เมื่อร้าน “เนื้อย่าง”ปิดทำการและโลกเหวี่ยง “เลือดหมู”มาให้
1.

“เนื้อย่าง”

สิ่งหนึ่งที่ต้องเผชิญและยืนหยัดสู้ ในขณะที่กลับไปใช้ชีวิตมนุษย์เงินเดือน

การไม่มีเวลาแน่นอนในการเอาอาหารการกินเข้าปาก

สิ่งที่ต้องเผชิญและยืนหยัดสู้ยิ่งใหญ่หนักหนากว่านั้น

“ความเครียด”

สำหรับฉันอาหารโปรดเยียวยาได้ทุกสิ่ง

เนื้อย่างเอ๋ย...จงมาอยู่ในท้องฉันซักสามกิโลกรัม

เหมือนโลกได้ยินคำขอนั้น

เหมือนจักรวาลได้ยินคำขอนั้น

“ร้านเนื้อย่างปิด”



2.

กลับไปสู่วิถีชีวิตหาเช้ากินค่ำมาได้ 3-4 วันแล้ว

ก็ยังมึนๆ งงๆ กับคนและเรื่องราว ยังต้องปรับตัว

โรคประจำตัวงี่เง่า งอแงอยู่บ้าง

แต่นั่นแหละไม่มีเงิน ไม่มีงาน ไม่มีข้าวกิน

“ฉันอดตาย...แกก็ไม่รอด”

ช่างเป็นข้อต่อรองที่สมน้ำสมเนื้อ





การกลับไปสู่วงจรสามัญปกติของมนุษย์

มีเรื่องดี มากกว่าเรื่องไม่ดี

ได้พูด ได้คุย ได้ตีฝีปาก

มีเพื่อนกินข้าวสามเวลา

มีคนน่ารักทำอาหารอร่อยๆ ให้กินแค่เปรยๆ ว่าอยาก

หนังสือใหม่กองอยู่เต็มโต๊ะ

อ่านหนังสือ-จัดหนังสือวนเวียนกันไปมา



มีข้อดี มีข้อดี

ท่องไว้



3.

มันน่าจะเป็นวันหยุดสากลของร้านเนื้อย่าง

หรือตอนสี่ทุ่มจะดึกดื่นเกินไป

ฉันตั้งสติ

จิตใจไม่ได้เยียวยา แต่ร่างกายก็ต้องการอาหาร

หนีไปซบอก “ร้านต้มเลือดหมู”

ไม่พิศวาสก้อนเลือดหมู เลือดไก่เอาซะเลย

แต่สายตาดีมากมองเห็น “หมูกรอบ”ชิ้นโตแขวนเอาไว้

นอกจากเนื้อย่าง

หมูกรอบก็พอจะเยียวยาฉันได้เช่นกัน

“ต้มเลือดหมูพิเศษหมูกรอบ ไม่ใส่เลือดหมู”



3.

งานชิ้นแรกที่ต้องเผชิญ...เรื่องใหญ่เท่าบ้าน

เจอเหตุเภทภัยนี้วนเวียนเข้ามาให้ต้องจัดการปีละ 3-4 รอบ

ก็ผ่านไป...แก้ปัญหาได้อยู่มือ

แต่มันไม่ยอมอยู่กับใจ

งานชิ้นที่สอง สาม สี่ ห้าตามมาเป็นแถวให้จัดการ

“เบื่อ”

คำๆ เดียววนจากหูซ้ายออกหูขวา เข้าหูขวา...เวียนวนกัน



ต้องคอยเตือนตัวเอง-กำกับสติ

ฉันไม่ใช่คนเดียวในโลกที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

ถ้าคนเป็นล้านทั่วโลกที่ป่วยด้วยโรคนี้หยุดทำงาน ทำการกันหมด

โลกคงปั่นป่วน

บางทีมันอาจกระทบกระเทือนเสียหายไปถึงเศรษฐกิจระดับประเทศ



“ฉันจะมานอนติดเตียงอยู่ตลอดปีตลอดชาติไม่ได้นะ”



4.

บางทีหมูกรอบก็ไม่อาจเยียวยาใดๆ

ชามใบโตตรงหน้ามีแต่ “หมูกรอบ”กับ “เลือดหมู”

กะมาในปริมาณเท่ากันพอดีๆ

มองไม่เห็นตับ ไส้ เนื้อหมู ก้อนหมูสับ

“ฉันต้องการแค่นี้ โลกก็ยังให้ไม่ได้”

“ฉันต้องการแค่นี้ โลกก็ยังให้ไม่ได้”



นั่งมองชามต้มเลือดหมูอยู่นานจนท้องร้อง

นึกอยากส่งคืนร้านค้าแล้วพูดกับเขาไปตรงๆ ว่า

“ทำมาผิด”

แต่มันก็เสียดาย เสียใจ หิวมาก

เขาอาจต้องไปเททิ้ง

เลือดเนื้อของหมูตัวหนึ่งกลายเป็นสิ่งไร้ประโยชน์

แม้มันจะหมายถึงการสละชีวิต



หมูกรอบหมดเกลี้ยง กลั้นใจกินเลือดหมูไปสองสามชิ้น

คิดทบทวนน่าจะเป็นฉันที่ “งึมงำ”สั่งอาหาร

หิว-กินข้าวผิดเวลา

ความเหนื่อย เบื่อสลับกันไปมาจนวุ่นวายใจไปหมด

สภาพภายนอกอาจดูเหมือนปกติ

สภาพภายในแท้จริง...ฉันตบตีกับตัวเองวนไปทั้งวัน



5.

เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมากลับไปซบอกแม่

เล่นดวลปืนดาบกับหลานชาย

นั่งเป็นตุ๊กตาให้น้องสาวหวีผมให้

นอนนาน นอนมากกว่าปกติ

อนุญาตให้ตัวเอง “พักผ่อน”



ธรรมชาติของการงานเป็นเช่นนี้

คือส่วนผสมปนเปกันไปมาระหว่างความเครียด ความเหนื่อย

เงินตรา คุณค่าชีวิต

ถ้าไม่ต้องพยายาม

ถ้าไร้ความเหนื่อยง่าย

“งาน”คงมีชื่อเรียกอื่น...ความสบาย



หวังว่าพรุ่งนี้ร้านเนื้อย่างที่ฉันโปรดปราน

แต่ต้องดูอารมณ์ตัวเองก่อน

ค่อยๆ ปรับตัวกันไป

ไม่รู้ต้องป่วยอีกนานขนาดไหน

แต่ในทุกขณะที่ซึมเศร้าขอเรียนรู้จักโลกและตัวเองให้มากที่สุดก็แล้วกัน

SHARE
Writer
moontoonpenchill
นักใช้ชีวิต
Books and notebooks are everything.

Comments