ไม่จำเป็นต้องเจอเรื่องร้ายก็เติบโตได้ด้วย Growth mindset
เราจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการการเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้เกิดการเติบโต
แต่วิธีการเติบโตของแต่ละคนอาจต่างกันออกไป
-
บางคนอาจเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ดี 
จึงชอบอยู่ในมุมสวยงามของชีวิต
สิ่งที่เป็นเชิงบวก อาจดึงให้เขาเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

เนื่องจากมี construct บางอย่างที่เขาเข้าใจ
และต่อยอดประสบการณ์ในสภาพแวดล้อมดังกล่าวได้ง่ายกว่า
.
เมื่อต้องเจอกับสถานการณ์ที่เลวร้ายหรือยากลำบาก
เขาอาจไม่มีความรู้เบื้องต้นในการทำความเข้าใจ
หรือประสบการณ์ที่มากเพียงพอในการจัดการปัญหานั้นๆ

จึงต้องใช้กำลังใจในการเอาชนะปัญหาเหล่านั้นมากเป็นพิเศษ
เพื่อให้ผ่านพ้น ตระหนัก ยอมรับ เรียนรู้ 
และดึงตัวเองกลับสู่จุดเดิมได้
.
ยิ่งถ้าอยู่ในที่ไม่เหมาะสม 
หรือแตกต่างด้านทัศนคติและค่านิยมสูงเกินกว่าจะปรับตัวได้

อาจรู้สึกหลงทาง หมดพลัง กำลังใจเหือดแห้ง แรงหดหาย จิตใจห่อเหี่ยว
เลยไปถึงความสุขในชีวิตที่ลดลงและไม่อยากใช้ชีวิตต่อ
.
ทุกคนมีนิสัย การขัดเกลา และประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่าง

สถานการณ์ที่เข้ามาทดสอบ ให้บทเรียน 
เพื่อให้เขาเหล่านั้นดำรงชีวิตอยู่ได้ ก็อาจเป็นคนละบทไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปตัดสินแทนใคร 
ว่าควรเจอหรือไม่ควรเจอเรื่องใด ถึงจะกลายเป็นคนเก่ง
หากเราต้องการความก้าวหน้าในชีวิต 
อาจต้องพิจารณาว่า เราเหมาะสมกับอะไร
อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบใด จึงจะเติบโตไปในรูปแบบที่ตนมุ่งหวัง
ต้องการการสนับสนุนจากคนรอบข้างในรูปแบบใด
เหมาะกับคนหรือความสัมพันธ์แบบไหน

แม้เราอาจจะเลือกสถานการณ์หรือคนที่เข้ามาในชีวิตไม่ได้
แต่ก็สามารถคัดกรองคนหรือสถานการณ์ที่จะปฏิสัมพันธ์ด้วยได้

.
ลองพิจารณาดูจากผลจากการกระทำของทั้งสองด้าน

ทั้งในขณะที่ได้อยู่กับสภาวะที่น่าพึงพอใจ 
ความก้าวหน้าในชีวิตและสภาพจิตใจเป็นอย่างไร

แล้วการที่อยู่ในสภาวะที่ไม่พึงพอใจ 
มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

แล้วจึงพาตนเองไปอยู่ในจุดที่เหมาะสม
.
หากเรารู้จักตนเองมากเพียงพอ 
ได้ลองผิดลองถูกว่าอะไรที่เหมาะสมกับตน
ไม่มีประโยชน์ที่ฟังในค่านิยมที่ผู้อื่นตัดสินไว้ว่าถูกต้อง ดีงาม 
เพียงเพราะมีผู้อื่นเคยเผชิญมาก่อน
โดยเฉพาะถ้าไม่ช่วยให้เจริญเติบโตในด้านใดด้านหนึ่ง
ทั้งความก้าวหน้าทางการงาน ความเจริญงอกงามทางจิตใจ 
หรือความสัมพันธ์ที่ Healthy 
.
เพราะท้ายที่สุด ผู้ที่ต้องรับผลดีและผลเสียในการตัดสินใจนั้น 
คนที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคเหล่านั้นก็คือ ตัวเราเอง
 
เราจึงควรรับผิดชอบการตัดสินใจและผลของการตัดสินใจด้วยตนเอง
                                         อาจไม่จำเป็นว่า                                                    เราจะต้องเจอเรื่องราวที่หนักหนาสาหัสเท่านั้น เราจึงจะเติบโต                    เราสามารถเติบโตได้จากทั้งเรื่องดีและร้ายรอบตัว หากเรามี Growth mindset   (Treepradab, 2019​)
อีกทั้ง ผลลัพธ์ของการกระทำที่มีแรงดึงทางบวก 
ย่อมส่งผลอย่างยาวนานและยั่งยืนกว่าแรงผลักทางลบ 
(ความกลัวความสูญเสียงานที่รัก คนที่รัก สถานภาพบางอย่าง)
-
อย่างไรก็ตาม
การเจอเรื่องราวในด้านร้าย ก็เป็นการเพิ่มฐานข้อมูลสมองในอีกด้านให้มากขึ้น
ได้เรียนรู้วิธีการจัดการปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
และยังเสริมภูมิคุ้มกันต่อสิ่งที่อาจต้องสูญเสียไปในระหว่างทาง
ให้กลับมาอยู่ในสภาวะสมดุลได้โดยสุขภาพจิตยังสมบูรณ์.
SHARE

Comments

Feelofthedays
2 months ago
จริงงงง อันนี้เห็นด้วยมากๆ 😊
Reply
NoRegrets
2 months ago
ไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะกับการถูก force เสมอไปอะเนอะ :)
Feelofthedays
2 months ago
ช่ายยยยยยย
IGravity
2 months ago
เห็นด้วยมาก หลายคนชอบเอาประสบการณ์ของนัวเองมาตัดสินแล้วบอกว่าเรื่องที่คนอื่นกำลังเผชิญอยู่มันเป็นแค่เรื่องเล็กนิดเดียว เรื่อง ‘แค่นี้’ ของบางคนอาจเป็นเรื่องใหญ่ของอีกคน
Reply
NoRegrets
2 months ago
ทุกคนมีเรื่องใหญ่และเรื่องเล็กเป็นของตัวเองเนอะ ว่ามั้ยคะ 
Sansastarkzz
2 months ago
เห็นด้วยค่ะ ยิ่งบางสังคมที่ชอบคิดว่า no pain no gain เลยชอบทำแย่ๆกับคนอื่น แทนที่จะบอกจะสอนกันดีๆ
Reply