอบใจมากจริงๆ ที่ช่วยยื่นกุญแจให้เราในวันนั้น
เพราะเราคิดมาตลอดว่าถ้ามีกำแพงก็ต้องกระโดดข้ามไป
แต่วันนั้น เช้ามืดหลังวันเกิดครบรอบ 27 ปีของเรา
เพื่อนคนนี้ได้ยื่นกุญแจให้เรา เพื่อเปิดแล้วเดินเข้าไป
โดยไม่ต้องปีนหรือพังกำแพง ที่นับวันมันจะยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
ขอบใจ และสุขสันต์วันเกิดเช่นเดียวกันนะ : )
SHARE

Comments