ตัวฉันในวัย 23 และความฝันที่กำลังจะแตกสลาย
1

สองเดือนสุดท้ายก่อนเรียนจบ เพื่อนหลายคนหว่านใบสมัครงานกันแล้ว และหลายคนก็มีงานรองรับตั้งแต่ยังเรียนไม่จบดี ส่วนตัวฉันยังเคว้งคว้าง ไม่รู้จะไปทางไหน อยากทำอะไรก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ คงไม่ทำตรงสายที่เรียนมาแน่นอน เพราะคิดว่ามีอย่างอื่นที่อยากทำมากกว่า 

"แล้วอย่างอื่นที่เธออยากทำคืออะไร" อาจารย์ที่ปรึกษาถามเมื่อฉันเดินเข้าไปส่งธีสิส
"ไม่รู้ค่ะ คิดว่าอาจจะอยู่ในกองถ่าย แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำอะไรในกองถ่าย"

ฉันมีความคิดมาตลอดว่าอยากเรียนภาพยนต์ แล้วก็ไม่รู้อะไรดลใจให้หันเหไปลงเรียนวารสาร ด้วยเหตุผล "อันนี้มันคือตัวกูมากกว่าฟิล์มว่ะ" 

สุดท้ายก็ยังตัดใจไม่ได้ อยากลองทำงานสายโปรดักชั่นดูสักครั้ง แต่ยื่นไปกี่ที่ก็ไม่เคยรอด เพราะความรู้ด้านโปรดักชั่นเป็นศูนย์ สุดท้ายเลยยื่นตำแหน่งไปเสียทุกตำแหน่งเพียงแค่อยากบอกทุกคนว่า

"เฮ้ยมึง กูได้งานทำแล้วนะ"


2

ฉันเริ่มงานด้วยการเป็นฝ่ายประสานงานและแอดมินของบริษัทแอปพลิเคชั่นแห่งหนึ่ง หน้าที่หลักๆ คือ คอยมอนิเตอร์เฟสบุ๊กและรายงานปัญหาให้กับโปรแกรมเมอร์เมื่อผู้ใช้แอปฯ เจอปัญหาต่างๆ เนื้องานไม่ค่อยยาก แต่ที่อยากคือการทีต้องคอยคุมอารมณ์ การทำแอดมินเพจทำให้ฉันเข้าใจว่า คนเราตัดสินกันที่การศึกษาไม่ได้จริงๆ ในฐานะ ผู้รับบริการ และผู้ให้บริการ ฉันมักจะโดนคำพูดแย่ๆ จากลูกค้าที่มีการศึกษามีความรู้ด้วยถ้อยคำรุนแรงโดยปราศจากคำหยาบคายแต่กรีดลึกลงไปในใจจนอยากจะจิกทึ้งผมตัวเองแล้วกรี๊ดเพื่อระบายอารมณ์ที่คับอยู่ในใจ และหลายครั้งที่ฉันมักจะได้รับคำปลอบประโลมและคำพูดดีๆ จากน้องประถมหรือมัธยมที่เข้าใจและให้กำลังใจทั้งที่เราไม่รู้จักและไม่เคยเจอหน้ากัน  ฉันทนทำงานนี้ได้เกือบหกเดือนก็รู้สึกว่าสุขภาพจิตเริ่มย่ำแย่ กลายเป็นคนโมโหร้าย ใจร้อน และควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ จึงตัดสินใจมองหางานใหม่และโชคดันเข้าข้าง ฉันได้ย้ายไปเป็นครีเอทีฟรายการออนไลน์ของโปรดักชั่นส์ เฮ้าส์แห่งหนึ่ง 


3
ปลายปี 2561 ฉันเริ่มงานที่โปรดักชั่นส์ เฮ้าส์ อย่างเป็นทางการด้วยสกิลที่เลยศูนย์มานิดหน่อยและเงินเดือนที่ลดฮวบลงไปเกือบครึ่ง แต่สุดท้ายทุกสิ่งก็ไม่เป็นไปตามที่วาดฝันไว้ งานทุกอย่างเริ่มลงมากองที่ฉัน ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อประสานงาน สัมภาษณ์แขกรับเชิญเพื่อนำข้อมูลมาใช้ในรายการ การตัดต่อคลิปวีดีโอ เขียนคอนเทนท์เพื่อมาโปรโมทรายการในแต่ละสัปดาห์ งานหนักขึ้นแต่ฉันยังมีเพียงสองมือเท่าเดิม เวลานอนเริ่มน้อยลงพร้อมความกดดันที่มากแบบทวีคูณ จนเริ่มถามตัวเองว่า นี่คือสิ่งที่ต้องการมาตลอดจริงเหรอ หรือเราแม่งแย่เองวะ ที่ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง จนวันหนึ่งผู้กำกับเรียกไปคุย และบอกว่าสิ่งที่ต้องปรับปรุงแก้ไขคือต้องทำงานให้เร็วกว่านี้ เหมือนได้ยินเสียง ฉับ ในหัว ฉันตัดสินใจบอกไปว่างั้นขอลาออกดีกว่า เพราะในเมื่อฉันทำงานเกินหน้าที่แล้ว แต่วิธีแก้ปัญหายังไม่มีนอกจากให้ทำเร็วกว่านี้ แล้วคนอื่นในรายการไปไหนกันหมด ทำไมเหลือเพียงฉันที่ต้องรับทุกหน้าที่ไว้แบบนี้ หรือไม่อย่างนั้นคงเป็นฉันเองที่ไม่เหมาะกับตำแหน่งนี้ ฉันเริ่มงานที่นี่ด้วยใจศรัทธาและเต็มไปด้วยความฝัน แต่ฉันถูกเหยียบย่ำความฝันเสียจนไม่กล้าที่จะเดินทางในสายงานนี้ต่อ อืม ฉันมันคนขี้แพ้ ไม่มีความสามารถและไม่เก่งอะไรเลย แต่ดันฝันเสียมากมายและตกลงมาตายอย่างยับเยิน

4
เคว้งคว้างยิ่งเสียกว่าตอนเรียนจบ ตกงานครั้งแรกและไม่รู้จะทำอะไรต่อ เมื่อมาคิดและทบทวนดูใหม่ สิ่งที่ฉันทำได้และทำได้ดี คงเป็นอาชีพที่วิ่งหนีมาตลอด นั่นก็คือการเป็นนักเขียน ฉันรู้ตัวเองว่าชอบสัมภาษณ์ พูดคุยและนำมาถอดเทป ฉันมีความสุขที่ได้คิดคำถามเพื่อนำมาต่อยอดในการสนทนากับผู้คน แต่ความฝันนั้นรอไม่ได้ เพราะสิ่งจำเป็นในยุคนี้ดันเป็นเงิน ฉันตัดสินใจทิ้งความคิดนั้นไว้และสมัครงานตำแหน่งแอดมินดังเดิม และก็ได้เข้าเป็นแอดมินเพจให้กับบริษัทเอเจนซี่แห่งหนึ่ง โคตรขี้แพ้ นั่งมองเด็กจบใหม่หรือคนรุ่นเดียวกันที่เข้ามาแล้วรู้สึกว่า เราแม่งขี้แพ้ชิบหาย ทำงานมาปีนึงแล้ว แม่งไม่ได้ไปไกลมากกว่านี้เลย งานที่อยากทำเงินเดือนก็น้อยนิดเสียจนไม่พอที่จะนำมาจ่ายค่าภาระต่างๆ ที่แบกไว้ สุดท้ายก็ต้องทนอยู่กับความรู้สึกแพ้นี้เพื่อแลกกับเม็ดเงินที่ได้มา

5
ฉันยังพยายามวิ่งตามความฝัน มันช้ากว่าคนอื่นเสมอ และยังไม่รู้ว่าจะจบลงแบบเดิมอีกไหม มันท้อและเหนื่อยจนอยากถอดใจหลายครั้ง แต่ฉันยังไม่หยุดและเชื่อเสมอว่าสักวันฉันจะต้องทำได้ อาจจะอีก 5 ปี 10 ปี หรือ 20 ปี ถ้าเป็นความฝันของฉัน มันก็ยังเป็นความฝันของฉันแต่ขอได้ไหม ความฝันนี้อย่าเพิ่งแตกสลาย ให้โอกาสฉันได้ดึงเธอออกมาในโลกความจริงหน่อยแค่สักครั้งก็พอ.
SHARE

Comments

IC1999
1 month ago
สู้ๆนะคะ 
Reply
Harudarling
1 month ago
เราก็เรียนวารสารอยู่เหมือนกัน เป็นกำลังใจให้นะคะ
Reply
4thoy
1 month ago
ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ แต่เราโอเคมากจริงๆค่ะ แบบว่าแค่อยากพับบลิคสิ่งที่เขียนไว้ตั้งนานแล้วเฉยๆ เรียกว่าเป็นการระบายแล้วปล่อยผ่านมากกว่า  ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ <3
Reply
IGravity
1 month ago
คุณเข้มแข็งมากนะ คุณต้องผ่านมันไปได้ เป็นกำลังใจให้นะ
Reply
cucucu
1 month ago
เข้ามาอ่านแล้วเหมือนเห็นตัวเองเลยครับ
Reply