จะเป็นนักเขียนที่ดีและประสบความสำเร็จได้ยังไง?
1
น้องคนนึง(สนใจการอ่านและการเขียน) ถามว่า จะเป็นนักเขียนที่ดีและประสบความสำเร็จได้ยังไง? เธอคิดว่าเขียนอะไรที่คนอ่านรู้สึกแต่น่าจะยังไม่พอ"

เธอเป็นนักอ่านหนังสือสำนักพิมพ์ที่ผมดูแลอยู่ อาจเขินที่ต้องไปถามนักเขียน เลยถามบรรณาธิการน่าจะง่ายกว่า

จะเป็นนักเขียนที่ดีและประสบความสำเร็จได้ยังไง เป็นคำถามที่เกินวัยของเธอ แต่ฟังแล้วก็น่าคิดเหมือนกันครับ

2
รู้จักคิดมากไหมครับ
คิดมาก เป็นนักเขียนที่ผมทำงานด้วยบ่อยที่สุดในตอนนี้ 3 ปีที่ผ่านมาร่วมงานกันมา 10 เล่ม และตอนนี้เพิ่งทำหนังสือเล่มที่ 11 ของเขา(ชื่อเล่ม สิ่งที่เรียนรู้จากชีวิต)

ผมรู้จักคิดมากครั้งแรกจากหนังสือเล่มแรกที่เขาออกกับ สนพ. แจ่มใส ที่ตอนนั้นออกเคียงข้างดีเจพี่อ้อย นภาพร และคุณคัตโตะ (ปี 2555) ทำให้รู้ว่า คิดมาก เป็นนักเขียนหน้าใหม่ที่มีคนฟอลโล่ 6 แสนคนเลย(ผมไม่เล่นทวิตเตอร์เลยไม่รู้จักเขา)

อ่านข้อความของเขาไม่กี่ประโยค ก็รู้ว่าคนๆ นี้อ่านหนังสือเยอะและฝึกเขียนหนังสือมาพอตัว ผมก็ได้แต่คอยมองบนแผงว่าเมื่อไหร่เขาจะออกหนังสือเล่มใหม่กับ สนพ.เดิมอีก เพราะการเป็นนักเขียนได้ออกเล่มสองก็สำคัญไม่แพ้เล่มแรก 3 ปีผ่านไปแล้วก็ยังไม่เห็นได้ออกผลงานใหม่ ขณะที่คุณคัตโตะออกมา 4 เล่มรวด

เจอกันไม่กี่เดือนก่อนผมเลยถามเขาว่า ตอนนั้นมันยังไงกันแน่? ศร(คิดมาก) บอกว่า "ตอนนั้นคิดว่าคงไม่ได้ออกหนังสืออีกแล้วพี่ คิดว่าชีวิตนี้คงมีหนังสือแค่เล่มเดียว แต่หลังจากนั้นผมก็ยังเขียนทวิตทุกวันไม่หยุดเลยครับ"

ฟังแล้วผมก็ได้แต่ยิ้ม เออบ้าดีนะ คิดว่าจะไม่ได้ออกหนังสือแล้ว แต่ยังเขียนทวิตเตอร์ทุกวันไม่หยุด ซึ่งสามปีที่เขาไม่ได้ออกหนังสือนั้น ผมก็ลืมชื่อของคิดมากไปสนิท เพราะไม่ได้เล่นทวิตเตอร์ ที่น่าสนใจคือถ้าเป็นคุณจะยังทำแบบคิดมากไหมครับ?

3
ในช่วงปี 2558 นั้น ผมอยากได้นักเขียนหน้าใหม่สักคน เพราะนักเขียนที่มีชื่อเสียงหลายคนมักจะไปเปิด สนพ.เอง ส่วนนักเขียนเก่าๆ ก็มีสนพ.จองผลงานกันอยู่แล้ว ส่วนต้นฉบับที่นักเขียนหน้าใหม่ส่งไปรษณีย์มาเสนอก็แทบไม่มีเลย หรือถ้ามีก็ไม่ค่อยดี

เพราะช่วงนั้นเพจกำลังบูม ใครๆ ก็มีเพจของตัวเอง ทำเพจดัง โฆษณาเข้าก็สบายแล้ว ไม่จำเป็นต้องออกหนังสือที่เป็นวัฒนธรรมแสนโบราณ

เมื่อเห็นว่าสามปีแล้ว สำนักพิมพ์เดิมของคิดมากคงจะไม่ออกหนังสือเขาแล้ว การชวนมาออกกับสนพ.เราคงไม่น่าเกลียดหรือเสียมารยาทอะไร ผมเลยลองชวนเขา โชคดีที่คิดมากตอบรับและส่งต้นฉบับมาให้

ด้วยคุณภาพของต้นฉบับ ประกอบกับฐานแสนคลับของเขาในตอนนั้น ก็ทำให้ต้นฉบับผ่านวงประชุมพิจารณาที่มีทั้งบรรรณาธิการอำนวยการ และฝ่ายการตลาดได้ไม่ยาก ซึ่งในเวลาเดียวกัน สนพ.Think Beyound ก็ติดต่อต้นฉบับจากคิดมากเช่นกัน

ไม่เอาน่ะอย่าคิดมาก เป็นงานเล่มแรกของเขากับสนพ.ผม ที่ปัจจุบันพิมพ์ซ้ำ 12 ครั้ง มียอดขายกว่า 40,000 เล่ม ทำให้เขามีผลงานต่อมาอีก 9 เล่ม และฟ้่าไม่เคยมืดเกินมองเห็นดาว ที่เคยออกกับแจ่มใสเมื่อห้าปีก่อน ก็กลับมาเปลี่ยนปก ออกแบบใหม่ และพิมพ์ซ้ำรอบสอง

4
จะเป็นนักเขียนที่ดีและประสบความสำเร็จได้ยังไง?
ในฐานะบรรณาธิการแล้วผมก็เลยตอบน้องไปว่า เรื่องเทคนิกการเขียน ว่าเขียนอะไร ยังไงให้ดีนั้น ขอยังไม่พูดถึง(ขอแยกไว้อีกประเด็น-ไว้เขียนถึงครั้งหน้า) แต่การเป็นนักเขียนที่ดีและประสบความสำเร็จนั้น ที่แน่ๆ คือ

การเขียนหนังสือเพื่อคนอ่าน และการสร้างคุณค่าให้คนอ่าน (อย่างสม่ำเสมอ)

เพราะการเขียนหนังสือนั้นเป็นงานที่อยู่กับตัวเอง คนที่อยากเขียนหนังสือส่วนใหญ่่มักจะเริ่มจากที่สิ่งที่ตัวเองอยากเขียน สิ่งที่ตัวเองชอบ เขียมตามกระแส หรือสิ่งที่ตัวเองอยากบอกกับคนอ่าน(ซึ่งก็ถูกแล้ว และไม่ผิด) แต่นักเขียนที่ประสบความสำเร็จและเหนือชั้นกว่า มักจะเขียนหนังสือโดยคำนึงถึงความชอบของตัวเองและคนอ่านไปพร้อมๆ กัน

แม้การเขียนหนังสือจะเป็นงานที่ทำคนเดียว(โดดเดี่ยว) แต่เขาจะใช้เวลาที่เขียนอยู่ลำพังนั้นทุ่มเทในการสร้างงานชิ้นนั้นให้กับคนอ่านและคนอื่นๆ เป็นหมื่นเป็นแสนคน

ยกตัวอย่างเช่น สตีเฟน คิงส์ เลือกเขียนงานสยองขวัญอย่างเดียว เพราะเขาชอบและกลุ่มผู้อ่านเขาชอบ
เจเค โรลลิ่ง เขียนวรรณกรรมเยาวชน เพราะเธอเป็นแฟนพันธ์แท้นิยายหมวดนี้ตั้งแต่เด็กๆ
พี่กิ่งฉัตร เขียนนิยายโรแมนติก เพราะชอบอ่านงานคุณทมยันตี คุณว.วินิจฉัยกุล

การเป็นนักเขียนที่ดีและประสบความสำเร็จ จึงเป็นการเขียนหนังสือเพื่อตัวเองและคนอ่านไปพร้อมๆ กัน และคอยสร้างคุณค่าให้คนอ่าน (อย่างสม่ำเสมอ)

และถ้าตอนนี้ยังไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง
ลองเริ่มจากเล่าเรื่องตัวเองที่คนอื่นได้ประโยชน์ด้วยไปพลางๆ ก่อนก็ได้ครับ


SHARE
Writer
Low_Profile
Editor
พอกลอน ซาเสียง / สถาปัตย์ ม.เกษตรศาสตร์ / กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ a book (2551-2553) บรรณาธิการสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์ (2554) บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ springbooks และ สำนักพิมพ์ shortcut (2555-ปัจจุบัน) / ผู้เขียนหนังสือ "ทดเวลาฝันเจ็บ" (2559) / บรรณาธิการหนังสือ เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด / ก่อนความฝันจะล่มสลาย / บ๊อบ แมวเตะฝันข้างถนน / เรื่องนี้พี่บอกเธอคนเดียว / ไม่เอาน่ะ อย่าคิดมาก / สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก / โตขึ้นจึงรู้ว่า / นักสะสมความรู้สึก / ชีวิตมันก็แบบนี้แหละ / โลกนี้สอนให้รู้ว่า... ฯลฯ

Comments

StoryTellerZ
2 months ago
ขอบคุณครับ
Reply
Low_Profile
2 months ago
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ:)
BOBBIEHANG
2 months ago
ขอบคุณครับ ได้เรียนรู้จริงๆ
ผมกำลังฝึกเขียนอยู่ครับ
อ่านแล้วเหมือนได้คุยด้วยเลย
ได้คำชี้แนะ ขอบคุณอีกครั้งครับ
Reply
Low_Profile
2 months ago
ดีใจที่มีประโยชน์ครับ
ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ครับผม