[DAY2] นิสัยที่แย่ที่สุดของส่วนลึกในใจฉัน #writingprompts
‘ไม่มีใครรู้จักตัวคุณดีเท่าตัวของคุณเอง’ ใครๆก็บอกแบบนั้น ส่วนตัวของฉันเองรู้สึกว่า ตัวของฉันยังมีอีกหลายด้านเหลือเกินที่ฉันไม่อาจทำความเข้าใจกับมันได้
.
.
.
นิสัยเสียที่สุดที่ฉันค้นพบมันในเวลานี้และอยากกำจัดมันเหลือเกินนั่นคือ ‘ความอิจฉา’ ฉันมีมันอยู่ล้นใจทว่ายิ่งพยายามกด เก็บซ่อนมันแค่ไหนเหมือนมันยิ่งอยากจะประทุตัวเองออกมา ฉันมักไม่ค่อยพอใจสิ่งที่มีหรือเป็นอยู่นัก แต่น้อยคนจะสังเกตเห็น เหมือนกับแผ่นเปลือกโลกใต้พื้นดินที่สะสมพลังงานไว้มหาศาล และทุกครั้งที่มันระเบิดออกมาฉันพบว่า ตัวเองนั้นน่าสมเพชจริงๆ

ความอิจฉาของฉันมันไม่เคยทำร้ายใครเลย เพราะในสุดท้ายมันกลับมาเล่นงานฉันเสมอ ความรู้สึกที่อดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นๆนั้นทำให้ฉันไม่มีความสุข ทำให้ฉันเอาแต่เงยหน้ามองขึ้นข้างบนไม่เคยมองสิ่งที่ตัวเองมี มันนำไปสู่ความทะเยอทะยานที่ไม่อาจจะต้านทานได้ แต่ในขณะเดียวกันเมื่อในท้ายที่สุดความทะเยอทะยานนั้นไม่ประสบความสำเร็จ...แม้ปากของฉันจะพูดเสมอว่าไม่เป็นไร...ฉันไม่ได้แคร์เท่าไหร่หรอกน่า

ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงสิ่งที่ฉันแสดงให้คนภายนอกเห็นแต่ในความเป็จริงจิตใต้สำนึกของฉันกำลังด่าทอตัวเองด้วยถ้อยคำหยาบคายสารพัด และมันมักจบลงด้วยการร้องไห้ หรือทำร้ายตัวเองในบางคราว...ฉันพูดผิดเสียที่ไหน ลองนึกภาพตามแล้วคุณจะมองเห็นเด็กผู้หญิงน่าสมเพชคนนึงที่ไม่เคยพอใจในสิิ่งที่ตัวเองมีเลยตั้งแต่เกิดมา
.
.
.

ใช่ ทุกๆตัวละครในนิยายมีที่มาที่ไป...ชีวิตจริงก็เช่นกัน ถ้าบอกว่าสาเหตุของความขี้อิจฉานี้มาจากที่ฉันมีพี่ชายฉันว่าพวกคุณคงจะพอเดาออกกันนะ 

ลองคิดดูว่าคุณไม่มีสิทธิมีเสียงมากมายนักภายในบ้านหลังเล็กๆ คุณจะกิน หรือ อยากได้ของเล่นอะไรคุณต้องคอยดูว่าราคามันพอที่พ่อกับแม่จะจ่ายสองชิ้นไหวไหม หรือ คุณไม่ค่อยได้เลือกของเล่นเองและต้องคอยของมือสองจากพี่ชายคุณ เสื้อผ้าที่ใส่ก็มักจะโดนเพื่อนๆทักว่าทะมัดทะแมงเป็นบ้า เพราะฉันได้มันมาจากพี่ชายยังไงล่ะ... คุณจะทำอะไรแม่ก็มักจะเข้ามาบอกว่าเดี๋ยวให้พี่ตัดสินใจก่อน... และสุดท้ายนั่นก็คือการที่คุณเป็นลูกสาวคนเล็กของบ้านที่ต้องทำงานบ้านให้เป็น และถูกกรอกหูสม่ำเสมอว่า แก่ไปคงต้องให้ลูกสาวดูแล. ในขณะที่คุณตอบกลับไปว่าแล้ว ‘พี่ล่ะ’ แล้วคำตอบที่เจ็บปวดก็คือ...’เค้าเป็นผู้ชาย เค้าก็ต้องมีชีวิตของเค้า ต้องทำงานจะเอาเวลาที่ไหนมาดูแล’...อ่าวแล้วฉันล่ะ5555 ฉันไม่ต้องมีชีวิตเป็นของตัวเองหรือ5555

แต่ถึงยังไงพี่ชายของฉันเขาก็ยังเป็นคนน่ารักเสมอ น่ารักจนฉันรู้สึกผิดที่เอาแต่อิจฉาในตัวเขา

อ่านถึงตรงนี้แล้วอย่ารู้สึกสงสารฉันเลย มันคือความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่แฝงเข้ามาในครอบครัว มันคือสิ่งที่ฉันเฝ้าโทษว่านี่ล่ะทำให้ ฉันกลายเป็นแบบนี้ นี่ล่ะตัวการที่สร้างปีศาจในใจของฉัน หากอันที่จริงแล้วคงจะเป็นฉันเองที่พาตัวเองมาอยู่ในจุดนี้ได้ ตัวฉันเองที่ไม่ยอมรับความจริงว่าตัวเองกำลังรู้สึกอิจฉาจนมันสะสมกลายเป็นก้อนพลังงานที่พร้อมระเบิดออกมาทำร้ายตัวของฉันเองทุกเมื่อ...

เอาล่ะวัันนี้ฉันได้ ทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนั่นคือการยอมรับข้อเสียของตัวเองที่ฉันพยายามมองข้ามและเก็บซ่อนมันมาตลอด 

แล้วคุณที่บังเอิญผ่านมาอ่านข้อความเหล่านนี้ พวกคุณได้ลองประเมินข้อเสียในก้นบึ้งของหัวใจพวกคุณแล้วหรือยังคะ? ถ้าประเมินแล้วฉันขออวยพรให้พวกคุณยอมรับมันให้ได้ในเร็ววันนะคะ
.
.
.
ปล.วันนี้เป็นข้อเสียในใจฉัน เป็นชาเลนจที่ทำให้เราทึ่งในตัวเองเหมือนกันแฮะ ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่ความสุขเราหายไปเพียงเพราะแค่เราอิจฉาเนี่ย5555






SHARE
Writer
WHEN_I
Writer
เมื่อฉัน...

Comments