3 เคล็ดลับทำให้เราไม่ลืม
หลายคนมีปัญหาชอบลืม ส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้รู้สึกสับสน ไม่สบายใจ เช่น เวลาที่มีอะไรต้องทำตั้งเยอะแยะ เราก็มักจะลืมเรื่องสำคัญๆ บางครั้งเรามีไอเดียดีๆ แต่พอหายใจเข้า-ออก 2 ที มันก็หายไปกับสายลม แล้วบางครั้งเรื่องที่ลืมมันกวนใจ คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก พาลนอนไม่หลับซะงั้น

และนอกจากนั้น เรื่องที่ควรจำ เรากลับลืม เช่น ลืมเนื้อหาที่เรียน ตอนสอบจึงตอบได้ไม่ดี ลืมเป้าหมายชีวิตที่ตั้งใจไว้ หรือลืมว่าตัวเองมาทำงานเพื่ออะไร พอเจอปัญหาอุปสรรค เจอความท้าทาย หรืออะไรที่น่าสนใจ ก็ทำให้ใจเราแกว่ง และลืมเรื่องสำคัญๆ ในชีวิตไปได้เหมือนกัน วันนี้เราได้รวบรวมเคล็ดลับง่ายๆ แถมผลงานวิจัยมาช่วยการันตีความจำ ช่วยให้เราไม่ลืมสิ่งสำคัญในชีวิต

1. จดช่วยให้จำ
มีหลายอย่างที่เราควรจดจำ เราจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีทิศทาง และโฟกัสทำสิ่งที่สำคัญได้สำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้ คนขี้ลืม จริงๆ แล้วไม่ได้ลืมทุกเรื่องซะหน่อย แต่ว่ามีเรื่องให้จำมากจนเกินไป ต้องคัดๆ ออกบ้าง ว่าอันไหนควรจำ อันไหนควรปล่อยไป

- เขียนเป้าหมายชัด จดจำขึ้นใจ มีผลการทดลองพิสูจน์แล้วว่า การจดบันทึกเป้าหมาย ยิ่งช่วยให้สำเร็จเร็วขึ้น โดย ศาสตราจารย์ ดร.Gail Mattews นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัย Dominican สหรัฐอเมริกา ทำการทดลองจากคนทั่วโลก ทุกอาชีพ จำนวน 270 คน โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเขียนเป้าหมาย และอีกกลุ่มไม่เขียนเป้าหมาย ผลปรากฏว่า คนที่เขียนเป้าหมายลงกระดาษมีแนวโน้มที่จะสำเร็จง่ายขึ้นร้อยละ 42

- ลองเริ่มต้นเขียนเป้าหมายที่สำคัญสำหรับคุณในวันนี้ ท่องจำให้ขึ้นใจ ขอพรในเรื่องนั้นทุกๆ วัน และมองมันบ่อยๆ จะไม่มีทางลืม เพราะเมื่อไหร่ที่เราเขียนเป้าหมาย เท่ากับเราได้ตัดสินใจแล้วว่า เราจะลงมือทำ และทำให้เราโฟกัสไปที่เป้าหมายนั้น เห็นเรื่องนี้สำคัญกว่าอะไร และเมื่อเจอเรื่องไม่สำคัญ เราจะมองข้ามไปได้ง่ายๆ เพราะถ้าเรามัวแต่ไปสนใจกับเรื่องพวกนั้น เวลาที่มีแค่ 24 ชั่วโมงต่อวัน จะหายไปกับสิ่งที่ไม่สำคัญกับชีวิต

- ยิ่งจดบันทึก ยิ่งเรียนดี มีผลการวิจัยที่พิสูจน์ให้เห็นว่า การใช้ปากกาและกระดาษสำหรับจดบันทึกช่วยเพิ่มความจำและเข้าใจได้มากกว่าการใช้แล็ปท็อป โดย Pam Mueller และ Daniel Oppenheimer ทีมวิจัยนักวิทยาศาสตร์ด้านจิตวิทยาจากสหรัฐอเมริกา ได้ทำการทดลองกับนักศึกษา 2 กลุ่มที่ฟังบรรยาย 

กลุ่มแรกใช้วิธีจดบันทึกด้วยมือ กับอีกกลุ่มที่พิมพ์ลงแล็ปท็อป ผลปรากฏว่า นักศึกษาที่ใช้แล็ปท็อปพิมพ์เนื้อหาจากการฟังบรรยายลงไปมากมาย แม้ว่าจะมีคำสั่งไม่ให้พิมพ์แบบคำต่อคำแล้วก็ตาม ซึ่งการทำแบบนี้ทำให้คุณภาพการเรียนรู้ต่ำลง ส่วนการจดโน้ตด้วยปากกาและกระดาษ ช่วยเพิ่มความจำและความสามารถในการเข้าใจแนวคิดและข้อเท็จจริง ทำให้กระบวนการเรียนรู้แข็งแกร่งขึ้น นำไปสู่การเรียนรู้ที่มีคุณภาพสูงขึ้น

- ลองเขียนโน้ตสรุปตอนเรียน หลังจากนั้นใช้เวลาว่าง อ่านทบทวน ท่องจำ และทำความเข้าใจจากโน้ตที่เราสรุปอีกครั้ง จะช่วยให้เราจำดี เรียนเก่งขึ้น และทำข้อสอบได้ดีขึ้นด้วย การฟังบรรยาย ฝึกอบรม หรือจดบันทึกการประชุมก็เช่นกัน ก็ควรใช้หลักการเดียวกันกับการเรียน คือ ควรจดบันทึกลงสมุด เพราะถ้าเราใช้แล็ปท็อป โน้ตบุ๊ค หรือสมาร์ทโฟนในการบันทึก จะทำให้เราเสียสมาธิ มัวแต่จดทุกคำพูดที่ได้ยินเพราะกลัวฟังไม่ทัน 

ส่วนการถ่ายภาพสไลด์สื่อการสอน หรืออัดเสียงบรรยาย แล้วกลับมาดูหรือฟังย้อนหลังก็เช่นกัน ทำให้เราไม่ตั้งใจฟังในเวลาเรียนหรือเข้าประชุมในครั้งแรก เท่ากับเราต้องเริ่มเรียนกันใหม่ และทำงานซ้ำเพราะแทนที่จะนำโน้ตที่ได้มาพิมพ์เรียบเรียงรายงานการประชุมได้ทันที กลับต้องมาถอดเทปตั้งใจฟังกันใหม่ตั้งแต่เริ่มต้น 


2. บันทึกช่วยให้เราไม่ต้องจำ
การบันทึกไม่ว่าจะเป็นการเขียนหรือการพิมพ์ช่วยให้สมองเราโล่ง มีพื้นว่างมากพอที่จะเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ หาไอเดียใหม่ๆ และจดจำเรื่องสำคัญๆ ได้เพิ่มขึ้น มีหลายอย่างที่เราไม่จำเป็นต้องจำ แต่ถ้าไม่จด ก็จะทำให้เราคิดวนไปเวียนมา เกิดความกังวล และพาลจะลืมเรื่องสำคัญๆ ได้ง่ายๆ เช่น สิ่งที่ต้องทำในวันนี้ รายละเอียดของงานทั้งหมดที่ต้องทำ เป็นต้น ถ้าไม่อยากลืม เราต้องจด จะได้เคลียร์

สร้าง To do list คิดแล้วจด เกิดอะไรขึ้น ถ้าเราไม่มี To do list บันทึกรายการสิ่งที่ต้องทำในวันนี้ ผลลัพธ์ก็คือ..เราไม่ได้ทำสิ่งที่สำคัญ และเราจะไปโฟกัสสิ่งที่ไม่สำคัญแทน นอกจากนั้น ยังทำให้เราใช้เวลาทำบางสิ่งบางอย่างนานจนเกินไป ถ้าเราไม่มีรายการสิ่งที่ต้องทำ แล้วใช้วิธีลงมือทำทันที พอทำรายการนี้เสร็จ ไปต่ออีกรายการหนึ่ง จะทำให้เราเสียเวลาตัดสินใจหรือลังเลว่าจะทำอะไรต่อ ไม่เคลียร์ตั้งแต่แรก ไม่มีการวางแผน และถ้ากำลังใจเราอ่อนแอ เราอาจจะยกเลิกรายการสำคัญก็เป็นได้

ลองเขียน To do list หรือบันทึกลงสมาร์ทโฟนไว้ว่า มีอะไรจะต้องทำบ้าง จะช่วยให้เราสามารถเริ่มต้นวันใหม่ได้ทันที หรืออย่างน้อยก็วางแผนในตอนเช้า ทำให้เราใช้เวลาทั้งวันได้คุ้มค่า และมีเวลาว่างเหลือไปทำสิ่งที่อยากทำได้อย่างสบายใจจริงๆ และนอกจากนี้ เรายังสามารถใช้ To do list เพื่อบันทึกรายการอื่นๆ ได้อีกมากมาย เช่น รายการที่ต้องซื้อ ไอเดียงานที่ได้ คิดออกแล้วบันทึกทันที ช่วยให้เราย้อนกลับมาดูได้ในภายหลัง

ทำตารางเวลา โฟกัสทำทีละอย่าง นอกจากตารางเรียนแล้ว ควรมีตารางแผนการทำงาน และตารางเวลาส่วนตัวไว้คร่าวๆ ด้วย ตารางแผนการทำงานมีเพื่อให้เราบันทึกรายการงานทั้งหมดลงไปในแผนงานรายปี สมองเราจะว่างขึ้น พร้อมลงมือทำงานได้เต็มที่ แต่ถ้าเราไม่บันทึกไว้ เราจะคิดวางแผนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในสมอง แต่เป็นการคิดที่ไม่ชัดเจน เพราะจะมีสิ่งรบกวนให้เราไปคิดเรื่องอื่นต่อ ไม่จบสักเรื่อง 

การเขียนหรือพิมพ์บันทึกลงตารางจะช่วยให้เรามีระบบในการทำงานได้ดีขึ้น สำหรับตารางเวลาส่วนตัว ควรมีไว้ว่าช่วงไหนเป็นเวลาอะไร เขียนไว้หลวมๆ เพื่อให้เราใช้เวลาอย่างคุ้มค่า และสมดุลมากยิ่งขึ้น จะได้มีเวลาดูแลครอบครัว ดูแลตัวเอง และทำในสิ่งที่อยากทำ และสิ่งที่เรารักนี่ล่ะ จะยิ่งเพิ่มพลังให้เรามีแรงไปเรียนและทำงานได้อย่างมีความสุขขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน อย่าลืมแบ่งเวลาให้กับตัวเองได้ทำในสิ่งที่รักนะ

ลองทำตารางเวลาส่วนตัว โดยเขียนแล้วติดไว้ในมุมที่เรามองเห็นได้ง่าย และพิมพ์ตารางการทำงานบันทึกลงในโปรแกรม MS Excel ว่าสัปดาห์นี้เราจะทำงานอะไรบ้าง ในแต่ละเดือน หรือปีนี้ทั้งปี มีงานอะไรต้องทำบ้าง จะช่วยให้เราโฟกัสในกิจกรรมนั้นได้ดีขึ้น และทำงานเสร็จทันเวลาอีกด้วย 

นอกจากนี้ยังลดเวลาในการวางแผนรายวัน เพราะเรามีตารางภาพรวมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่สำคัญที่ขาดไม่ได้คือ เมื่อถึงเวลาต้องทำอะไร โฟกัสในสิ่งนั้น ไม่ทำหลายอย่างพร้อมกัน จะทำให้เราไม่ลืมสิ่งสำคัญไป แต่ถ้าระหว่างการเรียนหรือทำงาน แล้วเกิดไอเดียดีๆ หรือนึกอะไรได้ จดบันทึกไว้จะไม่ทำให้เราเสียสมาธิกับสิ่งที่กำลังทำ


3. อย่าลืมเป้าหมายว่า เราจะจำเพื่ออะไร
สิ่งสำคัญที่จะทำให้เราจดจำแค่ชั่วคราว หรือจำได้นาน คือ เราจะต้องถามตัวเองว่า เราจะทำสิ่งนั้นไปทำไม ทำไปเพื่ออะไร จะช่วยให้ความจำนั้นคงอยู่กับเราไปตราบเท่าที่ใจเราต้องการ

มีผลการทดลองเกี่ยวกับแรงบันดาลใจในการเรียน แบ่งนักเรียนเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก (Mastery Goal) ตั้งเป้าหมายว่า การทดลองนี้เพื่อฝึกความจำให้ดีขึ้น และกลุ่มที่สอง (Perfomance Goal) ตั้งเป้าหมายว่า การทดลองนี้ทำเพื่อเปรียบเทียบกับคนอื่น เมื่อมีการทดสอบผลปรากฏว่า กลุ่มที่สองทำคะแนนสอบได้ดีกว่ากลุ่มแรก 

แต่เมื่อเวลาผ่านไป 1 สัปดาห์แล้วมาทดสอบอีกครั้งหนึ่ง ปรากฏว่า กลุ่มที่หนึ่งมีคะแนนมากกว่า ผลการทดลองนี้จึงบอกเราได้ว่า ถ้าเราต้องการแข่งขัน หรือต้องการจำเพื่อใช้ในระยะสั้นๆ เช่น ใช้สำหรับสอบ เราจะสามารถจำและทำได้ แต่เมื่อใช้เสร็จแล้ว สมองก็จะทิ้งความจำนั้นไป แต่ถ้าเราอยากจะเป็นคนเชี่ยวชาญในเรื่องนั้น โดยไม่สนว่าเราจะเก่งกว่าใครหรือไม่ จะช่วยให้ความจำอยู่ได้นานกว่า

เขียนเป้าหมายลงไปให้ชัดเจน ว่าเราทำเพื่ออะไร เราจะได้จดจำ และไม่ลืมสิ่งที่ตั้งใจไว้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน เราควรตั้งเป้าหมายให้ดี ให้ชัดเจน เพราะเป้าหมายจะทำให้เกิดผลลัพธ์ หากเราเรียนเพื่อแค่ให้พอผ่าน เราก็จะได้เกรดแค่พอผ่าน แต่ถ้าเราตั้งใจเรียนเพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญ เวลาอาจารย์ให้การบ้านเยอะ เราก็จะไม่ท้อถอยง่ายๆ เพราะเรารู้ว่านั่นคือส่วนหนึ่งของการฝึกให้เชี่ยวชาญ 

หรือถ้าเป็นการทำงาน หากเรามาทำงานเพียงเพื่อให้ได้เงินเดือน เราก็จะทำด้วยใจที่ไม่เต็มที่ ไม่มีพลังเท่ากับคนที่มาทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้คน หรือพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น เจตนาที่เราตั้งไว้ จึงส่งผลต่อการกระทำของเรา แล้วถ้าเราไม่มีเป้าหมาย เราอาจจะทำได้ดี แต่จะดีไม่เท่าเราตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน

เมื่อใดที่เราลืมใส่ใจเป้าหมายชีวิต เมื่อนั้นเราก็ขาดแรงบันดาลใจ เป้าหมายจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราไม่ควรลืม ถ้ายังไม่เคยเขียนเป้าหมาย ลองเริ่มต้นเขียนเป้าหมายให้ชัดเจนลงสมุดบันทึกหรือไดอารี่ (Diary) ว่าสิ่งที่เราทำอยู่ เราทำเพื่ออะไร เราเรียนหรือทำงานเพื่อใคร เพื่ออะไร และนำมาเปิดอ่านทบทวนบ่อยๆ เพื่อให้เราโฟกัสในสิ่งที่เราทำ มองข้ามในสิ่งที่ไม่ทำให้เป้าหมายเราดีขึ้น ไม่ท้อถอยกับอะไรง่ายๆ และไม่ล้มเลิกไปกลางคัน

นอกจากนี้ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ควรจดจะได้จำและจะได้ไม่ต้องจำ นั่นคือ การทำบัญชี ควรทำตารางบัญชีรายรับ-รายจ่าย เพื่อให้เราจดจำได้ว่า เราออมเงินไปเพื่ออะไร และจะได้ไม่ต้องสงสัยว่า เงินหายไปไหน ไม่ต้องจำข้ามวันข้ามคืนว่าเราซื้ออะไรไปบ้าง เพราะเราจดยอดค่าใช้จ่ายลงบัญชีไปเรียบร้อยแล้ว และทำให้เรารู้ตัวว่าแต่ละวันเราใช้จ่ายไปเท่าไหร่ ควรประหยัดกว่าเดิมหรือไม่ มีเงินเหลือเท่าไหร่ จะได้ใช้จ่ายได้เหมาะสมมากขึ้น 

เราสามารถเขียนบัญชีง่ายๆ ใช้เวลาสั้นๆ ลงไปในสมุดเล่มเดียวกับที่เราใช้เขียนเป้าหมายชีวิต แผนรายเดือน และ To do List รายวันได้อีกด้วย เพื่อที่เราจะได้ใช้เงินไปในทิศทางเดียวกับเป้าหมายที่เราตั้งไว้ด้วย อ่านเล่มเดียว ครบจบในเล่มเดียว

คนที่ขี้ลืมส่วนใหญ่มักจะโฟกัสเฉพาะเรื่องที่สำคัญ จนทำให้ลืมเรื่องอื่นๆ ที่สำคัญน้อยกว่า การจดบันทึกจะช่วยกันลืมได้อย่างดี และทำให้สมองโล่งพอที่จะลงมือทำสิ่งที่สำคัญได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเล็กๆ น้อยๆ

มีหลายอย่างที่เราไม่ต้องการลืม มีบางสิ่งที่เราไม่อยากจำ และมีบางอย่างที่เราจดจำได้นานเท่านาน ไหนๆ ก็จะจำแล้ว จดจำด้วยความรู้สึกที่ดี เก็บเรื่องที่ดีไว้ เลือกลืม เลิกใส่ใจในเรื่องที่ไม่ทำให้อะไรดีขึ้น เราจะได้ใช้ชีวิตของเราได้เต็มที่ ด้วยใจที่เต็มร้อย 

ขอบคุณสมาชิกจาก storylog ที่มาร่วมกิจกรรมฝึกเขียนขอบคุณ 1 เดือน
ของเพจ takumacheerup ในกลุ่ม "Cheer up" ไดอารี่ขอบคุณ
ตอนนี้ได้ผู้โชคดีครบ 5 คนแล้วค่า 
และมีผู้ที่มีไดอารี่แล้ว มาฝึกเขียนขอบคุณไปพร้อมๆ กัน
ถ้าใครสนใจฝึกเขียน inbox มาในเพจได้นะคะ 
เราจะมีกำลังใจ cheer up ไปถึงคุณทุกสัปดาห์เลย
แล้วมาลองดูว่า เขียนขอบคุณแล้ว ชีวิตคุณดีขึ้นได้ยังงัย   
#รอต้อนรับอยู่ที่เพจนะคะ ^ ^

อ้างอิง:
 - คำคมในรูปจากคุณ Hannah Bronfman
 - https://www.inc.com/peter-economy/this-is-way-you-need-to-write-down-your-goals-for-faster-success.html
- https://www.medicaldaily.com/why-using-pen-and-paper-not-laptops-boosts-memory-writing-notes-helps-recall-concepts-ability-268770
- https://www.mangozero.com/6-benefits-jot-down/
- https://youtu.be/FFm2zQmrbtQ 


Writer: takuma ^ ^
Cr: photo from app Canva
=========
คัดลอกบทความมาจาก www.cheer-up.lnwshop.com/article
สนใจอ่านบทความพร้อมภาพประกอบได้จากเว็บนั้นนะคะ
แต่จะทะยอยลงใน storylog เพื่อความสะดวกอีกทางหนึ่งค่า
=========
SHARE
Written in this book
Start your new life by Diary
ไดอารี่ช่วยให้ชีวิตสุขสำเร็จได้อย่างไร ไปแลกัน!
Writer
takumacheerup
Writer
เป็นกำลังใจให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้

Comments