การเดินทางอันแสนพิเศษ
หมุดหมายการเดินทางในครั้งนี้ เราปักไว้ที่กาญจนบุรี
เป็นหนึ่งในการเดินทางไม่กี่ครั้งที่เราได้ไปกันจำเพาะครอบครัวเราจริง ๆ เพียง 5 คน
ทุกครั้งแม่มักจัดเตรียมข้าวของ อาหารการกิน เสื่อสาดไว้ปูนั่งนอนเต็มเพียบในกระบะหลัง แต่ครั้งนี้ไม่มี เราเดินทางสบาย ๆ ด้วยรถโล่ง ๆ ไปตามแผนที่ในมือ(ถือ) ที่เปิดดูเกือบจะตลอดเวลา 
อากาศเป็นใจ ไม่ร้อนและไม่ฝน เสียแต่ว่าฤดูนี้น้ำในแม่น้ำสีออกขุ่น ต่างกับการมาเยือนคราวที่แล้ว แม่น้ำกว้างเต็ม เห็นกระแสเชี่ยวหมุนวน แต่เราก็ชอบ โดยเฉพาะพ่อกับแม่ ถ่ายรูปกันใหญ่
เราแวะกินข้าวที่คาเฟ่กลางทุ่งนา อาหารอร่อย วิวดี แต่ฉันไม่ยอมสั่งน้ำหรือกาแฟกิน อาศัยกินกับน้องและแม่ ดูดของคนนั้นที คนนี้ที นิดเดียวพอ หรือเพราะทำงานในร้านน้ำก็ไม่รู้นะ ตั้งแต่ทำงานนี้ ก็ไม่เคยซื้อน้ำร้านอื่นกินอีกเลย

เราไปหาต้นไม้ยักษ์ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางความดูแลของทหาร ร่มรื่นและยิ่งใหญ่จนกลัวว่า กิ่งก้านที่ดูแข็งแรงนั้นจะรับน้ำหนักใบไม้จำนวนมหาศาลไว้ไม่ไหว ปลายกิ่งโน้มงอจนเกือบแตะพื้นดิน โชคดีที่เรามาไว คนจึงไม่ค่อยเยอะ เราได้ถ่ายรูปสมใจอยาก

แต่ที่ต่อไปคนเยอะจริง ๆ ทั้งทางขึ้นทางเข้าก็ยากลำบาก ด้วยเลือกทำเลที่ตั้งบนภูเขา เราต้องเดินขึ้นบันได เหนื่อยหอบจนหัวใจเกือบทะลุออกมา เหลียวมองทุกคนก็ไม่รู้สึกว่าเป็นอุปสรรค ด้วยศรัทธาที่จะมาไหว้พระยิ่งใหญ่กว่านั่นเอง พระพุทธรูปเบื้องหน้าตั้งตระหง่าน อิ่มเอม เป็นสุขและถ่ายรูป คือสิ่งที่ทุกคนทำ

เราไปน้ำตกต่อ ขับรถไปพ่อก็บ่นไป ด้วยว่าจังหวัดนี้กว้างใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ ภูเขาที่ทอดยาวเขื่อน อุทยาน คือสิ่งที่บ่งบอกความยิ่งใหญ่ของจังหวัดนี้ได้เป็นอย่างดี

เราแวะแค่น้ำตกไทรโยค ไม่ได้เตรียมชุดมาเล่น ดูคนอื่นเล่นและยืนฟังเสียงสาดซัดของน้ำตกก็เย็นชื่นหัวใจกันแล้ว

ปิดท้ายด้วยมื้ออาหารและซื้อของก่อนหลับยาวไปในรถด้วยความเหน็ดเหนื่อย ยกเว้นพ่อ ผู้ทำหน้าที่สารถีทั้งวัน แม้ว่าเมื่อคืนจะได้นอนเพียงแค่สี่ชั่วโมง...
SHARE
Writer
orraphansilp
นักฝัน
กลางคืนฝัน กลางวันเฮ็ด

Comments